เลี้ยงนอกบ้าน หรือ เลี้ยงในบ้าน ?
ระบบเปิด vs ระบบปิด เลี้ยงน้องหมาระบบไหนดีกว่ากัน ?
เชื่อว่าเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับใครที่กำลังวางแผนเลี้ยงน้องหมาว่า “การเลี้ยงน้องหมาในระบบเปิด หรือระบบปิด เลี้ยงแบบไหนดีกว่ากัน ?”
วันนี้เราจะมาบอกข้อดี ข้อเสียของการเลี้ยงแต่ละแบบ และเทคนิคการเลี้ยงน้องหมาให้สุขภาพดี จะมีอะไรบ้างไปดูกัน !
ระบบเปิด : “เผชิญโลก เสริมการเรียนรู้”
การเลี้ยงน้องหมาระบบเปิด คือการเลี้ยงโดยให้อิสระกับพวกเขาได้ออกไปเผชิญกับโลกภายนอก ได้สำรวจ และวิ่งเล่นในทุ่งหญ้า ได้เห็นสภาพแวดล้อมที่นอกเหนือจากภายในบ้าน เป็นแนวคิดที่มีความใกล้เคียงกับพฤติกรรมตามธรรมชาติของพวกเขา ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน
ข้อดี : การเลี้ยงน้องหมาในระบบเปิดจะช่วยให้พวกเขาเกิดการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามช่วงวัย เพราะการได้ออกไปสำรวจโลกภายนอกจะกระตุ้นให้น้องหมาได้พบเจอกับสิ่งใหม่ ๆ และคุ้นเคยกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว พวกเขาจะมีความสุข และสนุกกับการใช้ชีวิต เรียกได้ว่าการเลี้ยงในระบบเปิดคือการให้อิสระพวกเขาได้ออกไปใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ในแบบที่พวกเขาอย่างใช้เลยล่ะ
ข้อเสีย : การออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านอาจทำให้น้องหมาเสี่ยงต่อการพบเจอกับอันตรายรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นอันตรายจากปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิต ทั้งพยาธิหนอนหัวใจที่มียุงเป็นพาหะ (การโดนยุงกัดเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาติดพยาธิหนอนหัวใจได้แล้ว !) หมัด เห็บ และพยาธิทางเดินอาหาร ตลอดจนอุบัติเหตุต่าง ๆ รอบตัว การเลี้ยงน้องหมาในระบบเปิดจึงจำเป็นต้องอาศัยความใส่ใจในการดูแล และความระมัดระวังจากเจ้าของเป็นอย่างมาก
ระบบปิด : “ลดความเสี่ยง เน้นความสบายใจ”
การเลี้ยงน้องหมาระบบปิด คือการเลี้ยงพวกเขาโดยจำกัดบริเวณให้อยู่แค่ภายในบ้าน เป็นหนึ่งในรูปแบบการเลี้ยงที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะชาวกรุงฯ ที่เลี้ยงน้องหมาภายในคอนโด อีกทั้งยังเป็นแนวคิดที่เชื่อว่าสามารถลดโอกาสการสัมผัสกับความเสี่ยงจากอันตรายรอบตัวได้อีกด้วย
ข้อดี : การเลี้ยงแบบจำกัดบริเวณย่อมเป็นการลดโอกาสการสัมผัสกับอันตรายรอบตัวไม่ว่าจะเป็นจากเชื้อโรค ปรสิต หรือแม้กระทั่งอุบัติเหตุ (แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสพบเจอเลยนะ) นอกจากนี้ยังเป็นการทำให้น้องหมา และเจ้าของได้ใช้เวลาร่วมกัน เสริมสร้างความสนิทสนมได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ
ข้อเสีย : การเลี้ยงน้องหมาให้อยู่แค่ภายในบ้านเป็นการลดโอกาสการพบเจอสิ่งต่าง ๆ รอบตัว น้องหมาอาจกลัว หรือตกใจเมื่อต้องออกไปเจอกับโลกภายนอก ส่งผลให้น้องหมาอาจมีปัญหาด้านพฤติกรรม เช่น ดุร้ายเมื่อพบเจอคนแปลกหน้า เครียดเมื่อต้องออกนอกบ้าน หรือแม้กระทั่งไม่สามารถเข้ากับเพื่อน ๆ น้องหมาด้วยกันได้ นอกจากนี้การอยู่ในที่แคบอาจทำให้น้องหมาได้ออกกำลังกาย และใช้แรงน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพตามมาได้
ทั้งการเลี้ยงในระบบเปิด และระบบปิดต่างมีข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกัน เจ้าของอย่างเราสามารถเลือกได้ตามความสะดวก และเหมาะสมได้เลย
แต่ช้าก่อน !
หากคุณกำลังตัดสินใจจะเลี้ยงน้องหมาในระบบปิด เพราะคิดว่าเลี้ยงระบบปิดไม่มีโอกาสพบเจอกับปรสิต เพราะ “เลี้ยงแบบไหนก็มีโอกาสพบเจอปรสิตได้เหมือนกัน”
โดยเจ้าปรสิตร้ายสามารถเข้ามาทำอันตราย และแอบซ่อนตัวแฝงอยู่ได้ในทุก ๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็นการติดโดยบังเอิญจากเจ้าของ หรือการย่างกรายเข้ามาเองของเจ้าปรสิต (โดยเฉพาะยุง พาหะของพยาธิหนอนหัวใจที่บินเข้ามาดูดเลือดได้ตลอดเวลา) ดังนั้น อย่าลืมเสริมเกราะป้องกันปรสิตให้น้องหมาเป็นประจำ ไม่ว่าจะเลี้ยงน้องหมาในระบบไหน
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน
Category: เคล็ดลับปกป้อง
-

เลี้ยงนอกบ้าน หรือ เลี้ยงในบ้าน ?
เลี้ยงนอกบ้าน หรือ เลี้ยงในบ้าน ? ระบบเปิด vs ระบบปิด เลี้ยงน้องหมาระบบไหนดีกว่ากัน ?เชื่อว่าเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับใครที่กำลังวางแผนเลี้ยงน้องหมาว่า “การเลี้ยงน้องหมาในระบบเปิด หรือระบบปิด เลี้ยงแบบไหนดีกว่ากัน ?”วันนี้เราจะมาบอกข้อดี ข้อเสียของการเลี้ยงแต่ละแบบ และเทคนิคการเลี้ยงน้องหมาให้สุขภาพดี จะมีอะไรบ้างไปดูกัน ! ระบบเปิด : “เผชิญโลก เสริมการเรียนรู้”การเลี้ยงน้องหมาระบบเปิด คือการเลี้ยงโดยให้อิสระกับพวกเขาได้ออกไปเผชิญกับโลกภายนอก ได้สำรวจ และวิ่งเล่นในทุ่งหญ้า ได้เห็นสภาพแวดล้อมที่นอกเหนือจากภายในบ้าน เป็นแนวคิดที่มีความใกล้เคียงกับพฤติกรรมตามธรรมชาติของพวกเขา ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันข้อดี : การเลี้ยงน้องหมาในระบบเปิดจะช่วยให้พวกเขาเกิดการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามช่วงวัย เพราะการได้ออกไปสำรวจโลกภายนอกจะกระตุ้นให้น้องหมาได้พบเจอกับสิ่งใหม่ ๆ และคุ้นเคยกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว พวกเขาจะมีความสุข และสนุกกับการใช้ชีวิต เรียกได้ว่าการเลี้ยงในระบบเปิดคือการให้อิสระพวกเขาได้ออกไปใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ในแบบที่พวกเขาอย่างใช้เลยล่ะข้อเสีย : การออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านอาจทำให้น้องหมาเสี่ยงต่อการพบเจอกับอันตรายรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นอันตรายจากปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิต ทั้งพยาธิหนอนหัวใจที่มียุงเป็นพาหะ (การโดนยุงกัดเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาติดพยาธิหนอนหัวใจได้แล้ว !) หมัด เห็บ และพยาธิทางเดินอาหาร ตลอดจนอุบัติเหตุต่าง ๆ รอบตัว การเลี้ยงน้องหมาในระบบเปิดจึงจำเป็นต้องอาศัยความใส่ใจในการดูแล และความระมัดระวังจากเจ้าของเป็นอย่างมาก ระบบปิด : “ลดความเสี่ยง เน้นความสบายใจ”การเลี้ยงน้องหมาระบบปิด คือการเลี้ยงพวกเขาโดยจำกัดบริเวณให้อยู่แค่ภายในบ้าน เป็นหนึ่งในรูปแบบการเลี้ยงที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะชาวกรุงฯ ที่เลี้ยงน้องหมาภายในคอนโด อีกทั้งยังเป็นแนวคิดที่เชื่อว่าสามารถลดโอกาสการสัมผัสกับความเสี่ยงจากอันตรายรอบตัวได้อีกด้วยข้อดี : การเลี้ยงแบบจำกัดบริเวณย่อมเป็นการลดโอกาสการสัมผัสกับอันตรายรอบตัวไม่ว่าจะเป็นจากเชื้อโรค ปรสิต หรือแม้กระทั่งอุบัติเหตุ (แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสพบเจอเลยนะ) นอกจากนี้ยังเป็นการทำให้น้องหมา และเจ้าของได้ใช้เวลาร่วมกัน เสริมสร้างความสนิทสนมได้เป็นอย่างดีเลยล่ะข้อเสีย : การเลี้ยงน้องหมาให้อยู่แค่ภายในบ้านเป็นการลดโอกาสการพบเจอสิ่งต่าง ๆ รอบตัว น้องหมาอาจกลัว หรือตกใจเมื่อต้องออกไปเจอกับโลกภายนอก ส่งผลให้น้องหมาอาจมีปัญหาด้านพฤติกรรม เช่น ดุร้ายเมื่อพบเจอคนแปลกหน้า เครียดเมื่อต้องออกนอกบ้าน หรือแม้กระทั่งไม่สามารถเข้ากับเพื่อน ๆ น้องหมาด้วยกันได้ นอกจากนี้การอยู่ในที่แคบอาจทำให้น้องหมาได้ออกกำลังกาย และใช้แรงน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพตามมาได้ ทั้งการเลี้ยงในระบบเปิด และระบบปิดต่างมีข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกัน เจ้าของอย่างเราสามารถเลือกได้ตามความสะดวก และเหมาะสมได้เลยแต่ช้าก่อน !หากคุณกำลังตัดสินใจจะเลี้ยงน้องหมาในระบบปิด เพราะคิดว่าเลี้ยงระบบปิดไม่มีโอกาสพบเจอกับปรสิต เพราะ “เลี้ยงแบบไหนก็มีโอกาสพบเจอปรสิตได้เหมือนกัน”โดยเจ้าปรสิตร้ายสามารถเข้ามาทำอันตราย และแอบซ่อนตัวแฝงอยู่ได้ในทุก ๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็นการติดโดยบังเอิญจากเจ้าของ หรือการย่างกรายเข้ามาเองของเจ้าปรสิต (โดยเฉพาะยุง พาหะของพยาธิหนอนหัวใจที่บินเข้ามาดูดเลือดได้ตลอดเวลา)…
-

วิธีง่ายๆ ให้น้องหมาออกจากบ้าน ไม่กลัวโรคร้าย
วิธีง่ายๆ ให้น้องหมาออกจากบ้าน ไม่กลัวโรคร้าย เพราะน้องหมาวัยซน เป็นวัยที่มีความอยากรู้อยากเห็น อยากวิ่งเล่นออกไปหาความสนุกนอกบ้าน เจ้าของอย่างเราจึงต้องปกป้องเขาให้พร้อมเผชิญโลกกว้างได้อย่างเต็มที่เคล็ดวิธีแสนง่ายที่ช่วยให้น้องหมาสามารถออกไปเล่นสนุกนอกบ้านได้โดยไม่ต้องกลัวโรคร้าย นั่นคือ “การสร้างเกราะป้องกันโรคให้น้องหมาเป็นประจำทุกเดือน” วิธีการสร้างเกราะป้องกันโรคให้น้องหมาเป็นประจำทุกเดือนเป็นขั้นตอนควรทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปกป้องน้องหมาจากเหล่าโรคร้ายที่อยู่รอบ ๆ ตัวตลอด 365 วัน เพราะการออกนอกบ้านล้วนมีความเสี่ยงทำให้น้องหมาของเรามีโอกาสรับเชื้อปรสิตไม่รู้ตัว ซึ่งการลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคร้ายนั้น การปกป้องชั้นเดียวเห็นทีคงจะไม่พอ ต้องเสริมพลังซุปเปอร์ 3 ชั้น เพื่อความอุ่นใจให้น้องหมา และเจ้าของอย่างเราได้สนุกอย่างเต็มที่ เกราะนี้จะประกอบไปด้วยอะไรบ้าง เราไปดูกัน ซึ่งเกราะป้องกันที่มีประสิทธิภาพต้องป้องกันได้ครอบคลุมทั้ง 3 ชั้น ได้แก่1. ปกป้องจากพยาธิหนอนหัวใจ : พยาธิหนอนหัวใจ ภัยร้ายใกล้ตัวที่มียุงเป็นพาหะ ส่งผลให้เกิดการอักเสบภายในร่างกาย อีกทั้งยังเจริญเติบโตอยู่ภายในระบบหมุนเวียนเลือด ก่อให้เกิดการอุดตัน และเป็นที่มาของภาวะหัวใจล้มเหลว หากปล่อยทิ้งไว้ อาจส่งผลอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ !2. ปกป้องจากเห็บ หมัด : เพราะปรสิตเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดอาการทางผิวหนัง ซ้ำยังอาจเป็นที่มาของภาวะโลหิตจาง เป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือด และพยาธิภายในบางชนิดได้3. ปกป้องจากพยาธิภายใน : โดยเฉพาะพยาธิปอด และพยาธิภายในในระบบทางเดินอาหาร ไม่ว่าจะเป็นพยาธิตัวกลม พยาธิแส้ม้า หรือพยาธิปากขอ เพราะพยาธิปอดเป็นสาเหตุของการเกิดปัญหาที่ระบบทางเดินหายใจ และพยาธิในระบบทางเดินอาหารเป็นสาเหตุให้ร่างกายของน้องหมาอ่อนแอ เพราะถูกแย่งชิงสารอาหาร เกิดแผลในลำไส้ หากปล่อยทิ้งไว้นานไป น้องหมาจะอ่อนแอและเกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้ อยากให้น้องหมาออกไปเล่นสนุกโดยไม่ต้องกังวลถึงโรคร้ายรอบตัว อย่าลืมสร้างเกราะป้องกันโรค ปกป้องน้องหมาให้ครบทั้ง 3 ชั้นเป็นประจำทุกเดือน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน มีความปลอดภัยสูง และสามารถปกป้องปรสิตได้อย่างครอบคลุม สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้เลย ! 🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน 🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร #SimpleProtection #TripleAction…
วิธีง่ายๆ ให้น้องหมาออกจากบ้าน ไม่กลัวโรคร้าย
เพราะน้องหมาวัยซน เป็นวัยที่มีความอยากรู้อยากเห็น อยากวิ่งเล่นออกไปหาความสนุกนอกบ้าน เจ้าของอย่างเราจึงต้องปกป้องเขาให้พร้อมเผชิญโลกกว้างได้อย่างเต็มที่
เคล็ดวิธีแสนง่ายที่ช่วยให้น้องหมาสามารถออกไปเล่นสนุกนอกบ้านได้โดยไม่ต้องกลัวโรคร้าย นั่นคือ “การสร้างเกราะป้องกันโรคให้น้องหมาเป็นประจำทุกเดือน”
วิธีการสร้างเกราะป้องกันโรคให้น้องหมาเป็นประจำทุกเดือน
เป็นขั้นตอนควรทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปกป้องน้องหมาจากเหล่าโรคร้ายที่อยู่รอบ ๆ ตัวตลอด 365 วัน เพราะการออกนอกบ้านล้วนมีความเสี่ยงทำให้น้องหมาของเรามีโอกาสรับเชื้อปรสิตไม่รู้ตัว ซึ่งการลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคร้ายนั้น การปกป้องชั้นเดียวเห็นทีคงจะไม่พอ ต้องเสริมพลังซุปเปอร์ 3 ชั้น เพื่อความอุ่นใจให้น้องหมา และเจ้าของอย่างเราได้สนุกอย่างเต็มที่ เกราะนี้จะประกอบไปด้วยอะไรบ้าง เราไปดูกัน
ซึ่งเกราะป้องกันที่มีประสิทธิภาพต้องป้องกันได้ครอบคลุมทั้ง 3 ชั้น ได้แก่
1. ปกป้องจากพยาธิหนอนหัวใจ : พยาธิหนอนหัวใจ ภัยร้ายใกล้ตัวที่มียุงเป็นพาหะ ส่งผลให้เกิดการอักเสบภายในร่างกาย อีกทั้งยังเจริญเติบโตอยู่ภายในระบบหมุนเวียนเลือด ก่อให้เกิดการอุดตัน และเป็นที่มาของภาวะหัวใจล้มเหลว หากปล่อยทิ้งไว้ อาจส่งผลอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ !
2. ปกป้องจากเห็บ หมัด : เพราะปรสิตเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดอาการทางผิวหนัง ซ้ำยังอาจเป็นที่มาของภาวะโลหิตจาง เป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือด และพยาธิภายในบางชนิดได้
3. ปกป้องจากพยาธิภายใน : โดยเฉพาะพยาธิปอด และพยาธิภายในในระบบทางเดินอาหาร ไม่ว่าจะเป็นพยาธิตัวกลม พยาธิแส้ม้า หรือพยาธิปากขอ เพราะพยาธิปอดเป็นสาเหตุของการเกิดปัญหาที่ระบบทางเดินหายใจ และพยาธิในระบบทางเดินอาหารเป็นสาเหตุให้ร่างกายของน้องหมาอ่อนแอ เพราะถูกแย่งชิงสารอาหาร เกิดแผลในลำไส้ หากปล่อยทิ้งไว้นานไป น้องหมาจะอ่อนแอและเกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้
อยากให้น้องหมาออกไปเล่นสนุกโดยไม่ต้องกังวลถึงโรคร้ายรอบตัว อย่าลืมสร้างเกราะป้องกันโรค ปกป้องน้องหมาให้ครบทั้ง 3 ชั้นเป็นประจำทุกเดือน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน มีความปลอดภัยสูง และสามารถปกป้องปรสิตได้อย่างครอบคลุม สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้เลย !
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน -

เคล็ด (ไม่) ลับ หมดกังวลกับพยาธิหนอนหัวใจ
เคล็ด (ไม่) ลับ หมดกังวลกับพยาธิหนอนหัวใจเจ้าของน้องหมายุคใหม่ ใคร ๆ ก็กังวลกับพยาธิหนอนหัวใจ เพราะพยาธิหนอนหัวใจ ติดต่อกันได้ง่าย ๆ เพียงแค่การโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียว แถมยังก่อโรครุนแรงในน้องหมา ส่งผลให้น้องหมาต้องทนทุกข์ทรมานจากการอักเสบที่บริเวณปอด และภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งอาจทวีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยล่ะ ! แล้วแบบนี้เจ้าของอย่างเราควรทำอย่างไรดี ?ไม่ต้องกลัว ! วันนี้เรามีเคล็ด (ไม่) ลับ หมดกังวลกับพยาธิหนอนหัวใจมาฝาก รับรองว่าทำตามนี้บอกลาพยาธิหนอนหัวใจไปได้เลย จะมีอะไรบ้างไปดูกัน ! 1. หลีกเลี่ยง “ยุง” พาหะร้ายของพยาธิหนอนหัวใจ : ยุง พาหะของพยาธิหนอนหัวใจที่สามารถพบได้ทั่วไปในทุก ๆ ที่ แค่การโดนกัดเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาติดพยาธิหนอนหัวใจได้ นอกจากนี้ “ยุง” ยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้น้องหมาที่ถึงแม้จะเลี้ยงอยู่แค่ตัวเดียวภายในบ้านก็สามารถติดพยาธิหนอนหัวใจได้ เนื่องจากยุงเหล่านี้มักชอบดูดกินเลือดจากน้องหมาจรจัดที่ขาดการป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ เมื่อยุงเหล่านี้บินมาดูดเลือดน้องหมาของเรา น้องจึงได้รับพยาธิหนอนหัวใจตามมาโดยไม่รู้ตัว วิธีการหลีกเลี่ยงยุงง่าย ๆ เพียงเลี้ยงน้องหมาในพื้นที่ปิด ติดมุ้งลวดให้ ณ บริเวณที่นอนของน้องหมา และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงรอบบ้าน เพียงเท่านี้ก็ลดโอกาสการสัมผัสกับยุงไปได้มากแล้วล่ะ 2. พาน้องหมาไปตรวจคัดกรองการติดพยาธิหนอนหัวใจ : ถึงจะดูแลดีแค่ไหน แต่การตรวจสุขภาพน้องหมาก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น เพราะอย่าลืมว่าการโดนยุงกัดเพียงแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาติดพยาธิหนอนหัวใจได้ อีกหนึ่งเคล็ด (ไม่) ลับที่เราแนะนำคือการพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองการติดพยาธิหนอนหัวใจเพื่อสามารถทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที และขอคำแนะนำในการดูแลจากคุณหมอได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ช่วงอายุที่คุณหมอแนะนำให้พาน้องหมาไปตรวจคัดกรอง คือน้องหมาอายุตั้งแต่ 7 เดือนขึ้นไป โดยเฉพาะน้องหมาที่เลี้ยงแบบปล่อย ยิ่งมีความเสี่ยง ยิ่งสมควรต้องได้รับการตรวจคัดกรองเป็นอย่างมากเลยล่ะ 3. ใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจ : ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับยุงเป็นเรื่องยาก หากปฏิบัติตามขั้นตอนที่ 1 เพื่อลดโอกาสการสัมผัสกับยุงแล้ว อย่าลืมเลือกใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ปลอดภัย และได้รับการรับรองจากสัตวแพทย์ โดยใช้เป็นประจำสม่ำเสมอตามคำแนะนำเพื่อประสิทธิภาพการปกป้องที่ดีที่สุด เมื่อพยาธิหนอนหัวใจเข้าสู่ร่างกาย โปรแกรมปกป้องจะช่วยกำจัดตัวอ่อนของพยาธิตั้งแต่เนิ่น ๆ นับเป็นวิธีการป้องกันที่ดีที่สุด เพียงเท่านี้ก็สบายใจ หมดกังวลกับพยาธิหนอนหัวใจได้เลย ! อย่าลืมนำเคล็ด (ไม่) ลับเหล่านี้ไปปรับใช้ ปลอดภัยไร้พยาธิหนอนหัวใจอย่างแน่นอน เรารับประกัน ! 🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน 🎯 Simple Protection Triple Action…
เคล็ด (ไม่) ลับ หมดกังวลกับพยาธิหนอนหัวใจ
เจ้าของน้องหมายุคใหม่ ใคร ๆ ก็กังวลกับพยาธิหนอนหัวใจ เพราะพยาธิหนอนหัวใจ ติดต่อกันได้ง่าย ๆ เพียงแค่การโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียว แถมยังก่อโรครุนแรงในน้องหมา ส่งผลให้น้องหมาต้องทนทุกข์ทรมานจากการอักเสบที่บริเวณปอด และภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งอาจทวีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยล่ะ ! แล้วแบบนี้เจ้าของอย่างเราควรทำอย่างไรดี ?
ไม่ต้องกลัว ! วันนี้เรามีเคล็ด (ไม่) ลับ หมดกังวลกับพยาธิหนอนหัวใจมาฝาก รับรองว่าทำตามนี้บอกลาพยาธิหนอนหัวใจไปได้เลย จะมีอะไรบ้างไปดูกัน !
1. หลีกเลี่ยง “ยุง” พาหะร้ายของพยาธิหนอนหัวใจ : ยุง พาหะของพยาธิหนอนหัวใจที่สามารถพบได้ทั่วไปในทุก ๆ ที่ แค่การโดนกัดเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาติดพยาธิหนอนหัวใจได้ นอกจากนี้ “ยุง” ยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้น้องหมาที่ถึงแม้จะเลี้ยงอยู่แค่ตัวเดียวภายในบ้านก็สามารถติดพยาธิหนอนหัวใจได้ เนื่องจากยุงเหล่านี้มักชอบดูดกินเลือดจากน้องหมาจรจัดที่ขาดการป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ เมื่อยุงเหล่านี้บินมาดูดเลือดน้องหมาของเรา น้องจึงได้รับพยาธิหนอนหัวใจตามมาโดยไม่รู้ตัว วิธีการหลีกเลี่ยงยุงง่าย ๆ เพียงเลี้ยงน้องหมาในพื้นที่ปิด ติดมุ้งลวดให้ ณ บริเวณที่นอนของน้องหมา และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงรอบบ้าน เพียงเท่านี้ก็ลดโอกาสการสัมผัสกับยุงไปได้มากแล้วล่ะ
2. พาน้องหมาไปตรวจคัดกรองการติดพยาธิหนอนหัวใจ : ถึงจะดูแลดีแค่ไหน แต่การตรวจสุขภาพน้องหมาก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น เพราะอย่าลืมว่าการโดนยุงกัดเพียงแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาติดพยาธิหนอนหัวใจได้ อีกหนึ่งเคล็ด (ไม่) ลับที่เราแนะนำคือการพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองการติดพยาธิหนอนหัวใจเพื่อสามารถทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที และขอคำแนะนำในการดูแลจากคุณหมอได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ช่วงอายุที่คุณหมอแนะนำให้พาน้องหมาไปตรวจคัดกรอง คือน้องหมาอายุตั้งแต่ 7 เดือนขึ้นไป โดยเฉพาะน้องหมาที่เลี้ยงแบบปล่อย ยิ่งมีความเสี่ยง ยิ่งสมควรต้องได้รับการตรวจคัดกรองเป็นอย่างมากเลยล่ะ
3. ใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจ : ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับยุงเป็นเรื่องยาก หากปฏิบัติตามขั้นตอนที่ 1 เพื่อลดโอกาสการสัมผัสกับยุงแล้ว อย่าลืมเลือกใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ปลอดภัย และได้รับการรับรองจากสัตวแพทย์ โดยใช้เป็นประจำสม่ำเสมอตามคำแนะนำเพื่อประสิทธิภาพการปกป้องที่ดีที่สุด เมื่อพยาธิหนอนหัวใจเข้าสู่ร่างกาย โปรแกรมปกป้องจะช่วยกำจัดตัวอ่อนของพยาธิตั้งแต่เนิ่น ๆ นับเป็นวิธีการป้องกันที่ดีที่สุด เพียงเท่านี้ก็สบายใจ หมดกังวลกับพยาธิหนอนหัวใจได้เลย !
อย่าลืมนำเคล็ด (ไม่) ลับเหล่านี้ไปปรับใช้ ปลอดภัยไร้พยาธิหนอนหัวใจอย่างแน่นอน เรารับประกัน !
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน -

รู้หรือไม่ ยุงกัดครั้งเดียวก็เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต
รู้หรือไม่ ยุงกัดครั้งเดียวก็เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต “ยุงกัดไม่ใช่แค่คัน แต่อันตรายได้ถึงชีวิต !”เพราะนอกจากอาการคัน และตุ่มนูนที่เกิดขึ้นภายหลังการโดนยุงกัดแล้ว รู้หรือไม่ ? ยุงยังเป็นพาหะของพยาธิหนอนหัวใจ การโดนยุงกัดจึงเป็นสาเหตุให้น้องหมาติดพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่อัตรายถึงชีวิตได้อีกด้วย ! พยาธิหนอนหัวใจคืออะไร ?พยาธิหนอนหัวใจ คือปรสิตร้ายที่มียุงเป็นพาหะ เมื่อใดที่พยาธิหนอนหัวใจเข้าสู่ร่างกายน้องหมา พวกมันจะอาศัย และแอบซ่อนตัวอยู่ภายในระบบหมุนเวียนเลือด ถึงแม้ว่าขนาดตัวของมันจะเล็กจิ๋วในระดับที่สามารถอาศัยอยู่ภายในร่างกายของยุงได้ แต่เมื่ออยู่ในร่างกายน้องหมา พวกมันจะเจริญเติบโต และเกิดการสืบพันธุ์เพิ่มจำนวนจนอัดแน่นเต็มหัวใจ และปอด ส่งผลให้น้องหมาเกิดอาการป่วย และอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย ! พยาธิหนอนหัวใจติดต่อกันได้อย่างไร ?การติดต่อของพยาธิหัวใจในน้องหมาต้องขอบอกว่าเกิดขึ้นได้ง่ายมาก ! เพียงแค่การโดนยุงกัดเพียงครั้งเดียวน้องหมาก็สามารถติดพยาธิหนอนหัวใจได้แล้ว โดยพยาธิหนอนหัวใจที่เข้าสู่ร่างกายจะขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนต่อไปเรื่อย ๆ เมื่อยุงตัวใหม่มากัดน้องหมา ตัวอ่อนของพยาธิหนอนหัวใจเหล่านี้จะเคลื่อนย้ายไปอาศัยในร่างกายของยุง ส่งผลให้ยุงตัวนั้น ๆ กลายเป็นพาหะของพยาธิหนอนหัวใจต่อไป ก่อให้เกิดการระบาดของพยาธิหนอนหัวใจจากน้องหมาตัวหนึ่ง ไปสู่น้องหมาอีกตัวหนึ่งได้อย่างง่ายดาย ! พยาธิหนอนหัวใจก่อโรคได้รุนแรงแค่ไหนกันนะ ?การติดพยาธิหนอนหัวใจในช่วงต้นอาจไม่ก่อให้เกิดอาการรุนแรงมากในน้องหมา แต่เมื่อไรที่เจ้าของปล่อยไว้ให้พยาธิหนอนหัวใจเหล่านี้เติบโตขึ้นภายในร่างกาย พยาธิหนอนหัวใจจะก่อให้เกิดความผิดปกติหลัก ๆ 2 ระบบ คือ1. ระบบหายใจ โดยเฉพาะบริเวณปอด : พยาธิหนอนหัวใจจะอุดตันหลอดเลือดปอด และก่อให้เกิดการอักเสบ น้องหมาจะแสดงอาการไอมาก หายใจลำบาก2. ระบบหมุนเวียนเลือด โดยเฉพาะบริเวณหัวใจ : พยาธิหนอนหัวใจจะขัดขวางการไหลเวียนของเลือด อุดตันบริเวณหัวใจ ส่งผลให้น้องหมาเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว แสดงอาการหายใจลำบากเนื่องจากมีน้ำท่วมปอด ท้องมานจากการสะสมของของเหลวในช่องท้อง ในบางครั้งน้องหมาอาจเกิดภาวะอัมพาตเนื่องจากพยาธิหนอนหัวใจกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองทางระบบภูมิคุ้มกัน เลือดเกิดการจับตัวเป็นก้อน และอุดตันบริเวณหลอดเลือดที่ขา ในรายที่รุนแรงน้องหมาอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยล่ะ ! รู้แบบนี้อย่าลืมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิต ! 🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน 🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง…
รู้หรือไม่ ยุงกัดครั้งเดียวก็เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต
“ยุงกัดไม่ใช่แค่คัน แต่อันตรายได้ถึงชีวิต !”
เพราะนอกจากอาการคัน และตุ่มนูนที่เกิดขึ้นภายหลังการโดนยุงกัดแล้ว รู้หรือไม่ ? ยุงยังเป็นพาหะของพยาธิหนอนหัวใจ การโดนยุงกัดจึงเป็นสาเหตุให้น้องหมาติดพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่อัตรายถึงชีวิตได้อีกด้วย !
พยาธิหนอนหัวใจคืออะไร ?
พยาธิหนอนหัวใจ คือปรสิตร้ายที่มียุงเป็นพาหะ เมื่อใดที่พยาธิหนอนหัวใจเข้าสู่ร่างกายน้องหมา พวกมันจะอาศัย และแอบซ่อนตัวอยู่ภายในระบบหมุนเวียนเลือด ถึงแม้ว่าขนาดตัวของมันจะเล็กจิ๋วในระดับที่สามารถอาศัยอยู่ภายในร่างกายของยุงได้ แต่เมื่ออยู่ในร่างกายน้องหมา พวกมันจะเจริญเติบโต และเกิดการสืบพันธุ์เพิ่มจำนวนจนอัดแน่นเต็มหัวใจ และปอด ส่งผลให้น้องหมาเกิดอาการป่วย และอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย !
พยาธิหนอนหัวใจติดต่อกันได้อย่างไร ?
การติดต่อของพยาธิหัวใจในน้องหมาต้องขอบอกว่าเกิดขึ้นได้ง่ายมาก ! เพียงแค่การโดนยุงกัดเพียงครั้งเดียวน้องหมาก็สามารถติดพยาธิหนอนหัวใจได้แล้ว โดยพยาธิหนอนหัวใจที่เข้าสู่ร่างกายจะขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนต่อไปเรื่อย ๆ เมื่อยุงตัวใหม่มากัดน้องหมา ตัวอ่อนของพยาธิหนอนหัวใจเหล่านี้จะเคลื่อนย้ายไปอาศัยในร่างกายของยุง ส่งผลให้ยุงตัวนั้น ๆ กลายเป็นพาหะของพยาธิหนอนหัวใจต่อไป ก่อให้เกิดการระบาดของพยาธิหนอนหัวใจจากน้องหมาตัวหนึ่ง ไปสู่น้องหมาอีกตัวหนึ่งได้อย่างง่ายดาย !
พยาธิหนอนหัวใจก่อโรคได้รุนแรงแค่ไหนกันนะ ?
การติดพยาธิหนอนหัวใจในช่วงต้นอาจไม่ก่อให้เกิดอาการรุนแรงมากในน้องหมา แต่เมื่อไรที่เจ้าของปล่อยไว้ให้พยาธิหนอนหัวใจเหล่านี้เติบโตขึ้นภายในร่างกาย พยาธิหนอนหัวใจจะก่อให้เกิดความผิดปกติหลัก ๆ 2 ระบบ คือ1. ระบบหายใจ โดยเฉพาะบริเวณปอด : พยาธิหนอนหัวใจจะอุดตันหลอดเลือดปอด และก่อให้เกิดการอักเสบ น้องหมาจะแสดงอาการไอมาก หายใจลำบาก
2. ระบบหมุนเวียนเลือด โดยเฉพาะบริเวณหัวใจ : พยาธิหนอนหัวใจจะขัดขวางการไหลเวียนของเลือด อุดตันบริเวณหัวใจ ส่งผลให้น้องหมาเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว แสดงอาการหายใจลำบากเนื่องจากมีน้ำท่วมปอด ท้องมานจากการสะสมของของเหลวในช่องท้อง ในบางครั้งน้องหมาอาจเกิดภาวะอัมพาตเนื่องจากพยาธิหนอนหัวใจกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองทางระบบภูมิคุ้มกัน เลือดเกิดการจับตัวเป็นก้อน และอุดตันบริเวณหลอดเลือดที่ขา ในรายที่รุนแรงน้องหมาอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยล่ะ !
รู้แบบนี้อย่าลืมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิต !
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน -

อย่าปล่อยให้น้องโดนหมัด !
3 เทคนิคพิชิตหมัด ร้ายแค่ไหนก็เอาอยู่ ! เพราะการโดนหมัดกัดอาจเป็นที่มาของภาวะโลหิตจาง และภาวะภูมิแพ้น้ำลายหมัดมาปกป้องน้องหมาให้ปลอดภัยไร้หมัดไปกับ 3 เทคนิคพิชิตหมัด ร้ายแค่ไหนก็เอาอยู่กันเถอะ ! เทคนิคที่ 1 ปกป้องจากภายในใช้โปรแกรมปกป้องเป็นประจำทุกเดือนการปกป้องน้องหมาจากหมัดที่ดีที่สุดที่สัตวแพทย์แนะนำ คือการเสริมเกราะป้องกันโดยใช้โปรแกรมปกป้องที่มีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐาน และต้องใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกเดือน โปรแกรมปกป้องนี้จะช่วยกำจัดหมัดตั้งแต่ครั้งแรกที่หมัดกัดน้องหมา ส่งผลให้หมัดลดน้อยลง แถมโปรแกรมปกป้องในปัจจุบันยังสามารถป้องกันได้ปรสิตภายนอกนอกจากหมัด เช่น เห็บ และปรสิตภายใน เช่น พยาธิหนอนหัวใจที่มียุงเป็นพาหะ และพยาธิในระบบทางเดินอาหารได้อีกด้วย เรียกได้ว่าปกป้องครั้งเดียว แต่ครอบคลุม สบายใจ หายห่วงได้เลย ! เทคนิคที่ 2 ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอเสริมเกราะป้องกันปรสิตให้น้องหมาแล้ว อย่าลืมทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมเป็นประจำสม่ำเสมอ เพราะไข่หมัดมักหลบซ่อนอยู่ตามพื้นบ้าน ซอกพื้น แฝงรวมไปกับเศษฝุ่น หรือแม้กระทั่งผ้าม่าน โซฟา ที่นอน หมอน และมุ้งของน้องหมา ไข่เหล่านี้สามารถคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานหลายปี เมื่อถึงระยะเวลาที่เหมาะสม พวกมันจะฟักออกจากไข่ และกระโดดขึ้นไปบนตัวน้องหมาเพื่อดูดเลือดน้องหมาเป็นอาหาร ดังนั้นอย่าลืมกวาดบ้าน และดูดฝุ่นภายในบ้านอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ตลอดจนทำความสะอาดที่นอนน้องหมาด้วยการนำที่นอนไปซักอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ต่อครั้ง เพียงเท่านี้ก็ลดโอกาสการสะสมของหมัดในสิ่งแวดล้อมไปได้มากแล้วล่ะ เทคนิคที่ 3 อาบน้ำน้องหมาเดือนละ 1-2 ครั้งปกป้องจากภายใน และดูแลความสะอาดของสิ่งแวดล้อมแล้ว อย่าลืมปิดท้ายด้วยการอาบน้ำน้องหมาด้วยแชมพูที่ออกแบบมาเพื่อผิวของน้องหมาโดยเฉพาะอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้งเพื่อทำความสะอาดชะล้างเอาไข่หมัด และตัวหมัดให้ออกไปจากร่างกายน้องหมา อย่าลืมเช็ดขนให้แห้งทุกครั้งหลังอาบเพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อยีสต์ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการคันในน้องหมาด้วยล่ะ หากบ้านไหนกำลังประสบปัญหาจากหมัด อย่าลืมนำ 3 เทคนิคนี้ไปปรับใช้ รับรองได้เลยว่าถึงหมัดจะร้ายแค่ไหน แต่ 3 เทคนิคนี้เอาอยู่ ! 🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน 🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร…
3 เทคนิคพิชิตหมัด ร้ายแค่ไหนก็เอาอยู่ !
เพราะการโดนหมัดกัดอาจเป็นที่มาของภาวะโลหิตจาง และภาวะภูมิแพ้น้ำลายหมัด
มาปกป้องน้องหมาให้ปลอดภัยไร้หมัดไปกับ 3 เทคนิคพิชิตหมัด ร้ายแค่ไหนก็เอาอยู่กันเถอะ !
เทคนิคที่ 1 ปกป้องจากภายในใช้โปรแกรมปกป้องเป็นประจำทุกเดือน
การปกป้องน้องหมาจากหมัดที่ดีที่สุดที่สัตวแพทย์แนะนำ คือการเสริมเกราะป้องกันโดยใช้โปรแกรมปกป้องที่มีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐาน และต้องใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกเดือน โปรแกรมปกป้องนี้จะช่วยกำจัดหมัดตั้งแต่ครั้งแรกที่หมัดกัดน้องหมา ส่งผลให้หมัดลดน้อยลง แถมโปรแกรมปกป้องในปัจจุบันยังสามารถป้องกันได้ปรสิตภายนอกนอกจากหมัด เช่น เห็บ และปรสิตภายใน เช่น พยาธิหนอนหัวใจที่มียุงเป็นพาหะ และพยาธิในระบบทางเดินอาหารได้อีกด้วย เรียกได้ว่าปกป้องครั้งเดียว แต่ครอบคลุม สบายใจ หายห่วงได้เลย !
เทคนิคที่ 2 ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ
เสริมเกราะป้องกันปรสิตให้น้องหมาแล้ว อย่าลืมทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมเป็นประจำสม่ำเสมอ เพราะไข่หมัดมักหลบซ่อนอยู่ตามพื้นบ้าน ซอกพื้น แฝงรวมไปกับเศษฝุ่น หรือแม้กระทั่งผ้าม่าน โซฟา ที่นอน หมอน และมุ้งของน้องหมา ไข่เหล่านี้สามารถคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานหลายปี เมื่อถึงระยะเวลาที่เหมาะสม พวกมันจะฟักออกจากไข่ และกระโดดขึ้นไปบนตัวน้องหมาเพื่อดูดเลือดน้องหมาเป็นอาหาร ดังนั้นอย่าลืมกวาดบ้าน และดูดฝุ่นภายในบ้านอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ตลอดจนทำความสะอาดที่นอนน้องหมาด้วยการนำที่นอนไปซักอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ต่อครั้ง เพียงเท่านี้ก็ลดโอกาสการสะสมของหมัดในสิ่งแวดล้อมไปได้มากแล้วล่ะ
เทคนิคที่ 3 อาบน้ำน้องหมาเดือนละ 1-2 ครั้ง
ปกป้องจากภายใน และดูแลความสะอาดของสิ่งแวดล้อมแล้ว อย่าลืมปิดท้ายด้วยการอาบน้ำน้องหมาด้วยแชมพูที่ออกแบบมาเพื่อผิวของน้องหมาโดยเฉพาะอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้งเพื่อทำความสะอาดชะล้างเอาไข่หมัด และตัวหมัดให้ออกไปจากร่างกายน้องหมา อย่าลืมเช็ดขนให้แห้งทุกครั้งหลังอาบเพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อยีสต์ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการคันในน้องหมาด้วยล่ะ
หากบ้านไหนกำลังประสบปัญหาจากหมัด อย่าลืมนำ 3 เทคนิคนี้ไปปรับใช้ รับรองได้เลยว่าถึงหมัดจะร้ายแค่ไหน แต่ 3 เทคนิคนี้เอาอยู่ !
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน -

“หมัด” สุดยอดนักกระโดดไกลอันดับ 1 ของโลก !
“หมัด” สุดยอดนักกระโดดไกลอันดับ 1 ของโลก ! หากนึกถึงสิ่งมีชีวิตนักกระโดดไกลมือวางอันดับ 1 ของโลก คุณคิดถึงอะไร ?กบไหม ? จิงโจ้รึป่าว ? หรือจะเป็นตั๊กแตน ?ขอบอกเลยว่าคุณคิดผิด ! เพราะตำแหน่งสุดยอดนักกระโดดไกลอันดับ 1 ของโลกตกเป็นของ “หมัด” นั่นเอง !เพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น และหมัดมีความน่ากลัวมากแค่ไหน ไปดูกัน ! “หมัด” กระโดดได้ไกล และสูงเหตุผลที่หมัดนับว่าเป็นนักกระโดดไกลอันดับ 1 นั่นก็เพราะพวกมันสามารถกระโดดได้ไกล และสูงถึง 220 เท่าเมื่อเทียบกับขนาดตัว หรือระยะทางประมาณ 400 เมตรเลยล่ะ ! ด้วยขนาดตัวที่เล็ก น้ำหนักตัวที่เบา และขาที่แข็งแรงทำให้พวกมันสามารถกระโดดได้ไกลขนาดนี้ เรียกได้ว่าหากพบเจอหมัดในสิ่งแวดล้อม พวกมันก็สามารถกระโดดขึ้นมาอยู่บนตัวน้องหมาได้ไม่ยาก แถมพวกมันยังมีขนาดตัวที่เล็กจิ๋วจนยากที่จะมองเห็น จึงทำให้หมัดเป็นหนึ่งในปรสิตที่รับมือได้ยากสุด ๆ ไข่หมัดเล็กจิ๋ว แถมเรียบลื่น ตกลงสู่สิ่งแวดล้อมได้ง่ายนอกจากขนาดตัวหมัดที่เล็กจิ๋วแล้ว ไข่ของพวกมันยังมีขนาดเล็กจิ๋วกว่านั้นไปอีก ! แถมไข่ของหมัดยังมีลักษณะพิเศษที่เรียบลื่น ตกลงสู่สิ่งแวดล้อมได้ง่าย ส่งผลให้หมัดเกิดการเพิ่มจำนวนอยู่ได้ในสิ่งแวดล้อม ไข่พวกมันจะแอบซ่อนไปกับเศษฝุ่นภายในบ้าน คงทนอยู่ได้เป็นระยะเวลานาน และด้วยคุณสมบัตินี้เองที่ทำให้การกำจัดหมัดเป็นไปได้ยาก เพราะถึงแม้เราจะกำจัดหมัดบนตัวน้องหมาได้แล้ว แต่พวกมันก็ยังคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมนั่นเอง ! ด้วยเหตุนี้ นอกจากการเลือกใช้โปรแกรมปกป้องที่ได้มาตรฐานแล้ว เจ้าของยังจำเป็นที่จะต้องทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปด้วยกันเพื่อการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ น้ำลายหมัดทำให้น้องหมาขนร่วงได้ !ไม่เพียงแต่แค่อาการคัน และการเสียเลือดจากการดูดเลือดเท่านั้น แต่หมัดยังมีน้ำลายที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในปัญหาน่าหนักใจสำหรับน้องหมา เพราะการกัดของหมัดแค่ครั้งเดียวอาจกระตุ้นให้น้องหมาเกิดอาการแพ้ที่บริเวณผิวหนัง หรือที่คุณหมอมักเรียกอาการนี้ว่า “ภูมิแพ้น้ำลายหมัด” น้องหมาจะแสดงอาการคันมาก เกาไม่หยุด ขนร่วงโดยเฉพาะบริเวณหลัง สะโพก และขาหลัง ซึ่งหากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดแผลถลอก และเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนได้เลยล่ะ นอกจากนี้หมัดยังเป็นพาหะของพยาธิตืดแตงกวาที่ก่อให้เกิดปัญหาทางระบบทางเดินอาหารได้อีกด้วย เห็นไหมว่าถึงแม้จะตัวเล็กจิ๋ว แต่ความน่ากลัวไม่จิ๋วตามขนาดตัวเอาซะเลย “หมัด” สุดยอดนักกระโดดอันดับ 1 ที่ต้องขอมอบตำแหน่งน่ากลัวอันดับ 1 ให้ด้วยเลย !ป้องกันหมัดตั้งแต่วันนี้ อย่าปล่อยให้น้องต้องทุกข์ทรมานจากการโดนหมัดกัด 🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน 🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง…
“หมัด” สุดยอดนักกระโดดไกลอันดับ 1 ของโลก !
หากนึกถึงสิ่งมีชีวิตนักกระโดดไกลมือวางอันดับ 1 ของโลก คุณคิดถึงอะไร ?
กบไหม ? จิงโจ้รึป่าว ? หรือจะเป็นตั๊กแตน ?
ขอบอกเลยว่าคุณคิดผิด ! เพราะตำแหน่งสุดยอดนักกระโดดไกลอันดับ 1 ของโลกตกเป็นของ “หมัด” นั่นเอง !
เพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น และหมัดมีความน่ากลัวมากแค่ไหน ไปดูกัน !
“หมัด” กระโดดได้ไกล และสูง
เหตุผลที่หมัดนับว่าเป็นนักกระโดดไกลอันดับ 1 นั่นก็เพราะพวกมันสามารถกระโดดได้ไกล และสูงถึง 220 เท่าเมื่อเทียบกับขนาดตัว หรือระยะทางประมาณ 400 เมตรเลยล่ะ ! ด้วยขนาดตัวที่เล็ก น้ำหนักตัวที่เบา และขาที่แข็งแรงทำให้พวกมันสามารถกระโดดได้ไกลขนาดนี้ เรียกได้ว่าหากพบเจอหมัดในสิ่งแวดล้อม พวกมันก็สามารถกระโดดขึ้นมาอยู่บนตัวน้องหมาได้ไม่ยาก แถมพวกมันยังมีขนาดตัวที่เล็กจิ๋วจนยากที่จะมองเห็น จึงทำให้หมัดเป็นหนึ่งในปรสิตที่รับมือได้ยากสุด ๆ
ไข่หมัดเล็กจิ๋ว แถมเรียบลื่น ตกลงสู่สิ่งแวดล้อมได้ง่าย
นอกจากขนาดตัวหมัดที่เล็กจิ๋วแล้ว ไข่ของพวกมันยังมีขนาดเล็กจิ๋วกว่านั้นไปอีก ! แถมไข่ของหมัดยังมีลักษณะพิเศษที่เรียบลื่น ตกลงสู่สิ่งแวดล้อมได้ง่าย ส่งผลให้หมัดเกิดการเพิ่มจำนวนอยู่ได้ในสิ่งแวดล้อม ไข่พวกมันจะแอบซ่อนไปกับเศษฝุ่นภายในบ้าน คงทนอยู่ได้เป็นระยะเวลานาน และด้วยคุณสมบัตินี้เองที่ทำให้การกำจัดหมัดเป็นไปได้ยาก เพราะถึงแม้เราจะกำจัดหมัดบนตัวน้องหมาได้แล้ว แต่พวกมันก็ยังคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมนั่นเอง ! ด้วยเหตุนี้ นอกจากการเลือกใช้โปรแกรมปกป้องที่ได้มาตรฐานแล้ว เจ้าของยังจำเป็นที่จะต้องทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปด้วยกันเพื่อการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ
น้ำลายหมัดทำให้น้องหมาขนร่วงได้ !
ไม่เพียงแต่แค่อาการคัน และการเสียเลือดจากการดูดเลือดเท่านั้น แต่หมัดยังมีน้ำลายที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในปัญหาน่าหนักใจสำหรับน้องหมา เพราะการกัดของหมัดแค่ครั้งเดียวอาจกระตุ้นให้น้องหมาเกิดอาการแพ้ที่บริเวณผิวหนัง หรือที่คุณหมอมักเรียกอาการนี้ว่า “ภูมิแพ้น้ำลายหมัด” น้องหมาจะแสดงอาการคันมาก เกาไม่หยุด ขนร่วงโดยเฉพาะบริเวณหลัง สะโพก และขาหลัง ซึ่งหากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดแผลถลอก และเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนได้เลยล่ะ นอกจากนี้หมัดยังเป็นพาหะของพยาธิตืดแตงกวาที่ก่อให้เกิดปัญหาทางระบบทางเดินอาหารได้อีกด้วย เห็นไหมว่าถึงแม้จะตัวเล็กจิ๋ว แต่ความน่ากลัวไม่จิ๋วตามขนาดตัวเอาซะเลย
“หมัด” สุดยอดนักกระโดดอันดับ 1 ที่ต้องขอมอบตำแหน่งน่ากลัวอันดับ 1 ให้ด้วยเลย !
ป้องกันหมัดตั้งแต่วันนี้ อย่าปล่อยให้น้องต้องทุกข์ทรมานจากการโดนหมัดกัด
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน -

Checklists สัญญาณอันตราย เจอแบบนี้ต้องพาน้องหมาไปตรวจโรคหัวใจด่วน !
Checklists สัญญาณอันตราย เจอแบบนี้ต้องพาน้องหมาไปตรวจโรคหัวใจด่วน ! โรคหัวใจ โรคร้ายที่สามารถพบได้บ่อยในน้องหมาซึ่งมีสาเหตุมาจากทั้งความผิดปกติของหัวใจเอง หรือการติดพยาธิหนอนหัวใจ ซ้ำร้ายยังไม่มีหนทางรักษาให้หายขาด ถ้าน้องหมาเป็นแล้วจะต้องรับยารักษาไปตลอดทั้งชีวิต ! แล้วแบบนี้เจ้าของแบบเราจะทำยังไงดี !? แจก checklists สัญญาณอันตราย เจอแบบนี้ต้องพาน้องหมาไปตรวจโรคหัวใจด่วน จะมีอาการอะไรบ้างไปดูกัน 1. ไอบ่อย ไอแห้ง : น้องหมาที่ป่วยด้วยโรคหัวใจมักมีขนาดของหัวใจที่ใหญ่ผิดปกติ ส่งผลให้หัวใจเกิดการกดทับเข้าที่บริเวณหลอดลม ซึ่งบริเวณนี้มีระบบประสาทที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมการไอวางตัวอยู่ เมื่อหัวใจกดทับเข้าที่บริเวณนี้น้องหมาจึงเกิดอาการไอนั่นเอง โดยลักษณะที่สามารถสังเกตได้อีกอย่าง คือการไอที่มีสาเหตุมาจากโรคหัวใจมักเป็นอาการไอแห้ง หรือไอแบบไม่มีเสมหะ หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพาน้องหมาไปรับการตรวจโดยด่วน ! 2. หอบแม้นั่งพัก : หัวใจที่ทำงานผิดปกติส่งผลให้การควบคุมสมดุลของของเหลวภายในร่างกายผิดปกติตามไปด้วย น้องหมาที่ป่วยด้วยโรคหัวใจในระยะรุนแรงอาจประสบกับภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งหมายถึงการที่ร่างกายไม่สามารถรักษาสมดุลของเหลวในเลือดได้ ของเหลวเหล่านี้ส่วนหนึ่งจะไหลไปสะสมที่บริเวณปอด ส่งผลให้น้องหมาเกิดภาวะน้ำท่วมปอด (อาการคล้ายจมน้ำ) น้องหมาจะหายใจไม่ออก หอบหายใจแม้อยู่ในขณะพัก ในรายที่รุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยล่ะ ! 3. ท้องกาง : อาการที่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนอีกอาการของภาวะหัวใจล้มเหลว คือท้องกาง เนื่องจากของเหลวที่ร่างกายไม่สามารถรักษาสมดุลได้เหล่านี้สามารถไหลออกมาสะสมภายในช่องท้อง และส่งผลให้น้องหมาเกิดอาการท้องกางตามมา ซึ่งน้ำเหล่านี้อาจกดการทำงานของอวัยวะภายใน ส่งผลให้น้องหมาเกิดอาการอึดอัด และการทำงานของอวัยวะภายในล้มเหลวได้ . โรคหัวใจ โรคร้ายอันตรายที่อาจส่งผลเสียถึงชีวิต หลีกเลี่ยงความเสี่ยงของโรคหัวใจตั้งแต่วันนี้ด้วยการพาน้องหมาไปตรวจร่างกายเป็นประจำ และใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายต้นเหตุของโรคหัวใจที่อันตรายถึงชีวิต 🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน 🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน
Checklists สัญญาณอันตราย เจอแบบนี้ต้องพาน้องหมาไปตรวจโรคหัวใจด่วน !
โรคหัวใจ โรคร้ายที่สามารถพบได้บ่อยในน้องหมาซึ่งมีสาเหตุมาจากทั้งความผิดปกติของหัวใจเอง หรือการติดพยาธิหนอนหัวใจ ซ้ำร้ายยังไม่มีหนทางรักษาให้หายขาด ถ้าน้องหมาเป็นแล้วจะต้องรับยารักษาไปตลอดทั้งชีวิต ! แล้วแบบนี้เจ้าของแบบเราจะทำยังไงดี !? แจก checklists สัญญาณอันตราย เจอแบบนี้ต้องพาน้องหมาไปตรวจโรคหัวใจด่วน จะมีอาการอะไรบ้างไปดูกัน
1. ไอบ่อย ไอแห้ง : น้องหมาที่ป่วยด้วยโรคหัวใจมักมีขนาดของหัวใจที่ใหญ่ผิดปกติ ส่งผลให้หัวใจเกิดการกดทับเข้าที่บริเวณหลอดลม ซึ่งบริเวณนี้มีระบบประสาทที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมการไอวางตัวอยู่ เมื่อหัวใจกดทับเข้าที่บริเวณนี้น้องหมาจึงเกิดอาการไอนั่นเอง โดยลักษณะที่สามารถสังเกตได้อีกอย่าง คือการไอที่มีสาเหตุมาจากโรคหัวใจมักเป็นอาการไอแห้ง หรือไอแบบไม่มีเสมหะ หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพาน้องหมาไปรับการตรวจโดยด่วน !
2. หอบแม้นั่งพัก : หัวใจที่ทำงานผิดปกติส่งผลให้การควบคุมสมดุลของของเหลวภายในร่างกายผิดปกติตามไปด้วย น้องหมาที่ป่วยด้วยโรคหัวใจในระยะรุนแรงอาจประสบกับภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งหมายถึงการที่ร่างกายไม่สามารถรักษาสมดุลของเหลวในเลือดได้ ของเหลวเหล่านี้ส่วนหนึ่งจะไหลไปสะสมที่บริเวณปอด ส่งผลให้น้องหมาเกิดภาวะน้ำท่วมปอด (อาการคล้ายจมน้ำ) น้องหมาจะหายใจไม่ออก หอบหายใจแม้อยู่ในขณะพัก ในรายที่รุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยล่ะ !
3. ท้องกาง : อาการที่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนอีกอาการของภาวะหัวใจล้มเหลว คือท้องกาง เนื่องจากของเหลวที่ร่างกายไม่สามารถรักษาสมดุลได้เหล่านี้สามารถไหลออกมาสะสมภายในช่องท้อง และส่งผลให้น้องหมาเกิดอาการท้องกางตามมา ซึ่งน้ำเหล่านี้อาจกดการทำงานของอวัยวะภายใน ส่งผลให้น้องหมาเกิดอาการอึดอัด และการทำงานของอวัยวะภายในล้มเหลวได้ . โรคหัวใจ โรคร้ายอันตรายที่อาจส่งผลเสียถึงชีวิต หลีกเลี่ยงความเสี่ยงของโรคหัวใจตั้งแต่วันนี้ด้วยการพาน้องหมาไปตรวจร่างกายเป็นประจำ และใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายต้นเหตุของโรคหัวใจที่อันตรายถึงชีวิต
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน -

อย่าลืมสร้างเกราะป้องกัน ก่อนพาน้องหมาไปเที่ยว
อย่าลืมสร้างเกราะป้องกัน ก่อนพาน้องหมาไปเที่ยว อากาศดีๆ แบบนี้มีแพลนพาน้องหมาไปเที่ยวไหนกันอีกไหมเจ้านาย ? >< วันนี้เรามี checklists ปกป้องน้องหมาได้ ไม่ว่าคุณจะพาน้องหมาออกไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือนอนเล่นพักผ่อนอยู่แต่ในบ้านก็ใช้ checklists เดียวกันนี้ได้เลย ! จะมีอะไรบ้างไปดูกัน ! 1. ปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายอันตรายถึงชีวิต : ไม่ว่าคุณจะพาน้องหมาออกไปลุยป่าฝ่าดง หรือนอนเล่น พักผ่อนอยู่แต่ภายในบ้านก็คงยากที่จะหลีกเลี่ยงการเจอกับยุงตัวร้ายที่คอยกัด และสร้างความรำคาญให้น้องหมาอยู่เรื่อย ๆ ใช่ไหม แต่คุณรู้หรือไม่ว่านอกจากอาการคันอันแสนน่ารำคาญเหล่านั้นแล้ว ยุงยังเป็นพาหะของพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตตัวร้ายที่คอยสร้างความทุกข์ทรมานให้น้องหมาจากภายใน แถมยังติดง่ายเพียงแค่โดนยุงกัดแค่ครั้งเดียว เมื่อน้องหมาติดพยาธิหนอนหัวใจเข้าไปแล้ว ในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการออกมาอย่างชัดเจน อาการทั่วไปที่สามารถพบได้ เช่น ไอ และเหนื่อยง่าย แต่ในระยะท้าย ๆ ที่พยาธิหนอนหัวใจมีการเพิ่มจำนวนจนก่อให้เกิดการอุดตันภายในปอด และหัวใจแล้ว น้องหมาจะเกิดภาวะปอดอักเสบ และหัวใจล้มเหลว ซึ่งส่งผลให้น้องหมาไอหนัก หายใจไม่ออก และเสียชีวิตได้ในท้ายที่สุด เรียกได้ว่ากว่าจะรู้ตัว น้องหมาก็มีอาการหนักจนยากต่อการรักษาแล้ว นี่ยังไม่รวมถึงการรักษาที่ทั้งยุ่งยาก ลำบาก ยาที่ฉีดเพื่อรักษาก่อให้เกิดความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก และค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูง 2. ปกป้องน้องหมาจากปรสิตภายนอก ปรสิตตัวร้ายที่พบได้บ่อย: หากพูดถึงหนึ่งในภัยร้ายที่รุกรานน้องหมา และพบได้บ่อยที่สุด คงไม่มีใครไม่นึกถึง เห็บ และหมัดอย่างแน่นอน เพราะพวกมันแอบซ่อนตัวอยู่ได้ในทุก ๆ ที่ ไม่ว่าคุณจะพาน้องออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน หรือนอนพักผ่อนอยู่ในบ้าน แถมยังแพร่ระบาดจากน้องหมาตัวหนึ่ง ไปสู่น้องหมาอีกตัวหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว เมื่อกัดเพื่อดูดเลือดน้องหมาเป็นอาหาร ทำให้เกิดอาการคัน และเสียเลือดเป็นจำนวนมาก หากปล่อยไว้นานๆ น้องหมาอาจเกิดภาวะโลหิตจางตามมาได้อีกด้วย ถึงตัวจะจิ๋วแต่สามารถทำอันตรายจนจนทำให้น้องหมาเสียชีวิตได้เลย นอกจากเห็บ หมัดจะทำให้เกิดโรคโลหิตจางแล้ว เห็บ ยังเป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือด ตัวการสำคัญของการทำลายเม็ดเลือดแดงที่ส่งผลให้น้องหมาป่วยด้วยภาวะโลหิตจาง ร่างกายไม่สามารถลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งความผิดปกตินี้อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยล่ะ ! หมัด ก็ร้ายกาจไม่ต่าง เพราะจะมีน้ำลายซึ่งกระตุ้นให้เกิดภาวะแพ้น้ำลายหมัด ส่งผลให้น้องหมามีอาการคัน ผิวหนังอักเสบ และขนร่วงตามมา เมื่อเกาจนเกิดแผล จะเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนได้ในอนาคต 3. ปกป้องน้องหมาจากพยาธิทางเดินอาหาร ภัยร้ายที่เจ้าของมักมองข้าม: พยาธิในระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ พยาธิตัวกลม และพยาธิปากขอ นับเป็นภัยเงียบที่เจ้าของหลายคนมองข้าม เพราะเมื่อน้องหมารับเข้าสู่ร่างกาย เจ้าของอย่างเรามักไม่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า…
อย่าลืมสร้างเกราะป้องกัน ก่อนพาน้องหมาไปเที่ยว
อากาศดีๆ แบบนี้มีแพลนพาน้องหมาไปเที่ยวไหนกันอีกไหมเจ้านาย ? ><
วันนี้เรามี checklists ปกป้องน้องหมาได้ ไม่ว่าคุณจะพาน้องหมาออกไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือนอนเล่นพักผ่อนอยู่แต่ในบ้านก็ใช้ checklists เดียวกันนี้ได้เลย ! จะมีอะไรบ้างไปดูกัน !
1. ปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายอันตรายถึงชีวิต :
ไม่ว่าคุณจะพาน้องหมาออกไปลุยป่าฝ่าดง หรือนอนเล่น พักผ่อนอยู่แต่ภายในบ้านก็คงยากที่จะหลีกเลี่ยงการเจอกับยุงตัวร้ายที่คอยกัด และสร้างความรำคาญให้น้องหมาอยู่เรื่อย ๆ ใช่ไหม แต่คุณรู้หรือไม่ว่านอกจากอาการคันอันแสนน่ารำคาญเหล่านั้นแล้ว ยุงยังเป็นพาหะของพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตตัวร้ายที่คอยสร้างความทุกข์ทรมานให้น้องหมาจากภายใน แถมยังติดง่ายเพียงแค่โดนยุงกัดแค่ครั้งเดียว เมื่อน้องหมาติดพยาธิหนอนหัวใจเข้าไปแล้ว ในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการออกมาอย่างชัดเจน อาการทั่วไปที่สามารถพบได้ เช่น ไอ และเหนื่อยง่าย แต่ในระยะท้าย ๆ ที่พยาธิหนอนหัวใจมีการเพิ่มจำนวนจนก่อให้เกิดการอุดตันภายในปอด และหัวใจแล้ว น้องหมาจะเกิดภาวะปอดอักเสบ และหัวใจล้มเหลว ซึ่งส่งผลให้น้องหมาไอหนัก หายใจไม่ออก และเสียชีวิตได้ในท้ายที่สุด เรียกได้ว่ากว่าจะรู้ตัว น้องหมาก็มีอาการหนักจนยากต่อการรักษาแล้ว นี่ยังไม่รวมถึงการรักษาที่ทั้งยุ่งยาก ลำบาก ยาที่ฉีดเพื่อรักษาก่อให้เกิดความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก และค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูง
2. ปกป้องน้องหมาจากปรสิตภายนอก ปรสิตตัวร้ายที่พบได้บ่อย:
หากพูดถึงหนึ่งในภัยร้ายที่รุกรานน้องหมา และพบได้บ่อยที่สุด คงไม่มีใครไม่นึกถึง เห็บ และหมัดอย่างแน่นอน เพราะพวกมันแอบซ่อนตัวอยู่ได้ในทุก ๆ ที่ ไม่ว่าคุณจะพาน้องออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน หรือนอนพักผ่อนอยู่ในบ้าน แถมยังแพร่ระบาดจากน้องหมาตัวหนึ่ง ไปสู่น้องหมาอีกตัวหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว เมื่อกัดเพื่อดูดเลือดน้องหมาเป็นอาหาร ทำให้เกิดอาการคัน และเสียเลือดเป็นจำนวนมาก หากปล่อยไว้นานๆ น้องหมาอาจเกิดภาวะโลหิตจางตามมาได้อีกด้วย ถึงตัวจะจิ๋วแต่สามารถทำอันตรายจนจนทำให้น้องหมาเสียชีวิตได้เลย นอกจากเห็บ หมัดจะทำให้เกิดโรคโลหิตจางแล้ว เห็บ ยังเป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือด ตัวการสำคัญของการทำลายเม็ดเลือดแดงที่ส่งผลให้น้องหมาป่วยด้วยภาวะโลหิตจาง ร่างกายไม่สามารถลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งความผิดปกตินี้อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยล่ะ ! หมัด ก็ร้ายกาจไม่ต่าง เพราะจะมีน้ำลายซึ่งกระตุ้นให้เกิดภาวะแพ้น้ำลายหมัด ส่งผลให้น้องหมามีอาการคัน ผิวหนังอักเสบ และขนร่วงตามมา เมื่อเกาจนเกิดแผล จะเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนได้ในอนาคต
3. ปกป้องน้องหมาจากพยาธิทางเดินอาหาร ภัยร้ายที่เจ้าของมักมองข้าม:
พยาธิในระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ พยาธิตัวกลม และพยาธิปากขอ นับเป็นภัยเงียบที่เจ้าของหลายคนมองข้าม เพราะเมื่อน้องหมารับเข้าสู่ร่างกาย เจ้าของอย่างเรามักไม่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า เพราะไข่พยาธิที่ปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อมทั้งในชามน้ำ ชามอาหาร หรือขนมที่ปนเปื้อนพื้นดินเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายๆ เมื่อฟักในตัวของน้องหมา และเจริญเติบโต จะกัดกินเลือดอยู่ภายในร่างกาย พยาธิในระบบทางเดินอาหารเหล่านี้จะใช้ปากกัดเพื่อดูดเลือดเข้าที่ลำไส้ของน้องหมา ส่งผลให้น้องหมาเสียเลือดมาก เกิดแผลในทางเดินอาหาร น้ำหนักตัวลด ซึม ร่างกายอ่อนแอ น้องหมาบางตัวอาจแสดงอาการอาเจียน และท้องเสียร่วมได้ ซึ่งเมื่อร่างกายน้องหมาอ่อนแอลง น้องหมาก็มีโอกาสในการเกิดโรคแทรกซ้อนได้สูงขึ้นตามมานั่นเอง
4. ปกป้องน้องหมาจากพยาธิปอด ภัยเงียบที่ทำร้ายน้องหมาจากภายใน:
พยาธิปอดจะอาศัยอยู่บริเวณหลอดลม และปอด ส่งผลให้น้องหมาเกิดอาการไอ หายใจลำบาก ในรายที่มีการสะสมของพยาธิเป็นจำนวนมาก อาจก่อให้เกิดการอุดตันจนน้องหมาหายใจไม่ออก และเสียชีวิตได้
มาปกป้องน้องหมาให้ผ่านปีใหม่นี้ไปด้วยกัน อย่าลืมทำตาม checklists เหล่านี้ และ
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน -

พยาธิหนอนหัวใจ อันตรายถึงชีวิต
“พยาธิหนอนหัวใจ” ทำไมถึงเป็นปรสิตตัวร้ายที่อันตรายถึงชีวิตในน้องหมา ? แล้วทำไมคุณหมอถึงมักพูดถึง และเตือนนักเตือนหนาว่าให้ระวังให้ดี ? วันนี้เราไปหาคำตอบพร้อมกัน พยาธิหนอนหัวใจ คือปรสิตชนิดหนึ่งที่จะอาศัยอยู่ภายในหลอดเลือดของน้องหมา สืบพันธุ์เพิ่มจำนวนกันยั้วเยี้ยจนเต็มหลอดเลือด จัดเป็นปรสิตที่พบได้บ่อยในน้องหมา โดยเฉพาะน้องหมาที่เลี้ยงรวมกันเป็นจำนวนมาก แต่เดี๋ยวก่อน ! ถึงจะเลี้ยงเพียงตัวเดียวในบ้านก็ไม่ได้แปลว่าน้องหมาจะปลอดภัยจากพยาธิหนอนหัวใจ เพราะพยาธิหนอนหัวใจจะแพร่ผ่านทาง “ยุง” ที่เป็นพาหะนำโรค และการโดนยุงพาหะกัดเพียงแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาติดพยาธิหนอนหัวใจได้แล้วล่ะ ดังนั้น ตราบใดที่น้องหมายังไม่สามารถหลบเลี่ยงไปจากยุงได้ นั่นก็หมายความว่าน้องหมายังคงมีโอกาสติดพยาธิหนอนหัวใจได้ทุกเมื่อ (ยุงเหล่านี้เอาพยาธิหนอนหัวใจมาจากไหนน่ะหรอ ก็เอามาจากน้องหมาจรจัดที่อาศัยอยู่ในระแวกบ้านเรายังไงล่ะ !) อาการของการติดพยาธิหนอนหัวใจ ขึ้นอยู่กับจำนวนของพยาธิที่อาศัยอยู่ภายในหลอดเลือดของน้องหมา แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าถึงตอนแรกปรสิตเหล่านี้จะมีจำนวนน้อย แต่พยาธิหนอนหัวใจจะสืบพันธุ์ และเพิ่มจำนวน เจริญเติบโตอยู่ภายในหลอดเลือดของน้องหมา ค่อย ๆ ทำให้น้องหมาแสดงอาการออกมาอย่างช้า ๆ กว่าจะเห็นอาการชัดเจน พยาธิหนอนหัวใจก็อาจอัดแน่นในหลอดเลือด จนก่อให้เกิดอุดตันซึ่งนับว่าเป็นอาการในขั้นรุนแรงแล้วล่ะ โดยอาการที่เจ้าของสามารถสังเกตเห็นได้ในเบื้องต้น คืออาการอ่อนเพลีย ทนการออกกำลังกายมาก ๆ ไม่ค่อยได้ และไอแห้ง ๆ แบบไม่มีเสมหะ ซึ่งจะแสดงออกมาให้เห็นบ้างเป็นครั้งคราว ในรายที่รุนแรง น้องหมาจะแสดงอาการไอตลอดเวลา ท้องมาน ตัวบวมน้ำ หายใจไม่ออก และเสียชีวิตในท้ายที่สุด การรักษาพยาธิหนอนหัวใจ นับว่าเป็นอีกหนึ่งความทุกข์ทรมานของน้องหมา เพราะหลักการสำคัญของการรักษา คือการทำให้พยาธิตายอย่างช้า ๆ เนื่องจากหากทำให้พยาธิตายอย่างรวดเร็ว ชิ้นส่วนของพยาธิที่ตายลงอาจเข้าไปอุดตันบริเวณหัวใจ และหลอดเลือด จนส่งผลให้อาการแย่ลงได้ การรักษาจึงจำเป็นต้องใช้ระยะเวลานาน นอกจากนี้ตัวยาที่ฉีดเพื่อจำกัดพยาธิหนอนหัวใจยังเป็นตัวยาที่ฉีดเข้าบริเวณกล้ามเนื้อ ส่งผลให้น้องหมาเกิดความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก (มากในระดับที่คุณหมอต้องจ่ายยาแก้ปวดให้เลยล่ะ) อีกทั้งภายหลังการรักษาน้องหมายังจำเป็นต้องถูกกักบริเวณเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 สัปดาห์เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหว และออกกำลังกาย เพราะชิ้นส่วนของพยาธิหนอนหัวใจที่ตายลงอาจก่อให้เกิดการอุดตันได้ทุกเมื่อ ไม่เพียงเท่านั้น ในรายที่มีอาการรุนแรงมาก พยาธิหนอนหัวใจสะสม และอุดตันในหัวใจอย่างรุนแรง สัตวแพทย์อาจทำการผ่าตัดเพื่อนำเอาพยาธิหนอนหัวใจออกจากร่างกาย ซึ่งต้องขอบอกว่าการวางยาน้องหมาที่ป่วยด้วยพยาธิหนอนหัวใจนี้นับว่ามีความเสี่ยงสูงมาก เจ้าของต้องเตรียมใจไว้ล่วงหน้าว่าน้องหมาอาจเสียชีวิตในระหว่างการผ่าตัดได้เลยล่ะ พยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตตัวร้ายที่ทั้งติดง่ายจากการโดนยุงกัดเพียงครั้งเดียว ก่อให้เกิดอาการอย่างช้า ๆ กว่าจะรู้ตัวอาการก็รุนแรงในระดับที่ทำการรักษาได้ยาก การรักษาก็ยังจำเป็นต้องใช้ระยะเวลานาน ก่อให้เกิดความเป็นปวด และถึงจะทำการรักษาแล้ว น้องหมาก็ยังคงต้องแบกรับความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตอีกอยู่ดี ดังนั้นอย่าปล่อยให้น้องหมาต้องเสี่ยงต่อการติดพยาธิหนอนหัวใจเลย ป้องกันน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจตั้งแต่วันนี้ด้วย Simple Protectionโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน ป้องกันปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิต ได้แก่ พยาธิหนอนหัวใจ หมัด เห็บ พยาธิทางเดินอาหาร 🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน…
“พยาธิหนอนหัวใจ”
ทำไมถึงเป็นปรสิตตัวร้ายที่อันตรายถึงชีวิตในน้องหมา ?
แล้วทำไมคุณหมอถึงมักพูดถึง และเตือนนักเตือนหนาว่าให้ระวังให้ดี ?
วันนี้เราไปหาคำตอบพร้อมกัน
พยาธิหนอนหัวใจ คือปรสิตชนิดหนึ่งที่จะอาศัยอยู่ภายในหลอดเลือดของน้องหมา สืบพันธุ์เพิ่มจำนวนกันยั้วเยี้ยจนเต็มหลอดเลือด จัดเป็นปรสิตที่พบได้บ่อยในน้องหมา โดยเฉพาะน้องหมาที่เลี้ยงรวมกันเป็นจำนวนมาก แต่เดี๋ยวก่อน ! ถึงจะเลี้ยงเพียงตัวเดียวในบ้านก็ไม่ได้แปลว่าน้องหมาจะปลอดภัยจากพยาธิหนอนหัวใจ เพราะพยาธิหนอนหัวใจจะแพร่ผ่านทาง “ยุง” ที่เป็นพาหะนำโรค และการโดนยุงพาหะกัดเพียงแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาติดพยาธิหนอนหัวใจได้แล้วล่ะ ดังนั้น ตราบใดที่น้องหมายังไม่สามารถหลบเลี่ยงไปจากยุงได้ นั่นก็หมายความว่าน้องหมายังคงมีโอกาสติดพยาธิหนอนหัวใจได้ทุกเมื่อ (ยุงเหล่านี้เอาพยาธิหนอนหัวใจมาจากไหนน่ะหรอ ก็เอามาจากน้องหมาจรจัดที่อาศัยอยู่ในระแวกบ้านเรายังไงล่ะ !)
อาการของการติดพยาธิหนอนหัวใจ ขึ้นอยู่กับจำนวนของพยาธิที่อาศัยอยู่ภายในหลอดเลือดของน้องหมา แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าถึงตอนแรกปรสิตเหล่านี้จะมีจำนวนน้อย แต่พยาธิหนอนหัวใจจะสืบพันธุ์ และเพิ่มจำนวน เจริญเติบโตอยู่ภายในหลอดเลือดของน้องหมา ค่อย ๆ ทำให้น้องหมาแสดงอาการออกมาอย่างช้า ๆ กว่าจะเห็นอาการชัดเจน พยาธิหนอนหัวใจก็อาจอัดแน่นในหลอดเลือด จนก่อให้เกิดอุดตันซึ่งนับว่าเป็นอาการในขั้นรุนแรงแล้วล่ะ โดยอาการที่เจ้าของสามารถสังเกตเห็นได้ในเบื้องต้น คืออาการอ่อนเพลีย ทนการออกกำลังกายมาก ๆ ไม่ค่อยได้ และไอแห้ง ๆ แบบไม่มีเสมหะ ซึ่งจะแสดงออกมาให้เห็นบ้างเป็นครั้งคราว ในรายที่รุนแรง น้องหมาจะแสดงอาการไอตลอดเวลา ท้องมาน ตัวบวมน้ำ หายใจไม่ออก และเสียชีวิตในท้ายที่สุด
การรักษาพยาธิหนอนหัวใจ นับว่าเป็นอีกหนึ่งความทุกข์ทรมานของน้องหมา เพราะหลักการสำคัญของการรักษา คือการทำให้พยาธิตายอย่างช้า ๆ เนื่องจากหากทำให้พยาธิตายอย่างรวดเร็ว ชิ้นส่วนของพยาธิที่ตายลงอาจเข้าไปอุดตันบริเวณหัวใจ และหลอดเลือด จนส่งผลให้อาการแย่ลงได้ การรักษาจึงจำเป็นต้องใช้ระยะเวลานาน นอกจากนี้ตัวยาที่ฉีดเพื่อจำกัดพยาธิหนอนหัวใจยังเป็นตัวยาที่ฉีดเข้าบริเวณกล้ามเนื้อ ส่งผลให้น้องหมาเกิดความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก (มากในระดับที่คุณหมอต้องจ่ายยาแก้ปวดให้เลยล่ะ) อีกทั้งภายหลังการรักษาน้องหมายังจำเป็นต้องถูกกักบริเวณเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 สัปดาห์เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหว และออกกำลังกาย เพราะชิ้นส่วนของพยาธิหนอนหัวใจที่ตายลงอาจก่อให้เกิดการอุดตันได้ทุกเมื่อ ไม่เพียงเท่านั้น ในรายที่มีอาการรุนแรงมาก พยาธิหนอนหัวใจสะสม และอุดตันในหัวใจอย่างรุนแรง สัตวแพทย์อาจทำการผ่าตัดเพื่อนำเอาพยาธิหนอนหัวใจออกจากร่างกาย ซึ่งต้องขอบอกว่าการวางยาน้องหมาที่ป่วยด้วยพยาธิหนอนหัวใจนี้นับว่ามีความเสี่ยงสูงมาก เจ้าของต้องเตรียมใจไว้ล่วงหน้าว่าน้องหมาอาจเสียชีวิตในระหว่างการผ่าตัดได้เลยล่ะ
พยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตตัวร้ายที่ทั้งติดง่ายจากการโดนยุงกัดเพียงครั้งเดียว ก่อให้เกิดอาการอย่างช้า ๆ กว่าจะรู้ตัวอาการก็รุนแรงในระดับที่ทำการรักษาได้ยาก การรักษาก็ยังจำเป็นต้องใช้ระยะเวลานาน ก่อให้เกิดความเป็นปวด และถึงจะทำการรักษาแล้ว น้องหมาก็ยังคงต้องแบกรับความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตอีกอยู่ดี ดังนั้นอย่าปล่อยให้น้องหมาต้องเสี่ยงต่อการติดพยาธิหนอนหัวใจเลย ป้องกันน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจตั้งแต่วันนี้ด้วย Simple Protectionโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน ป้องกันปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิต ได้แก่ พยาธิหนอนหัวใจ หมัด เห็บ พยาธิทางเดินอาหาร
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน -

ภัยร้ายไม่คาดคิด เมื่อพาน้องหมาไปสถานที่ฝากเลี้ยง
ก่อนจะไปเที่ยวกัน อย่าลืมหาคนมาดูแลน้องหมากันด้วยล่ะ หรือมีแพลนกำลังจะมองหาโรงพยาบาล หรือสถานที่ฝากเลี้ยงกันอยู่ใช่ไหม แน่นอนก็ต้องหาที่ที่เราไว้ใจที่สุด ดีที่สุด เพื่อน้องหมาของเรา แต่ภัยร้ายที่ร้ายที่สุด คือ สิ่งที่เล็กมาก เราจะมองไม่เห็น มาดูกันซะหน่อยว่ามีอะไรบ้าง แล้วเราจะป้องกันได้อย่างไง ไปดูกัน !
ก่อนจะไปเที่ยวกัน อย่าลืมหาคนมาดูแลน้องหมากันด้วยล่ะ หรือมีแพลนกำลังจะมองหาโรงพยาบาล หรือสถานที่ฝากเลี้ยงกันอยู่ใช่ไหม แน่นอนก็ต้องหาที่ที่เราไว้ใจที่สุด ดีที่สุด เพื่อน้องหมาของเรา แต่ภัยร้ายที่ร้ายที่สุด คือ สิ่งที่เล็กมาก เราจะมองไม่เห็น มาดูกันซะหน่อยว่ามีอะไรบ้าง แล้วเราจะป้องกันได้อย่างไง ไปดูกัน !
1. ภัยร้ายจากพยาธิหนอนหัวใจ : ขอยกภัยร้ายนี้ให้ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะพยาธิหนอนหัวใจ คือปรสิตตัวร้ายที่พบการแพร่ระบาดสูงมาก! ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตของน้องหมาได้ เจ้าโรคนี้จะมียุงเป็นพาหะนำโรค และหากโดนกัดเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาติดโรคได้แล้ว นอกจากจะติดง่ายแล้ว การก่อโรคยังอันตรายมากเช่นกัน โดยเมื่อน้องหมาติดได้รับพยาธิหนอนหัวใจเข้าสู่ร่างกาย เจ้าพยาธินี้จะเพิ่มจำนวนจนยั้วเยี้ยเต็มหลอดเลือด เข้าไปอุดตันในหลอดเลือดบริเวณปอด และหัวใจ ส่งผลให้น้องหมาเกิดภาวะปอดอักเสบ หัวใจล้มเหลว น้องหมาจะทุกข์ทรมานเพราะหายใจไม่ออก และร่างกายไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้เพียงพอ สุดท้ายน้องหมาจะทนไม่ไหว และจากไปในที่สุด แต่ แต่ แต่ถึงจะน่ากลัวมากแค่ไหน พยาธิหนอนหัวใจก็สามารถป้องกันได้ เพียงหลีกเลี่ยงน้องหมาจากบริเวณที่อาจมียุง พร้อมทั้งเสริมเกราะป้องกันพยาธิหนอนหัวใจด้วยโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
2. ภัยร้ายจากปรสิตภายนอก : ภัยร้ายอันดับสองคงหนีไม่พ้นปรสิตภายนอกไม่ว่าจะเป็นเห็บ หรือหมัด เพราะปรสิตเหล่านี้แอบซ่อนตัวอยู่ได้ในทุก ๆ ที่ ไม่ว่าน้องหมาจะอยู่แต่ภายในบ้าน หรือออกนอกบ้าน ไม่ต้องพูดถึงการพามาสถานที่ฝากเลี้ยง ที่ซึ่งมีน้องหมาอาศัยรวมกันอยู่เป็นจำนวนมาก บอกเลยว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยล่ะ โดยเฉพาะเห็บ นับเป็นปรสิตที่ก่อให้เกิดอันตรายกับน้องหมาเป็นอย่างมาก นอกจากจะทำให้น้อมหมาคัน หากถูกดูดเลือดนาน ๆ หรือจำนวนมาก อาจเกิดภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดได้ แถมยังเป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือด หากไม่ได้รับการรักษาอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยล่ะ ! และปรสิตอีกชนิดที่ขาดไม่ได้ นั่นคือ หมัด ปรสิตตัวเล็กจิ๋ว ที่ความอันตรายไม่จิ๋วเหมือนขนาดตัว ! ที่ทำให้น้องคัน และภาวะโลหิตจางได้เช่นกัน แต่ความร้ายกาจที่เหนือกว่า คือ น้ำลายของหมัดสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้กับน้องหมาบางตัว ส่งผลให้น้องหมามีอาการคันมาก เกิดภาวะผิวหนังอักเสบ และขนร่วงได้ การป้องกันปรสิตภายนอกที่ดีที่สุด คือการดูแลรักษาความสะอาดของสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยจากเห็บ และหมัดทั้งในระยะไข่ ตัวอ่อน และตัวเต็มวัย พร้อมทั้งเสริมเกราะป้องกันปรสิตภายนอกด้วยโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
3. ภัยร้ายจากพยาธิทางเดินอาหาร : สถานที่ฝากเลี้ยงหลายที่ ถึงแม้จะทำความสะอาดเป็นอย่างดีแล้ว แต่ก็อาจหนีไม่พ้นไข่ของพยาธิในระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มพยาธิตัวกลม และพยาธิปากขอ น้องหมาอาจได้รับไข่พยาธิเหล่านี้ได้ผ่านทางการเลียกรง การกินอาหาร/น้ำ ที่ภาชนะที่ปนเปื้อนไข่พยาธิ โดยอันตรายพยาธิกลุ่มนี้ คือการก่อให้เกิดแผลในระบบทางเดินอาหาร ส่งผลให้น้องหมาซึม เบื่ออาหาร ร่างกายไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้อย่างเต็มที่ น้องหมาบางตัวอาจอาเจียน ท้องเสีย หรือน้ำหนักตัวลดลงได้ ทำให้สุขภาพของน้องหมาเสื่อมโทรมจากภายใน ป็นช่องว่างให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมาได้นั่นเอง สำหรับการป้องกันปรสิตภายในที่ดีที่สุด คือ การพาน้องไปสถานที่ฝากเลี้ยงที่ทำความสะอาดเป็นอย่างดี (ไปเดินดูสถานที่จริงก่อนก็ได้นะ) พร้อมทั้งเสริมเกราะป้องกันปรสิตภายในด้วยโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
เที่ยวปีใหม่นี้ ก่อนพาน้องหมาไปฝากเลี้ยงอย่าลืมป้องกันแบบปลอดภัย พาน้องไปฝากเลี้ยงแบบสบายใจ ไร้ปรสิต ด้วย Simple Protection โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน ป้องกันปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิต ได้แก่ พยาธิหนอนหัวใจ หมัด เห็บ และพยาธิทางเดินอาหาร
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน