Category: การดูแลสุนัข

  • แชร์ 5 เคล็ด(ไม่)ลับ

    แชร์ 5 เคล็ด(ไม่)ลับ


    มาป้องกันเห็บในหน้าฝนกันเถอะ ! 🌧️เพราะความชื้น คือตัวการสำคัญที่ทำให้เห็บเกิดการแพร่ระบาดได้ง่ายในหน้าฝน เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน สิ่งที่เจ้าของสุนัขหลายคนต้องกังวลก็คือ “เห็บ–หมัด” ศัตรูตัวร้ายที่มักระบาดหนักเป็นพิเศษในช่วงนี้เนื่องจากสภาพอากาศชื้นและเย็นเอื้อต่อการขยายพันธุ์ของพวกมันเป็นอย่างมาก เห็บหมัดไม่ได้สร้างเพียงความรำคาญให้น้องหมาแต่ยังเป็นพาหะนำโรคที่อันตราย เช่น โรคพยาธิในเม็ดเลือด ที่สามารถทำให้สุนัขอ่อนแรง ซีด และถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี การป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งที่เจ้าของควรทำอย่างจริงจัง และนี่คือ 5 เคล็ด(ไม่)ลับ ที่ช่วยป้องกันเห็บหมัดในหน้าฝนให้ได้ผลอย่างครอบคลุม 1. รักษาความสะอาดบ้านและที่อยู่อาศัย 🏠✨แม้เราจะเห็นเห็บเกาะตามตัวสุนัข แต่ในความจริงแล้ว ไข่และตัวอ่อนจำนวนมากมักซ่อนตัวอยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบบ้าน ไม่ว่าจะเป็นพรม โซฟา ที่นอนสัตว์เลี้ยง หรือมุมอับชื้น หากไม่กำจัดให้หมด วงจรการแพร่พันธุ์ก็จะไม่สิ้นสุด ดังนั้นเจ้าของจึงควรหมั่นทำความสะอาดบ้านอย่างละเอียด ดูดฝุ่นตามซอกมุมและเฟอร์นิเจอร์เป็นประจำ ซักที่นอนและผ้าห่มของสุนัขทุกสัปดาห์ รวมถึงใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยงเพื่อกำจัดเชื้อโรคและตัวปรสิตที่อาจหลงเหลืออยู่ วิธีนี้จะช่วยลดจำนวนเห็บหมัดและป้องกันการฟักตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. อาบน้ำและดูแลขนน้องหมาเป็นประจำ 🛁🐾ความเปียกชื้นที่ติดอยู่บนผิวหนังและเส้นขนหลังเล่นน้ำฝนหรือเดินลุยสนามเปียก คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เห็บเจริญเติบโตได้รวดเร็ว การอาบน้ำอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นการลดความเสี่ยงในตัวเองควรเลือกแชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดการสะสมของปรสิต และหลังอาบน้ำควรเช็ดหรือเป่าขนให้แห้งสนิททุกครั้ง การแปรงขนก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เจ้าของสังเกตได้ว่าสุนัขมีเห็บหมัดเกาะอยู่หรือไม่ รวมถึงช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและทำให้ผิวหนังแข็งแรงมากขึ้นได้อีกด้วย 3. ดูแลสนามหญ้าและพื้นที่รอบบ้าน 🌿✂️นอกจากตัวบ้านแล้ว บริเวณรอบบ้านก็เป็นพื้นที่เสี่ยงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะสนามหญ้าที่รกและมีความชื้นสูง มักเป็นแหล่งอาศัยและเพาะพันธุ์ชั้นดีของเห็บหมัดการตัดหญ้าอย่างสม่ำเสมอ กำจัดวัชพืช และเก็บกวาดเศษใบไม้ที่เปียกชื้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการป้องกัน หากพื้นที่รอบบ้านมีน้ำขัง ควรปรับปรุงการระบายน้ำเพื่อลดสภาพอับชื้น เพราะหากปล่อยไว้ น้องหมาอาจนำเห็บจากสนามหญ้าเข้ามาสู่ในบ้านได้โดยไม่รู้ตัว 4. ตรวจสุขภาพและเช็กตัวน้องหมาเป็นประจำ 👩‍⚕️🐶การตรวจสุขภาพสุนัขเป็นประจำถือเป็นอีกหนึ่งเกราะป้องกันที่ไม่ควรมองข้าม เจ้าของควรหมั่นตรวจตามตัวน้องหลังจากออกไปเล่นนอกบ้าน โดยเฉพาะจุดที่เห็บชอบเกาะ เช่น ซอกหู รักแร้ ขาหนีบ และซอกนิ้ว หากพบเห็บ ควรใช้คีมดึงเห็บออกอย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ไม่ควรดึงด้วยมือเปล่า เพราะส่วนปากของเห็บอาจยังฝังอยู่ใต้ผิวหนังนอกจากนี้ การพาน้องหมาไปพบสัตวแพทย์เป็นระยะก็เป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะหากติดโรคที่เห็บเป็นพาหะ เช่น พยาธิในเม็ดเลือด อาการมักไม่แสดงให้เห็นทันที การตรวจสุขภาพจะช่วยให้พบโรคได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม 5. ใช้โปรแกรมป้องกันเห็บ–หมัดแบบครบวงจร 💊🛡️ถึงแม้จะใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของน้องหมาอย่างดีแล้ว แต่การเสริมเกราะป้องกันจากภายในด้วยผลิตภัณฑ์หรือโปรแกรมป้องกันก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่ความเสี่ยงสูงขึ้นด้วยการปกป้องอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือนด้วยโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่สัตวแพทย์แนะนำ โดยนอกจากการป้องกันเห็บแล้ว ทางที่ดีควรเสริมเกราะป้องกันให้ครบ ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง อันได้แก่ เกราะป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ เกราะป้องกันหมัด เห็บ และเกราะป้องกันพยาธิทางเดินอาหาร เพื่อช่วยให้น้องหมามีสุขภาพดี หมดกังวลเรื่องปรสิตไปได้เลย การป้องกันเห็บหมัดในหน้าฝนไม่ใช่เรื่องยากเกินไป หากเจ้าของใส่ใจและลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ด้วย…

    มาป้องกันเห็บในหน้าฝนกันเถอะ ! 🌧️
    เพราะความชื้น คือตัวการสำคัญที่ทำให้เห็บเกิดการแพร่ระบาดได้ง่ายในหน้าฝน

    เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน สิ่งที่เจ้าของสุนัขหลายคนต้องกังวลก็คือ “เห็บ–หมัด” ศัตรูตัวร้ายที่มักระบาดหนักเป็นพิเศษในช่วงนี้
    เนื่องจากสภาพอากาศชื้นและเย็นเอื้อต่อการขยายพันธุ์ของพวกมันเป็นอย่างมาก เห็บหมัดไม่ได้สร้างเพียงความรำคาญให้น้องหมา
    แต่ยังเป็นพาหะนำโรคที่อันตราย เช่น โรคพยาธิในเม็ดเลือด ที่สามารถทำให้สุนัขอ่อนแรง ซีด และถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี

    การป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งที่เจ้าของควรทำอย่างจริงจัง และนี่คือ 5 เคล็ด(ไม่)ลับ ที่ช่วยป้องกันเห็บหมัดในหน้าฝนให้ได้ผลอย่างครอบคลุม

    1. รักษาความสะอาดบ้านและที่อยู่อาศัย 🏠✨
    แม้เราจะเห็นเห็บเกาะตามตัวสุนัข แต่ในความจริงแล้ว ไข่และตัวอ่อนจำนวนมากมักซ่อนตัวอยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบบ้าน ไม่ว่าจะเป็นพรม โซฟา ที่นอนสัตว์เลี้ยง หรือมุมอับชื้น หากไม่กำจัดให้หมด วงจรการแพร่พันธุ์ก็จะไม่สิ้นสุด ดังนั้นเจ้าของจึงควรหมั่นทำความสะอาดบ้านอย่างละเอียด ดูดฝุ่นตามซอกมุมและเฟอร์นิเจอร์เป็นประจำ ซักที่นอนและผ้าห่มของสุนัขทุกสัปดาห์ รวมถึงใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยงเพื่อกำจัดเชื้อโรคและตัวปรสิตที่อาจหลงเหลืออยู่ วิธีนี้จะช่วยลดจำนวนเห็บหมัดและป้องกันการฟักตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    2. อาบน้ำและดูแลขนน้องหมาเป็นประจำ 🛁🐾
    ความเปียกชื้นที่ติดอยู่บนผิวหนังและเส้นขนหลังเล่นน้ำฝนหรือเดินลุยสนามเปียก คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เห็บเจริญเติบโตได้รวดเร็ว การอาบน้ำอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นการลดความเสี่ยงในตัวเอง
    ควรเลือกแชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดการสะสมของปรสิต และหลังอาบน้ำควรเช็ดหรือเป่าขนให้แห้งสนิททุกครั้ง การแปรงขนก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เจ้าของสังเกตได้ว่าสุนัขมีเห็บหมัดเกาะอยู่หรือไม่ รวมถึงช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและทำให้ผิวหนังแข็งแรงมากขึ้นได้อีกด้วย

    3. ดูแลสนามหญ้าและพื้นที่รอบบ้าน 🌿✂️
    นอกจากตัวบ้านแล้ว บริเวณรอบบ้านก็เป็นพื้นที่เสี่ยงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะสนามหญ้าที่รกและมีความชื้นสูง มักเป็นแหล่งอาศัยและเพาะพันธุ์ชั้นดีของเห็บหมัด
    การตัดหญ้าอย่างสม่ำเสมอ กำจัดวัชพืช และเก็บกวาดเศษใบไม้ที่เปียกชื้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการป้องกัน หากพื้นที่รอบบ้านมีน้ำขัง ควรปรับปรุงการระบายน้ำเพื่อลดสภาพอับชื้น เพราะหากปล่อยไว้ น้องหมาอาจนำเห็บจากสนามหญ้าเข้ามาสู่ในบ้านได้โดยไม่รู้ตัว

    4. ตรวจสุขภาพและเช็กตัวน้องหมาเป็นประจำ 👩‍⚕️🐶
    การตรวจสุขภาพสุนัขเป็นประจำถือเป็นอีกหนึ่งเกราะป้องกันที่ไม่ควรมองข้าม เจ้าของควรหมั่นตรวจตามตัวน้องหลังจากออกไปเล่นนอกบ้าน โดยเฉพาะจุดที่เห็บชอบเกาะ เช่น ซอกหู รักแร้ ขาหนีบ และซอกนิ้ว หากพบเห็บ ควรใช้คีมดึงเห็บออกอย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ไม่ควรดึงด้วยมือเปล่า เพราะส่วนปากของเห็บอาจยังฝังอยู่ใต้ผิวหนัง
    นอกจากนี้ การพาน้องหมาไปพบสัตวแพทย์เป็นระยะก็เป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะหากติดโรคที่เห็บเป็นพาหะ เช่น พยาธิในเม็ดเลือด อาการมักไม่แสดงให้เห็นทันที การตรวจสุขภาพจะช่วยให้พบโรคได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม

    5. ใช้โปรแกรมป้องกันเห็บ–หมัดแบบครบวงจร 💊🛡️
    ถึงแม้จะใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของน้องหมาอย่างดีแล้ว แต่การเสริมเกราะป้องกันจากภายในด้วยผลิตภัณฑ์หรือโปรแกรมป้องกันก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่ความเสี่ยงสูงขึ้น
    ด้วยการปกป้องอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือนด้วยโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่สัตวแพทย์แนะนำ โดยนอกจากการป้องกันเห็บแล้ว ทางที่ดีควรเสริมเกราะป้องกันให้ครบ ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง อันได้แก่ เกราะป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ เกราะป้องกันหมัด เห็บ และเกราะป้องกันพยาธิทางเดินอาหาร เพื่อช่วยให้น้องหมามีสุขภาพดี หมดกังวลเรื่องปรสิตไปได้เลย

    การป้องกันเห็บหมัดในหน้าฝนไม่ใช่เรื่องยากเกินไป หากเจ้าของใส่ใจและลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ด้วย 5 เคล็ด(ไม่)ลับที่กล่าวมา ตั้งแต่ การรักษาความสะอาดบ้าน อาบน้ำดูแลขน จัดการสนามหญ้า ตรวจสุขภาพ ไปจนถึงการใช้โปรแกรมป้องกันที่ได้มาตรฐาน จะช่วยให้น้องหมาของคุณปลอดภัย ห่างไกลจากปรสิต และใช้ชีวิตอย่างสดใสในทุกฤดูกาล

    เพราะการดูแลปกป้องน้องหมาไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่ยังคือความสุขและความสบายใจของทั้งครอบครัวด้วย 🧡

    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

  • เห็บกัดระวังพยาธิเม็ดเลือด !

    เห็บกัดระวังพยาธิเม็ดเลือด !


    โรคร้ายที่แฝงมากับเห็บ ปล่อยไว้อันตรายถึงชีวิต ! รู้หรือไม่ !? เห็บกัดไม่ใช่แค่คัน แต่ยังนำโรคร้ายอย่าง “โรคพยาธิเม็ดเลือด” มาสู่น้องหมาได้อีกด้วย ! 😱 🩸 โรคพยาธิเม็ดเลือดเกิดจากอะไรกันนะ ? 🐶โรคพยาธิเม็ดเลือดเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งซึ่งมี “เห็บ” เป็นพาหะ โดยน้องหมาจะได้รับเชื้อชนิดนี้ผ่านทางการโดนเห็บกัด สามารถพบได้บ่อยในน้องหมาที่ไม่ได้รับการป้องกันปรสิตอย่างสม่ำเสมอ หรือใช้โปรแกรมป้องกันปรสิตที่ไม่ได้มาตรฐาน 🩸 อาการของโรคพยาธิเม็ดเลือดเป็นอย่างไร ? 🤔อาการของโรคพยาธิเม็ดเลือดที่สามารถสังเกตเห็นได้ชัด คือ น้องหมาจะมีไข้สูง ซึม เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ต่อมน้ำเหลืองบวมโต หายใจลำบาก ในบางรายอาจพบจุดเลือดออกตามผิวหนัง เลือดกำเดาไหล และอาการทางประสาทร่วมด้วยได้ 🩸 โรคพยาธิเม็ดเลือดรักษาได้อย่างไร ? 💊หากน้องหมาป่วยด้วยโรคพยาธิเม็ดเลือด สัตวแพทย์จะทำการให้ยาปฏิชีวนะต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนานถึง 28 วัน โดยหลังจากให้ยาครบตามจำนวนแล้ว น้องหมาจะต้องเข้ารับการตรวจเพื่อตรวจหาเชื้อที่ยังคงคั่งค้างอยู่ภายในร่างกาย หากยังคงตรวจพบเชื้ออยู่ น้องหมาจำเป็นต้องได้รับยาต่อเนื่องอีกครั้งจนกว่าจะหาย หรือทำการเปลี่ยนชนิดของยาเพื่อทำการกำจัดเชื้อให้สิ้นซาก ร่วมไปกับการรักษาตามอาการ เช่น การให้สารน้ำ การให้ยาลดอักเสบ ยากดภูมิ หรือแม้กระทั่งการถ่ายเลือดในรายที่มีอาการรุนแรง 🩸 โรคพยาธิเม็ดเลือด ป้องกันไว้ดีกว่าตามรักษา 🛡ถึงแม้โรคพยาธิเม็ดเลือดจะสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับร่างกายก็ยากที่จะฟื้นฟูกลับมาได้เหมือนเก่า ซ้ำร้ายหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม โรคพยาธิเม็ดเลือดก็ยังเป็นหนึ่งในโรคที่น้องหมาสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีกเรื่อย ๆ เพราะถึงแม้เชื้อส่วนหนึ่งจะถูกกำจัดไป แต่เชื้อบางส่วนยังคงหลบซ่อนจากระบบภูมิคุ้มกันอยู่ภายในร่างกาย และคอยเวลากลับมาทำให้น้องหมาป่วยได้อีกอยู่เสมอการป้องกันโรคพยาธิเม็ดเลือดที่ดีที่สุดจึงเป็นการป้องกันไว้ตั้งแต่ต้น ด้วยการปกป้องน้องหมาจาก “เห็บ” พาหะของโรคพยาธิเม็ดเลือด โดยการใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิตเป็นประจำทุกเดือน และหมั่นคอยดูแลรักษาความสะอาดของสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยไร้เห็บอยู่เสมอ หากน้องหมาแสดงอาการผิดปกติควรรีบพาน้องหมามารับการตรวจจากสัตวแพทย์โดยทันที และอย่าลืมเสริมเกราะป้องกันจาก Simple Protection โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิต โปรแกรมปกป้องที่สัตวแพทย์ไว้วางใจ เพื่อปกป้องน้องหมาจาก “เห็บ” และปรสิตร้ายที่พบได้บ่อยตั้งแต่วันนี้ 🧡 🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน 🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด…

    โรคร้ายที่แฝงมากับเห็บ ปล่อยไว้อันตรายถึงชีวิต !

    รู้หรือไม่ !? เห็บกัดไม่ใช่แค่คัน แต่ยังนำโรคร้ายอย่าง “โรคพยาธิเม็ดเลือด” มาสู่น้องหมาได้อีกด้วย ! 😱

    🩸 โรคพยาธิเม็ดเลือดเกิดจากอะไรกันนะ ? 🐶
    โรคพยาธิเม็ดเลือดเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งซึ่งมี “เห็บ” เป็นพาหะ โดยน้องหมาจะได้รับเชื้อชนิดนี้ผ่านทางการโดนเห็บกัด สามารถพบได้บ่อยในน้องหมาที่ไม่ได้รับการป้องกันปรสิตอย่างสม่ำเสมอ หรือใช้โปรแกรมป้องกันปรสิตที่ไม่ได้มาตรฐาน

    🩸 อาการของโรคพยาธิเม็ดเลือดเป็นอย่างไร ? 🤔
    อาการของโรคพยาธิเม็ดเลือดที่สามารถสังเกตเห็นได้ชัด คือ น้องหมาจะมีไข้สูง ซึม เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ต่อมน้ำเหลืองบวมโต หายใจลำบาก ในบางรายอาจพบจุดเลือดออกตามผิวหนัง เลือดกำเดาไหล และอาการทางประสาทร่วมด้วยได้

    🩸 โรคพยาธิเม็ดเลือดรักษาได้อย่างไร ? 💊
    หากน้องหมาป่วยด้วยโรคพยาธิเม็ดเลือด สัตวแพทย์จะทำการให้ยาปฏิชีวนะต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนานถึง 28 วัน โดยหลังจากให้ยาครบตามจำนวนแล้ว น้องหมาจะต้องเข้ารับการตรวจเพื่อตรวจหาเชื้อที่ยังคงคั่งค้างอยู่ภายในร่างกาย หากยังคงตรวจพบเชื้ออยู่ น้องหมาจำเป็นต้องได้รับยาต่อเนื่องอีกครั้งจนกว่าจะหาย หรือทำการเปลี่ยนชนิดของยาเพื่อทำการกำจัดเชื้อให้สิ้นซาก ร่วมไปกับการรักษาตามอาการ เช่น การให้สารน้ำ การให้ยาลดอักเสบ ยากดภูมิ หรือแม้กระทั่งการถ่ายเลือดในรายที่มีอาการรุนแรง

    🩸 โรคพยาธิเม็ดเลือด ป้องกันไว้ดีกว่าตามรักษา 🛡
    ถึงแม้โรคพยาธิเม็ดเลือดจะสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับร่างกายก็ยากที่จะฟื้นฟูกลับมาได้เหมือนเก่า ซ้ำร้ายหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม โรคพยาธิเม็ดเลือดก็ยังเป็นหนึ่งในโรคที่น้องหมาสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีกเรื่อย ๆ เพราะถึงแม้เชื้อส่วนหนึ่งจะถูกกำจัดไป แต่เชื้อบางส่วนยังคงหลบซ่อนจากระบบภูมิคุ้มกันอยู่ภายในร่างกาย และคอยเวลากลับมาทำให้น้องหมาป่วยได้อีกอยู่เสมอ
    การป้องกันโรคพยาธิเม็ดเลือดที่ดีที่สุดจึงเป็นการป้องกันไว้ตั้งแต่ต้น ด้วยการปกป้องน้องหมาจาก “เห็บ” พาหะของโรคพยาธิเม็ดเลือด โดยการใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิตเป็นประจำทุกเดือน และหมั่นคอยดูแลรักษาความสะอาดของสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยไร้เห็บอยู่เสมอ

    หากน้องหมาแสดงอาการผิดปกติควรรีบพาน้องหมามารับการตรวจจากสัตวแพทย์โดยทันที และอย่าลืมเสริมเกราะป้องกันจาก Simple Protection โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิต โปรแกรมปกป้องที่สัตวแพทย์ไว้วางใจ เพื่อปกป้องน้องหมาจาก “เห็บ” และปรสิตร้ายที่พบได้บ่อยตั้งแต่วันนี้ 🧡

    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

  • เลี้ยงน้องหมาในบ้าน ยังจำเป็นต้องป้องกันปรสิต

    เลี้ยงน้องหมาในบ้าน ยังจำเป็นต้องป้องกันปรสิต


    “การป้องกัน ย่อมดีกว่าการรักษา” ด้วยเหตุนี้ ถึงแม้จะเลี้ยงน้องหมาแค่ภายในบ้าน แต่น้องหมาก็ยัง “จำเป็น” ต้องป้องกันปรสิต3 เหตุผลที่ถึงแม้จะเลี้ยงน้องหมาแค่ภายในบ้าน แต่ก็ยังจำเป็นต้องป้องกันปรสิต ได้แก่ 1. ปรสิตสามารถติดมากับเจ้าของได้ 👫🏻ไม่ว่าจะเห็บ หมัด หรือไข่ของพยาธิในระบบทางเดินอาหาร ปรสิตร้ายเหล่านี้สามารถติดมากับเจ้าของได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะติดมากับเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า หรือแม้กระทั่งบนร่างกายของเจ้าของเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของท่านไหนที่มักเดินทางไปในบริเวณที่มีความสกปรก บริเวณที่เป็นพื้นดิน หรือบริเวณที่มีน้องหมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นถึงแม้จะเลี้ยงน้องหมาให้อยู่แค่ภายในบ้าน แต่ปรสิตร้ายก็อาจเข้ามารุกรานน้องหมาได้ทุกเมื่อ ทางที่ดีอย่าลืมเสริมเกราะป้องกันให้ครบทั้ง 3 ชั้น เพื่อปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจ เห็บ หมัด และพยาธิทางเดินอาหาร ซึ่งสามารถติดได้ง่าย และพบเจอได้บ่อย ป้องกันไว้ก่อนย่อมดีที่สุด ! 2. ปรสิตอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นาน 🌴ความน่ากลัวของปรสิตไม่หยุดเพียงแค่สามารถติดต่อได้ง่าย แต่พวกมันยังมีความคงทน สามารถอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้เป็นระยะเวลานาน เช่น เห็บสามารถคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานถึง 2 ปี (โดยในระหว่าง 2 ปีนี้ เห็บเพศเมียจะสามารถออกไข่ได้สูงสุดถึง 4,000 ฟอง !) หมัดสามารถคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานถึง 6 เดือน (แถมในระหว่าง 6 เดือนนี้ หมัดเพศเมียยังสามารถออกไข่ได้มากถึงวันละ 50 ฟอง !) หรือไข่ของพยาธิทางเดินอาหารกลุ่มพยาธิตัวกลมสามารถคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานถึง 10 ปี ! บอกเลยว่าปรสิตนอกจากจะอยู่รอบตัวน้องหมา พวกมันยังคงทนอยู่ได้นาน (โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นอย่างประเทศไทย ปรสิตยิ่งมีความแข็งแกร่ง เจริญเติบโตได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ) รู้แบบนี้ไม่ว่าจะเลี้ยงน้องหมาแค่ภายในบ้าน หรือนอกบ้าน อย่าลืมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายเหล่านี้ให้ดีนะ ! 3. น้องหมาโดนปรสิตกัดแค่ครั้งเดียวก็ป่วยได้ 😰โรคร้ายจากปรสิตไม่จำเป็นต้องอาศัยระยะเวลานาน หรือรอให้น้องหมาโดนปรสิตกัดเป็นจำนวนมาก แค่การโดนกัดเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาป่วยได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคพยาธิหนอนหัวใจที่มียุงเป็นพาหะ โรคพยาธิเม็ดเลือดที่มีเห็บเป็นพาหะ หรือโรคภูมิแพ้ผิวหนังที่เกิดจากการโดนหมัดกัด ดังนั้น ถึงแม้น้องหมาที่เลี้ยงภายในบ้านจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าน้องหมาที่เลี้ยงนอกบ้าน แต่หากพลาดโดนปรสิตกัดแค่ครั้งเดียวก็อาจทำให้น้องหมาป่วยได้ ทางที่ดีไม่ว่าจะเลี้ยงน้องหมาแบบไหน เจ้าของอย่างเราก็ต้องเสริมเกราะป้องกันให้น้องหมาเป็นประจำเพื่อปกป้องน้องหมาจากโรคร้ายเหล่านี้นั่นเอง ! ไม่ว่าปรสิตจะติดมากับเจ้าของ หรือติดมาจากสิ่งแวดล้อม แต่พวกมันก็พร้อมเข้ามาทำร้ายน้องหมาทุกเมื่อ ป้องกันไว้ตั้งแต่วันนี้ ดีกว่าตามรักษาปกป้องน้องหมาของคุณจากปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิตได้เลยตั้งแต่วันนี้ อย่ารอให้สายเกินแก้ 🧡 🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน…

    “การป้องกัน ย่อมดีกว่าการรักษา” ด้วยเหตุนี้ ถึงแม้จะเลี้ยงน้องหมาแค่ภายในบ้าน แต่น้องหมาก็ยัง “จำเป็น” ต้องป้องกันปรสิต
    3 เหตุผลที่ถึงแม้จะเลี้ยงน้องหมาแค่ภายในบ้าน แต่ก็ยังจำเป็นต้องป้องกันปรสิต ได้แก่

    1. ปรสิตสามารถติดมากับเจ้าของได้ 👫🏻
    ไม่ว่าจะเห็บ หมัด หรือไข่ของพยาธิในระบบทางเดินอาหาร ปรสิตร้ายเหล่านี้สามารถติดมากับเจ้าของได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะติดมากับเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า หรือแม้กระทั่งบนร่างกายของเจ้าของเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของท่านไหนที่มักเดินทางไปในบริเวณที่มีความสกปรก บริเวณที่เป็นพื้นดิน หรือบริเวณที่มีน้องหมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นถึงแม้จะเลี้ยงน้องหมาให้อยู่แค่ภายในบ้าน แต่ปรสิตร้ายก็อาจเข้ามารุกรานน้องหมาได้ทุกเมื่อ ทางที่ดีอย่าลืมเสริมเกราะป้องกันให้ครบทั้ง 3 ชั้น เพื่อปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจ เห็บ หมัด และพยาธิทางเดินอาหาร ซึ่งสามารถติดได้ง่าย และพบเจอได้บ่อย ป้องกันไว้ก่อนย่อมดีที่สุด !

    2. ปรสิตอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นาน 🌴
    ความน่ากลัวของปรสิตไม่หยุดเพียงแค่สามารถติดต่อได้ง่าย แต่พวกมันยังมีความคงทน สามารถอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้เป็นระยะเวลานาน เช่น เห็บสามารถคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานถึง 2 ปี (โดยในระหว่าง 2 ปีนี้ เห็บเพศเมียจะสามารถออกไข่ได้สูงสุดถึง 4,000 ฟอง !) หมัดสามารถคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานถึง 6 เดือน (แถมในระหว่าง 6 เดือนนี้ หมัดเพศเมียยังสามารถออกไข่ได้มากถึงวันละ 50 ฟอง !) หรือไข่ของพยาธิทางเดินอาหารกลุ่มพยาธิตัวกลมสามารถคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานถึง 10 ปี ! บอกเลยว่าปรสิตนอกจากจะอยู่รอบตัวน้องหมา พวกมันยังคงทนอยู่ได้นาน (โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นอย่างประเทศไทย ปรสิตยิ่งมีความแข็งแกร่ง เจริญเติบโตได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ) รู้แบบนี้ไม่ว่าจะเลี้ยงน้องหมาแค่ภายในบ้าน หรือนอกบ้าน อย่าลืมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายเหล่านี้ให้ดีนะ !

    3. น้องหมาโดนปรสิตกัดแค่ครั้งเดียวก็ป่วยได้ 😰
    โรคร้ายจากปรสิตไม่จำเป็นต้องอาศัยระยะเวลานาน หรือรอให้น้องหมาโดนปรสิตกัดเป็นจำนวนมาก แค่การโดนกัดเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาป่วยได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคพยาธิหนอนหัวใจที่มียุงเป็นพาหะ โรคพยาธิเม็ดเลือดที่มีเห็บเป็นพาหะ หรือโรคภูมิแพ้ผิวหนังที่เกิดจากการโดนหมัดกัด ดังนั้น ถึงแม้น้องหมาที่เลี้ยงภายในบ้านจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าน้องหมาที่เลี้ยงนอกบ้าน แต่หากพลาดโดนปรสิตกัดแค่ครั้งเดียวก็อาจทำให้น้องหมาป่วยได้ ทางที่ดีไม่ว่าจะเลี้ยงน้องหมาแบบไหน เจ้าของอย่างเราก็ต้องเสริมเกราะป้องกันให้น้องหมาเป็นประจำเพื่อปกป้องน้องหมาจากโรคร้ายเหล่านี้นั่นเอง !

    ไม่ว่าปรสิตจะติดมากับเจ้าของ หรือติดมาจากสิ่งแวดล้อม แต่พวกมันก็พร้อมเข้ามาทำร้ายน้องหมาทุกเมื่อ ป้องกันไว้ตั้งแต่วันนี้ ดีกว่าตามรักษา
    ปกป้องน้องหมาของคุณจากปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิตได้เลยตั้งแต่วันนี้ อย่ารอให้สายเกินแก้ 🧡

    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

  • เพราะโรคพยาธิหนอนหัวใจ คือหนึ่งโรคร้ายที่อันตรายถึงชีวิต

    เพราะโรคพยาธิหนอนหัวใจ คือหนึ่งโรคร้ายที่อันตรายถึงชีวิต


    หากน้องหมาป่วยด้วยโรคหัวใจสามารถทำการรักษาอย่างไรได้บ้าง ไปดูกัน ! 💉 รักษาโดยการให้ยาน้องหมาที่ป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจสามารถทำการรักษาได้ด้วยการกินยาปฏิชีวนะเพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่แอบแฝงมากับพยาธิหนอนหัวใจ ร่วมกับการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อบริเวณหลังส่วนบั้นเอวเพื่อช่วยในการกำจัดพยาธิหนอนหัวใจตัวเต็มวัยอย่างช้า ๆ ซึ่งการรักษานี้จำเป็นต้องให้ยาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน (ประมาณ 90 วัน) อีกทั้งตัวยาที่ฉีดเข้ากล้ามเนื้อยังก่อให้เกิดความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก (มากจนคุณหมอต้องให้ยาแก้ปวดควบคู่ไปด้วยทุกครั้งเลยล่ะ) แถมในระหว่างการรักษายังจำเป็นต้องจำกัดบริเวณน้องหมา ด้วยการขังกรง หรือควบคุมให้น้องหมาเคลื่อนไหวน้อยที่สุด เพื่อลดโอกาสในการเกิดลิ่มเลือดอุดตันอีกด้วย เรียกได้ว่าทรมานทั้งเจ้าของที่ต้องดูแลอย่างเข้มงวด ทรมานทั้งน้องหมาที่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก และแสนเจ็บปวดเลยทีเดียว 🩸 รักษาโดยการผ่าตัดสำหรับน้องหมาที่ป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจขั้นรุนแรง หรือเกิดภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน (caval syndrome) คุณหมออาจพิจารณาทำการผ่าตัดเพื่อเอาพยาธิหนอนหัวใจออกจากร่างกาย ทั้งนี้การผ่าตัดดังกล่าวนับว่ามีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก เพราะร่างกายน้องหมาจะอ่อนแอ และด้วยระบบหมุนเวียนเลือดที่มีปัญหาย่อมส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการวางยาสลบมีมากขึ้น ซึ่งนั่นหมายความว่าน้องหมาอาจเสียชีวิตในระหว่างขั้นตอนการรักษาได้ทุกเมื่อ ดังนั้นหากจำเป็นต้องทำการรักษาด้วยการผ่าตัด คุณหมอจะแจ้งความเสี่ยงดังกล่าวให้กับเจ้าของ และตัดสินใจวางแผนการรักษาร่วมกันต่อไป 🧡 เสริมการป้องกันด้วยโปรแกรมปกป้องจาก Simple Protectionโปรแกรมปกป้องจาก Simple Protection จะช่วยเสริมเกราะป้องกันให้กับน้องหมา ช่วยให้น้องหมาปลอดภัยจากพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิต สามารถให้ได้ในระหว่างที่น้องหมากำลังทำการรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจ ด้วยฤทธิ์ในการกำจัดตัวอ่อนของพยาธิจะช่วยให้พยาธิหนอนหัวใจไม่เกิดการเพิ่มจำนวน อีกทั้งยังช่วยลดโอกาสในการพัฒนาของตัวอ่อนเป็นตัวเต็มวัยได้อีกด้วย และเมื่อน้องหมาหายจากโรคพยาธิหนอนหัวใจแล้ว Simple Protection จะช่วยปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจตัวใหม่ที่เข้ามาพร้อมกับการโดนยุงกัด หมดกังวลว่าน้องหมาจะกลับไปเป็นโรคพยาธิหนอนหัวใจซ้ำได้เลย รักน้องหมา อย่าปล่อยให้น้องหมาต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคพยาธิหนอนหัวใจ เสริมเกราะป้องกันให้น้อง ๆ ตั้งแต่วันนี้ ! 🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน 🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

    หากน้องหมาป่วยด้วยโรคหัวใจสามารถทำการรักษาอย่างไรได้บ้าง ไปดูกัน !

    💉 รักษาโดยการให้ยา
    น้องหมาที่ป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจสามารถทำการรักษาได้ด้วยการกินยาปฏิชีวนะเพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่แอบแฝงมากับพยาธิหนอนหัวใจ ร่วมกับการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อบริเวณหลังส่วนบั้นเอวเพื่อช่วยในการกำจัดพยาธิหนอนหัวใจตัวเต็มวัยอย่างช้า ๆ ซึ่งการรักษานี้จำเป็นต้องให้ยาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน (ประมาณ 90 วัน) อีกทั้งตัวยาที่ฉีดเข้ากล้ามเนื้อยังก่อให้เกิดความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก (มากจนคุณหมอต้องให้ยาแก้ปวดควบคู่ไปด้วยทุกครั้งเลยล่ะ) แถมในระหว่างการรักษายังจำเป็นต้องจำกัดบริเวณน้องหมา ด้วยการขังกรง หรือควบคุมให้น้องหมาเคลื่อนไหวน้อยที่สุด เพื่อลดโอกาสในการเกิดลิ่มเลือดอุดตันอีกด้วย เรียกได้ว่าทรมานทั้งเจ้าของที่ต้องดูแลอย่างเข้มงวด ทรมานทั้งน้องหมาที่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก และแสนเจ็บปวดเลยทีเดียว

    🩸 รักษาโดยการผ่าตัด
    สำหรับน้องหมาที่ป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจขั้นรุนแรง หรือเกิดภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน (caval syndrome) คุณหมออาจพิจารณาทำการผ่าตัดเพื่อเอาพยาธิหนอนหัวใจออกจากร่างกาย ทั้งนี้การผ่าตัดดังกล่าวนับว่ามีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก เพราะร่างกายน้องหมาจะอ่อนแอ และด้วยระบบหมุนเวียนเลือดที่มีปัญหาย่อมส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการวางยาสลบมีมากขึ้น ซึ่งนั่นหมายความว่าน้องหมาอาจเสียชีวิตในระหว่างขั้นตอนการรักษาได้ทุกเมื่อ ดังนั้นหากจำเป็นต้องทำการรักษาด้วยการผ่าตัด คุณหมอจะแจ้งความเสี่ยงดังกล่าวให้กับเจ้าของ และตัดสินใจวางแผนการรักษาร่วมกันต่อไป

    🧡 เสริมการป้องกันด้วยโปรแกรมปกป้องจาก Simple Protection
    โปรแกรมปกป้องจาก Simple Protection จะช่วยเสริมเกราะป้องกันให้กับน้องหมา ช่วยให้น้องหมาปลอดภัยจากพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิต สามารถให้ได้ในระหว่างที่น้องหมากำลังทำการรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจ ด้วยฤทธิ์ในการกำจัดตัวอ่อนของพยาธิจะช่วยให้พยาธิหนอนหัวใจไม่เกิดการเพิ่มจำนวน อีกทั้งยังช่วยลดโอกาสในการพัฒนาของตัวอ่อนเป็นตัวเต็มวัยได้อีกด้วย และเมื่อน้องหมาหายจากโรคพยาธิหนอนหัวใจแล้ว Simple Protection จะช่วยปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจตัวใหม่ที่เข้ามาพร้อมกับการโดนยุงกัด หมดกังวลว่าน้องหมาจะกลับไปเป็นโรคพยาธิหนอนหัวใจซ้ำได้เลย

    รักน้องหมา อย่าปล่อยให้น้องหมาต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคพยาธิหนอนหัวใจ เสริมเกราะป้องกันให้น้อง ๆ ตั้งแต่วันนี้ !

    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

  • ไขข้อสงสัยปัญหาโลกแตกสำหรับคนเลี้ยงน้องหมา

    ไขข้อสงสัยปัญหาโลกแตกสำหรับคนเลี้ยงน้องหมา


    “ปกป้องน้องหมาก็แล้ว ทำไมน้องหมายังมีเห็บ ?”แชร์ 3 เหตุผลยอดฮิตที่ทำให้การป้องกันเห็บในน้องหมาไม่มีประสิทธิภาพ พร้อมแนะนำเทคนิคการป้องกันอย่างถูกวิธีจากคำแนะนำของสัตวแพทย์ จะมีอะไรบ้างไปดูกัน ! ใช้โปรแกรมปกป้องที่ไม่ได้มาตรฐาน ยาเถื่อนสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้การปกป้องน้องหมาจากเห็บไม่มีประสิทธิภาพ คือการเลือกใช้โปรแกรมปกป้องที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือเลือกใช้ยาเถื่อนที่ไม่ได้รับการแนะนำจากสัตวแพทย์ โดยยาเหล่านี้มักเป็นตัวยาที่ไม่ได้รับการทดสอบว่าสามารถออกฤทธิ์กำจัดเห็บซึ่งเป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือดได้มากน้อยเพียงใด ประสิทธิภาพจึงไม่คงที่ ยาบางกลุ่มอาจออกฤทธิ์ได้ไม่รุนแรงมากพอ บางกลุ่มอาจออกฤทธิ์รุนแรงมากเกินไป และมีผลข้างเคียงซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายน้องหมา นอกจากนี้ตัวยาเถื่อนเหล่านี้ยังพบว่ามักเป็นตัวยาที่อยู่ในกลุ่มของยาฆ่าแมลง ซึ่งส่งผลให้น้องหมาได้รับสารพิษผ่านการดูดซึม หรือเลีย โดยมักพบว่าออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ส่งผลให้เกิดอาการชัก และเป็นพิษต่ออวัยวะสำคัญส่วนอื่น ๆ ในร่างกายซึ่งรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว ใช้โปรแกรมปกป้องไม่สม่ำเสมอโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่สัตวแพทย์แนะนำได้รับการทดสอบว่าออกฤทธิ์ได้ดีที่สุดที่ระยะเวลา 1 เดือน คำแนะนำจึงแนะนำให้ทำการปกป้องเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง หากเจ้าของเว้นช่วงการป้องกัน หรืองดการป้องกันเมื่อเห็นว่าน้องหมาไม่มีเห็บบนร่างกาย ระดับของยาในร่างกายของน้องหมาจะลดลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการปกป้องลดลงตามไปด้วย ดังนั้น หากอยากมั่นใจว่าน้องหมาจะปลอดภัยจากเห็บตลอดทุกช่วงเวลา อย่าลืมมอบการปกป้องอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำข้างฉลากเพื่อประสิทธิภาพการปกป้องที่ดีที่สุด ไม่ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมถึงแม้จะมอบการปกป้องด้วยโปรแกรมปกป้องที่ดีมากแค่ไหน แต่การทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นในการป้องกันเห็บซึ่งเป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือด เพราะการทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมจะช่วยลดการสะสมของเห็บในธรรมชาติ ช่วยให้น้องหมาไม่ต้องเผชิญกับการโดนเห็บกัด ช่วยลดโอกาสในการเกิดพยาธิเม็ดเลือด ดังนั้นอย่าลืมทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมเป็นประจำโดยเฉพาะบริเวณที่น้องหมาอาศัยอยู่บ่อย ๆ เช่น ที่นอน หรือภายในบ้าน ด้วยล่ะ ถึงจะปกป้องน้องหมาจากเห็บตัวร้ายแล้ว แต่ถ้าป้องกันไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม น้องหมาก็ไม่อาจรอดพ้นจากเห็บไปได้ !อย่าลืมปกป้องน้องหมาอย่างถูกวิธีตั้งแต่วันนี้ 🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน 🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

    “ปกป้องน้องหมาก็แล้ว ทำไมน้องหมายังมีเห็บ ?”
    แชร์ 3 เหตุผลยอดฮิตที่ทำให้การป้องกันเห็บในน้องหมาไม่มีประสิทธิภาพ พร้อมแนะนำเทคนิคการป้องกันอย่างถูกวิธีจากคำแนะนำของสัตวแพทย์ จะมีอะไรบ้างไปดูกัน !

    ใช้โปรแกรมปกป้องที่ไม่ได้มาตรฐาน ยาเถื่อน
    สาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้การปกป้องน้องหมาจากเห็บไม่มีประสิทธิภาพ คือการเลือกใช้โปรแกรมปกป้องที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือเลือกใช้ยาเถื่อนที่ไม่ได้รับการแนะนำจากสัตวแพทย์ โดยยาเหล่านี้มักเป็นตัวยาที่ไม่ได้รับการทดสอบว่าสามารถออกฤทธิ์กำจัดเห็บซึ่งเป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือดได้มากน้อยเพียงใด ประสิทธิภาพจึงไม่คงที่ ยาบางกลุ่มอาจออกฤทธิ์ได้ไม่รุนแรงมากพอ บางกลุ่มอาจออกฤทธิ์รุนแรงมากเกินไป และมีผลข้างเคียงซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายน้องหมา นอกจากนี้ตัวยาเถื่อนเหล่านี้ยังพบว่ามักเป็นตัวยาที่อยู่ในกลุ่มของยาฆ่าแมลง ซึ่งส่งผลให้น้องหมาได้รับสารพิษผ่านการดูดซึม หรือเลีย โดยมักพบว่าออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ส่งผลให้เกิดอาการชัก และเป็นพิษต่ออวัยวะสำคัญส่วนอื่น ๆ ในร่างกายซึ่งรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว

    ใช้โปรแกรมปกป้องไม่สม่ำเสมอ
    โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่สัตวแพทย์แนะนำได้รับการทดสอบว่าออกฤทธิ์ได้ดีที่สุดที่ระยะเวลา 1 เดือน คำแนะนำจึงแนะนำให้ทำการปกป้องเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง หากเจ้าของเว้นช่วงการป้องกัน หรืองดการป้องกันเมื่อเห็นว่าน้องหมาไม่มีเห็บบนร่างกาย ระดับของยาในร่างกายของน้องหมาจะลดลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการปกป้องลดลงตามไปด้วย ดังนั้น หากอยากมั่นใจว่าน้องหมาจะปลอดภัยจากเห็บตลอดทุกช่วงเวลา อย่าลืมมอบการปกป้องอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำข้างฉลากเพื่อประสิทธิภาพการปกป้องที่ดีที่สุด

    ไม่ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม
    ถึงแม้จะมอบการปกป้องด้วยโปรแกรมปกป้องที่ดีมากแค่ไหน แต่การทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นในการป้องกันเห็บซึ่งเป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือด เพราะการทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมจะช่วยลดการสะสมของเห็บในธรรมชาติ ช่วยให้น้องหมาไม่ต้องเผชิญกับการโดนเห็บกัด ช่วยลดโอกาสในการเกิดพยาธิเม็ดเลือด ดังนั้นอย่าลืมทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมเป็นประจำโดยเฉพาะบริเวณที่น้องหมาอาศัยอยู่บ่อย ๆ เช่น ที่นอน หรือภายในบ้าน ด้วยล่ะ

    ถึงจะปกป้องน้องหมาจากเห็บตัวร้ายแล้ว แต่ถ้าป้องกันไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม น้องหมาก็ไม่อาจรอดพ้นจากเห็บไปได้ !
    อย่าลืมปกป้องน้องหมาอย่างถูกวิธีตั้งแต่วันนี้

    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

  • น้องหมาเลือดกำเดาไหล เกิดจากอะไรได้บ้าง ?

    น้องหมาเลือดกำเดาไหล เกิดจากอะไรได้บ้าง ?


    “เลือดกำเดาไหล” หนึ่งในความผิดปกติที่หลายคนเคยพบเจอ แต่รู้หรือไม่ ? น้องหมาเองก็มีเลือดกำเดาไหลได้เหมือนกันนะ อาการเลือดกำเดาไหลในน้องหมาเป็นเรื่องปกติหรือเปล่า ? แล้วสาเหตุอะไรที่ทำให้น้องหมาเลือดกำเดาไหลได้บ้าง ? ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย ! เลือดกำเดาไหล คืออาการที่น้องหมามีเลือดออกจากโพรงจมูก โดยสาเหตุสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น 1. การเกิดอุบัติเหตุ หรือมีแผลในโพรงจมูก : ปัจจัยนี้เป็นสาเหตุที่เกิดจากตัวของโพรงจมูกเอง เช่น น้องหมาไปวิ่งเล่นแล้วบังเอิญชนโต๊ะ หรือประตูกระจกเข้าอย่างจัง ทำให้เกิดแผลในโพรงจมูก เลือดจึงไหลออกมา หากเจ้าของสังเกตเห็นแบบนี้อย่าเพิ่งตื่นตกใจ เจ้าของสามารถช่วยปฐมพยาบาลน้องหมาเบื้องต้นได้โดยการทำให้พวกเขาอยู่นิ่ง ๆ จากนั้นใช้ผ้าห่อน้ำแข็ง หรือแผ่นประคบเย็นประคบเข้าที่บริเวณจมูกทั้งสองข้าง ประมาณข้างละ 5-10 นาที จากนั้นรีบพาน้องหมาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้เลือดกำเดาไหลจากการเกิดอุบัติเหตุนี้หากไม่รุนแรงมักหายได้ภายในระยะเวลาไม่นาน และมักไม่กลับมาเป็นอีกหากไม่เกิดการกระทบกระเทือนซ้ำ 2. มะเร็ง : โรคมะเร็งในโพรงจมูก นับเป็นอีกหนึ่งโรคที่เป็นสาเหตุของการเกิดเลือดกำเดาไหลในน้องหมา มักพบในน้องหมาสายพันธุ์หน้ายาว และอายุค่อนข้างมาก น้องหมาที่ป่วยด้วยมะเร็งในโพรงจมูกนอกจากจะพบอาการเลือดกำเดาไหลบ่อย ๆ แล้ว ยังมักพบว่ามีอาการหายใจลำบาก หายใจเสียงดัง และสามารถสังเกตเห็นจมูกผิดรูป ปูดโปน หรือตาบวมได้อย่างชัดเจน อาการของเลือดกำเดาไหลในน้องหมาที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งมักพบว่าเป็นแบบเรื้อรัง คือแสดงอาการบ่อยครั้ง หากพบน้องหมาแสดงอาการ หรือลักษณะดังกล่าวควรรีบพาน้องหมาไปรับการตรวจโดยละเอียดจากสัตวแพทย์ทันที 3. การติดพยาธิเม็ดเลือด : พยาธิเม็ดเลือด เป็นปรสิตที่มีเห็บเป็นพาหะ พวกมันจะคอยอาศัยอยู่ภายในเม็ดเลือด และทำให้เม็ดเลือด ตลอดจนเกล็ดเลือดซึ่งมีส่วนช่วยในการแข็งตัวของเลือดเกิดความผิดปกติ น้องหมาจะแสดงอาการของภาวะโลหิตจาง มีเลือดไหลออกจากร่างกาย เช่น เลือดกำเดา และเลือดออกตามไรฟัน โดยมักพบร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น มีไข้สูง มีจุดเลือดออกตามร่างกาย ซึม ไม่มีเรี่ยวแรง อ่อนเพลีย บางรายอาจพบอาการบวมตามร่างกาย และปัสสาวะมีเลือดปน หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ 4. การได้รับสารพิษ : สารพิษ เช่น พิษจากยาเบื่อหนู พิษจากงูแมวเซา งูกะปะ และงูเขียวหางไหม้ ล้วนทำให้การแข็งตัวของเลือดของน้องหมามีปัญหาทั้งสิ้น โดยพิษเหล่านี้แม้ได้รับแค่เพียงเล็กน้อยก็สามารถก่อให้เกิดความผิดปกติได้อย่างรุนแรง หากพบว่าน้องหมาได้รับสารพิษดังกล่าว ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการล้างสารพิษ หรือรับเซรุ่มโดยทันที จะเห็นได้ว่า “เลือดกำเดาไหลในน้องหมา” อาจมีสาเหตุมาจากเรื่องเล็กน้อย ไปจนถึงเรื่องใหญ่อันตรายถึงชีวิต ดังนั้นเจ้าของอย่างเราอย่าลืมดูแลน้องหมาให้ปลอดภัยอยู่เสมอ และปกป้องน้องหมาจากปัจจัยที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ปกป้องน้องหมาของคุณให้ปลอดภัยจากเห็บ…

    “เลือดกำเดาไหล”

    หนึ่งในความผิดปกติที่หลายคนเคยพบเจอ แต่รู้หรือไม่ ? น้องหมาเองก็มีเลือดกำเดาไหลได้เหมือนกันนะ

    อาการเลือดกำเดาไหลในน้องหมาเป็นเรื่องปกติหรือเปล่า ? แล้วสาเหตุอะไรที่ทำให้น้องหมาเลือดกำเดาไหลได้บ้าง ? ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย !

    เลือดกำเดาไหล คืออาการที่น้องหมามีเลือดออกจากโพรงจมูก โดยสาเหตุสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น

    1. การเกิดอุบัติเหตุ หรือมีแผลในโพรงจมูก : ปัจจัยนี้เป็นสาเหตุที่เกิดจากตัวของโพรงจมูกเอง เช่น น้องหมาไปวิ่งเล่นแล้วบังเอิญชนโต๊ะ หรือประตูกระจกเข้าอย่างจัง ทำให้เกิดแผลในโพรงจมูก เลือดจึงไหลออกมา หากเจ้าของสังเกตเห็นแบบนี้อย่าเพิ่งตื่นตกใจ เจ้าของสามารถช่วยปฐมพยาบาลน้องหมาเบื้องต้นได้โดยการทำให้พวกเขาอยู่นิ่ง ๆ จากนั้นใช้ผ้าห่อน้ำแข็ง หรือแผ่นประคบเย็นประคบเข้าที่บริเวณจมูกทั้งสองข้าง ประมาณข้างละ 5-10 นาที จากนั้นรีบพาน้องหมาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้เลือดกำเดาไหลจากการเกิดอุบัติเหตุนี้หากไม่รุนแรงมักหายได้ภายในระยะเวลาไม่นาน และมักไม่กลับมาเป็นอีกหากไม่เกิดการกระทบกระเทือนซ้ำ

    2. มะเร็ง : โรคมะเร็งในโพรงจมูก นับเป็นอีกหนึ่งโรคที่เป็นสาเหตุของการเกิดเลือดกำเดาไหลในน้องหมา มักพบในน้องหมาสายพันธุ์หน้ายาว และอายุค่อนข้างมาก น้องหมาที่ป่วยด้วยมะเร็งในโพรงจมูกนอกจากจะพบอาการเลือดกำเดาไหลบ่อย ๆ แล้ว ยังมักพบว่ามีอาการหายใจลำบาก หายใจเสียงดัง และสามารถสังเกตเห็นจมูกผิดรูป ปูดโปน หรือตาบวมได้อย่างชัดเจน อาการของเลือดกำเดาไหลในน้องหมาที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งมักพบว่าเป็นแบบเรื้อรัง คือแสดงอาการบ่อยครั้ง หากพบน้องหมาแสดงอาการ หรือลักษณะดังกล่าวควรรีบพาน้องหมาไปรับการตรวจโดยละเอียดจากสัตวแพทย์ทันที

    3. การติดพยาธิเม็ดเลือด : พยาธิเม็ดเลือด เป็นปรสิตที่มีเห็บเป็นพาหะ พวกมันจะคอยอาศัยอยู่ภายในเม็ดเลือด และทำให้เม็ดเลือด ตลอดจนเกล็ดเลือดซึ่งมีส่วนช่วยในการแข็งตัวของเลือดเกิดความผิดปกติ น้องหมาจะแสดงอาการของภาวะโลหิตจาง มีเลือดไหลออกจากร่างกาย เช่น เลือดกำเดา และเลือดออกตามไรฟัน โดยมักพบร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น มีไข้สูง มีจุดเลือดออกตามร่างกาย ซึม ไม่มีเรี่ยวแรง อ่อนเพลีย บางรายอาจพบอาการบวมตามร่างกาย และปัสสาวะมีเลือดปน หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

    4. การได้รับสารพิษ : สารพิษ เช่น พิษจากยาเบื่อหนู พิษจากงูแมวเซา งูกะปะ และงูเขียวหางไหม้ ล้วนทำให้การแข็งตัวของเลือดของน้องหมามีปัญหาทั้งสิ้น โดยพิษเหล่านี้แม้ได้รับแค่เพียงเล็กน้อยก็สามารถก่อให้เกิดความผิดปกติได้อย่างรุนแรง หากพบว่าน้องหมาได้รับสารพิษดังกล่าว ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการล้างสารพิษ หรือรับเซรุ่มโดยทันที

    จะเห็นได้ว่า “เลือดกำเดาไหลในน้องหมา” อาจมีสาเหตุมาจากเรื่องเล็กน้อย ไปจนถึงเรื่องใหญ่อันตรายถึงชีวิต ดังนั้นเจ้าของอย่างเราอย่าลืมดูแลน้องหมาให้ปลอดภัยอยู่เสมอ และปกป้องน้องหมาจากปัจจัยที่สามารถหลีกเลี่ยงได้

    ปกป้องน้องหมาของคุณให้ปลอดภัยจากเห็บ พาหะสำคัญของพยาธิเม็ดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดภาวะเลือดกำเดาไหลในน้องหมาได้แล้ววันนี้ ด้วย Simple Protection โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน ป้องกันปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิต ได้แก่ พยาธิหนอนหัวใจ หมัด เห็บ และพยาธิทางเดินอาหาร

    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

  • หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากเสริมเกราะป้องกันพยาธิหนอนหัวใจให้น้องหมา แต่ยังคงมีข้อสงสัยฟังทางนี้

    หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากเสริมเกราะป้องกันพยาธิหนอนหัวใจให้น้องหมา แต่ยังคงมีข้อสงสัยฟังทางนี้


    ไขข้อสงสัย 3 คำถามยอดฮิตการปกป้องพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา น้องหมาของเราจะใช้โปรแกรมปกป้องพยาธิหนอนหัวใจได้ไหม ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย ! น้องหมาที่กำลังตั้งท้อง หรือให้นมลูก สามารถรับการป้องกันได้ไหม ? จะเป็นอันตรายกับลูกน้อยไหมนะ ? ช่วงเวลาตั้งท้อง หรือให้นมลูก นับเป็นช่วงเวลาที่น้องหมามีความอ่อนไหว และบอบบางมากกว่าช่วงเวลาอื่น ๆ การให้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายไม่ว่าจะโปรแกรมไหน ควรที่จะอยู่ภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์ และเจ้าของควรสังเกตอาการของน้องหมาหลังการได้รับโปรแกรมปกป้องอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในน้องหมาที่มีประวัติการแพ้ยา หรือไม่สามารถรับยาบางชนิดได้ อย่างไรก็ดีการป้องกันพยาธิหนอนหัวใจยังเป็นสิ่งสำคัญ และจำเป็น เพราะถึงแม้ช่วงเวลาตั้งท้อง และให้นมจะเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่เดือน แต่ช่วงเวลานี้ก็นับเป็นช่วงเวลาที่น้องหมามีความเสี่ยงต่อการติดพยาธิหนอนหัวใจได้นั่นเองสำหรับโปรแกรมปกป้อง Simple Protection นับเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่เจ้าของสามารถพิจารณาขอรับได้ เนื่องจากไม่มีข้อห้ามใช้สำหรับน้องหมาตั้งท้อง และให้นมลูก ตลอดจนไม่มีรายงานการเกิดผลข้างเคียงที่อันตรายสำหรับน้องหมาที่กำลังตั้งท้องอย่างไรก็ดีอย่าลืมขอแนะนำจากสัตวแพทย์ก่อนเข้าสู่โปรแกรมปกป้องทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของน้องหมาด้วยล่ะ ^^ ถ้าอยากเปลี่ยนจากโปรแกรมเดิมที่เคยใช้มาใช้โปรแกรมการปกป้องแบบ 3 ชั้น จะเป็นอันตรายไหมนะ ?หากคุณเคยใช้โปรแกรมปกป้องชนิดอื่น แล้วอยากเปลี่ยนมามอบการปกป้องให้ครบทั้ง 3 ชั้น ทั้งพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตภายนอก และพยาธิภายในอย่าง Simple Protection โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่สัตวแพทย์แนะนำ สามารถทำได้ ไม่ต้องกังวล ! การเปลี่ยนโปรแกรมนี้มักไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ กับน้องหมา (ยกเว้นน้องหมาของคุณมีประวัติการแพ้ยา ซึ่งควรแจ้งให้สัตวแพทย์ทราบทุกครั้ง) ทั้งนี้สัตวแพทย์จะเป็นคนแนะนำว่าเมื่อไรที่คุณควรเริ่มให้โปรแกรมปกป้อง Simple Protection ซึ่งสัตวแพทย์อาจเว้นช่วงจากการให้โปรแกรมปกป้องครั้งล่าสุดตามความเหมาะสม และเมื่อเริ่มผสาน 3 พลัง การปกป้องให้กับน้องหมาแล้ว เราขอแนะนำให้ใช้โปรแกรมอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือนเพื่อประสิทธิภาพการป้องกันที่ดีที่สุด โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจได้ผล 100% เลยหรือเปล่า ?การมอบโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตตัวร้ายด้วยการเสริมเกราะป้องกัน 3 ชั้นจาก Simple Protection ให้ผลการปกป้องที่มีประสิทธิภาพสูง ด้วยการทดสอบจากสัตวแพทย์ และการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะโปรแกรมปกป้องที่มีประสิทธิภาพมากแค่ไหนในโลก แต่การดูแลน้องหมาอย่างครอบคลุม ทั้งการหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับยุง และการใช้โปรแกรมอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำข้างฉลากยังคงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อประสิทธิภาพการป้องกันที่ดีที่สุด 🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน 🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้านดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง…

    ไขข้อสงสัย 3 คำถามยอดฮิตการปกป้องพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา น้องหมาของเราจะใช้โปรแกรมปกป้องพยาธิหนอนหัวใจได้ไหม ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย !

    น้องหมาที่กำลังตั้งท้อง หรือให้นมลูก สามารถรับการป้องกันได้ไหม ? จะเป็นอันตรายกับลูกน้อยไหมนะ ?

    ช่วงเวลาตั้งท้อง หรือให้นมลูก นับเป็นช่วงเวลาที่น้องหมามีความอ่อนไหว และบอบบางมากกว่าช่วงเวลาอื่น ๆ การให้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายไม่ว่าจะโปรแกรมไหน ควรที่จะอยู่ภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์ และเจ้าของควรสังเกตอาการของน้องหมาหลังการได้รับโปรแกรมปกป้องอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในน้องหมาที่มีประวัติการแพ้ยา หรือไม่สามารถรับยาบางชนิดได้ อย่างไรก็ดีการป้องกันพยาธิหนอนหัวใจยังเป็นสิ่งสำคัญ และจำเป็น เพราะถึงแม้ช่วงเวลาตั้งท้อง และให้นมจะเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่เดือน แต่ช่วงเวลานี้ก็นับเป็นช่วงเวลาที่น้องหมามีความเสี่ยงต่อการติดพยาธิหนอนหัวใจได้นั่นเอง
    สำหรับโปรแกรมปกป้อง Simple Protection นับเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่เจ้าของสามารถพิจารณาขอรับได้ เนื่องจากไม่มีข้อห้ามใช้สำหรับน้องหมาตั้งท้อง และให้นมลูก ตลอดจนไม่มีรายงานการเกิดผลข้างเคียงที่อันตรายสำหรับน้องหมาที่กำลังตั้งท้อง
    อย่างไรก็ดีอย่าลืมขอแนะนำจากสัตวแพทย์ก่อนเข้าสู่โปรแกรมปกป้องทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของน้องหมาด้วยล่ะ ^^

    ถ้าอยากเปลี่ยนจากโปรแกรมเดิมที่เคยใช้มาใช้โปรแกรมการปกป้องแบบ 3 ชั้น จะเป็นอันตรายไหมนะ ?
    หากคุณเคยใช้โปรแกรมปกป้องชนิดอื่น แล้วอยากเปลี่ยนมามอบการปกป้องให้ครบทั้ง 3 ชั้น ทั้งพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตภายนอก และพยาธิภายในอย่าง Simple Protection โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่สัตวแพทย์แนะนำ สามารถทำได้ ไม่ต้องกังวล ! การเปลี่ยนโปรแกรมนี้มักไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ กับน้องหมา (ยกเว้นน้องหมาของคุณมีประวัติการแพ้ยา ซึ่งควรแจ้งให้สัตวแพทย์ทราบทุกครั้ง) ทั้งนี้สัตวแพทย์จะเป็นคนแนะนำว่าเมื่อไรที่คุณควรเริ่มให้โปรแกรมปกป้อง Simple Protection ซึ่งสัตวแพทย์อาจเว้นช่วงจากการให้โปรแกรมปกป้องครั้งล่าสุดตามความเหมาะสม และเมื่อเริ่มผสาน 3 พลัง การปกป้องให้กับน้องหมาแล้ว เราขอแนะนำให้ใช้โปรแกรมอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือนเพื่อประสิทธิภาพการป้องกันที่ดีที่สุด

    โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจได้ผล 100% เลยหรือเปล่า ?
    การมอบโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตตัวร้ายด้วยการเสริมเกราะป้องกัน 3 ชั้นจาก Simple Protection ให้ผลการปกป้องที่มีประสิทธิภาพสูง ด้วยการทดสอบจากสัตวแพทย์ และการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะโปรแกรมปกป้องที่มีประสิทธิภาพมากแค่ไหนในโลก แต่การดูแลน้องหมาอย่างครอบคลุม ทั้งการหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับยุง และการใช้โปรแกรมอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำข้างฉลากยังคงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อประสิทธิภาพการป้องกันที่ดีที่สุด

    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

  • “พยาธิหนอนหัวใจ”

    “พยาธิหนอนหัวใจ”


    ปรสิตตัวร้ายที่สัตวแพทย์เตือนนัก เตือนหนาว่ามีความอันตรายร้ายแรง แถมยังติดง่ายเพียงการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียวอันตรายจากพยาธิหนอนหัวใจจะมากมายแค่ไหนกันนะ ? ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย ! เป็นสาเหตุของการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวพยาธิหนอนหัวใจ คือปรสิตที่มียุงเป็นพาหะ เมื่อน้องหมาโดนยุงกัด พยาธิหนอนหัวใจจะถ่ายทอดจากยุงเข้าสู่กระแสเลือดของน้องหมา พวกมันจะเจริญเติบโตอยู่ภายในหลอดเลือด และเกิดการผสมพันธุ์เพื่อเพิ่มจำนวน เมื่อพยาธิหนอนหัวใจเติบโต และเพิ่มจำนวนมากขึ้น พวกมันจะก่อให้เกิดการอุดตัน โดยเฉพาะบริเวณหัวใจ ซึ่งเมื่อหัวใจเกิดการอุดตันขึ้น จะส่งผลให้การสูบฉีดเลือดผิดปกติ ร่างกายได้รับเลือดไปหล่อเลี้ยงน้อยลง สมดุลของเหลวภายในร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหลอดเลือดผิดปกติไป ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นที่มาของการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว หรือภาวะที่หัวใจไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นับเป็นภาวะอันตราย และเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในน้องหมาที่ป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจเลยล่ะ มีแบคทีเรียแฝงกระตุ้นการเกิดภาวะปอดอักเสบพยาธิหนอนหัวใจไม่ได้มีความร้ายกาจแค่ตัวของมันเองเท่านั้น แต่มันยังมีแบคทีเรียที่แอบแฝงมา ชื่อว่า “โวบาเคีย” อีกด้วย เจ้าแบคทีเรียชนิดนี้จะอยู่อาศัยแบบพึ่งพากับพยาธิหนอนหัวใจ คอยกระตุ้นให้ร่างกายของน้องหมาเกิดการอักเสบ โดยเฉพาะที่บริเวณปอด ส่งผลให้น้องหมาเกิดภาวะปอดอักเสบ และมีปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจตามมา นอกจากนี้ เจ้าแบคทีเรียดังกล่าวยังเป็นหนึ่งในอุปสรรคการรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา เพราะเมื่อใดก็ตามที่แบคทีเรียชนิดนี้ตายลง พยาธิหนอนหัวใจที่เป็นที่อยู่อาศัยของแบคทีเรียก็จะตายลงตามไปด้วย ส่งผลให้เศษซากพยาธิหนอนหัวใจเกิดการอุดตันในกระแสเลือด เกิดเป็นภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งส่งผลให้น้องหมาเกิดภาวะอัมพาต หรือแม้กระทั่งเสียชีวิตเฉียบพลันได้เลยทีเดียว ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน ก่อให้เกิดการเสียชีวิตกระทันหันได้ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน หรือ caval syndrome คือ ภาวะอันตรายของการติดพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา เป็นภาวะที่พยาธิหนอนหัวใจตัวเต็มวัยจำนวนมากเกิดการอุดตันภายในหัวใจ และส่งผลให้ระบบการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมีปัญหา น้องหมาที่เกิดภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตันจะแสดงอาการอย่างเฉียบพลัน คือ เหนื่อยล้า อ่อนแรง ปัสสาวะเป็นเลือด เหงือกซีด และหมดสติ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที น้องหมาอาจได้รับอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ พยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตตัวร้ายที่มีความอันตรายทั้งจากตัวของมันเอง และจากแบคทีเรียที่แอบแฝงอยู่ อย่าปล่อยให้น้องหมาต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานจากโรคพยาธิหนอนหัวใจ เสริมเกราะป้องกันพยาธิหนอนหัวใจให้น้องหมาตั้งแต่วันนี้ 🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน 🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย…

    ปรสิตตัวร้ายที่สัตวแพทย์เตือนนัก เตือนหนาว่ามีความอันตรายร้ายแรง แถมยังติดง่ายเพียงการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียว
    อันตรายจากพยาธิหนอนหัวใจจะมากมายแค่ไหนกันนะ ? ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย !

    เป็นสาเหตุของการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว
    พยาธิหนอนหัวใจ คือปรสิตที่มียุงเป็นพาหะ เมื่อน้องหมาโดนยุงกัด พยาธิหนอนหัวใจจะถ่ายทอดจากยุงเข้าสู่กระแสเลือดของน้องหมา พวกมันจะเจริญเติบโตอยู่ภายในหลอดเลือด และเกิดการผสมพันธุ์เพื่อเพิ่มจำนวน เมื่อพยาธิหนอนหัวใจเติบโต และเพิ่มจำนวนมากขึ้น พวกมันจะก่อให้เกิดการอุดตัน โดยเฉพาะบริเวณหัวใจ ซึ่งเมื่อหัวใจเกิดการอุดตันขึ้น จะส่งผลให้การสูบฉีดเลือดผิดปกติ ร่างกายได้รับเลือดไปหล่อเลี้ยงน้อยลง สมดุลของเหลวภายในร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหลอดเลือดผิดปกติไป ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นที่มาของการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว หรือภาวะที่หัวใจไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นับเป็นภาวะอันตราย และเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในน้องหมาที่ป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจเลยล่ะ

    มีแบคทีเรียแฝงกระตุ้นการเกิดภาวะปอดอักเสบ
    พยาธิหนอนหัวใจไม่ได้มีความร้ายกาจแค่ตัวของมันเองเท่านั้น แต่มันยังมีแบคทีเรียที่แอบแฝงมา ชื่อว่า “โวบาเคีย” อีกด้วย เจ้าแบคทีเรียชนิดนี้จะอยู่อาศัยแบบพึ่งพากับพยาธิหนอนหัวใจ คอยกระตุ้นให้ร่างกายของน้องหมาเกิดการอักเสบ โดยเฉพาะที่บริเวณปอด ส่งผลให้น้องหมาเกิดภาวะปอดอักเสบ และมีปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจตามมา นอกจากนี้ เจ้าแบคทีเรียดังกล่าวยังเป็นหนึ่งในอุปสรรคการรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา เพราะเมื่อใดก็ตามที่แบคทีเรียชนิดนี้ตายลง พยาธิหนอนหัวใจที่เป็นที่อยู่อาศัยของแบคทีเรียก็จะตายลงตามไปด้วย ส่งผลให้เศษซากพยาธิหนอนหัวใจเกิดการอุดตันในกระแสเลือด เกิดเป็นภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งส่งผลให้น้องหมาเกิดภาวะอัมพาต หรือแม้กระทั่งเสียชีวิตเฉียบพลันได้เลยทีเดียว

    ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน ก่อให้เกิดการเสียชีวิตกระทันหันได้
    ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน หรือ caval syndrome คือ ภาวะอันตรายของการติดพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา เป็นภาวะที่พยาธิหนอนหัวใจตัวเต็มวัยจำนวนมากเกิดการอุดตันภายในหัวใจ และส่งผลให้ระบบการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมีปัญหา น้องหมาที่เกิดภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตันจะแสดงอาการอย่างเฉียบพลัน คือ เหนื่อยล้า อ่อนแรง ปัสสาวะเป็นเลือด เหงือกซีด และหมดสติ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที น้องหมาอาจได้รับอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

    พยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตตัวร้ายที่มีความอันตรายทั้งจากตัวของมันเอง และจากแบคทีเรียที่แอบแฝงอยู่ อย่าปล่อยให้น้องหมาต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานจากโรคพยาธิหนอนหัวใจ เสริมเกราะป้องกันพยาธิหนอนหัวใจให้น้องหมาตั้งแต่วันนี้

    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

  • ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ! พยาธิหนอนหัวใจก็ดื้อยาได้นะ !

    ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ! พยาธิหนอนหัวใจก็ดื้อยาได้นะ !


    “พยาธิหนอนหัวใจ” นับเป็นปรสิตตัวร้ายที่คร่าชีวิตน้องหมาไปอย่างมากมาย โดยเฉพาะในเขตประเทศไทยที่มีภูมิอากาศแบบร้อนชื้นซึ่งอำนวยต่อการเพิ่มจำนวนของยุง พาหะของโรคพยาธิหนอนหัวใจ อีกทั้งโรคนี้ยังสามารถติดได้ง่าย ๆ ผ่านการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียว ส่งผลให้การป้องกันพยาธิหนอนหัวใจเป็นสิ่งจำเป็นที่เจ้าของไม่ควรละเลยการป้องกันพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกเดือน เป็นสิ่งที่สัตวแพทย์แนะนำให้เจ้าของทุกท่านปฏิบัติอยู่เสมอ แต่ไม่นานมานี้มีได้มีงานวิจัยสุดช็อคที่บอกว่า พยาธิหนอนหัวใจ เกิดการดื้อยาป้องกันได้แล้วในปัจจุบัน ! แล้วแบบนี้เราจะต้องทำอย่างไร ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย ^^ งานวิจัยพบพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมาดื้อยาได้แล้วนะ !ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่างานวิจัยชิ้นนี้ทำการสำรวจในประเทศสหรัฐอมเริกาซึ่งพบการระบาดของโรคพยาธิหนอนหัวใจสูง การดื้อยาดังกล่าว คือการดื้อยาในกลุ่ม macrocyclic lactones (MLs) ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่ถูกใช้ในโปรแกรมปกป้องพยาธิหนอนหัวใจหลายชนิด และเป็นกลุ่มเดียวที่ได้รับอนุญาตให้สามารถใช้ในสัตว์ได้ (เพราะได้รับการทดสอบแล้วว่าปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงอันตรายนั่นเอง) ส่งผลให้การป้องกันพยาธิหนอนหัวใจไม่มีประสิทธิภาพ พยาธิหนอนหัวใจตัวอ่อนไม่ตอบสนองต่อยา และเกิดการเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยได้ต่อไป หนทางเดียวในการรับมือกับการที่พยาธิหนอนหัวใจดื้อยานี้ จึงเป็นการเพิ่มขนาดยา และปรับวิธีการให้ยา ซึ่งตัวยาที่ได้รับการทดสอบว่าปลอดภัย และได้ผลดีเมื่อปรับขนาดยาดังกล่าว คือตัวยาที่มีชื่อว่า moxidectin ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวช่วยผสาน 3 พลังการปกป้องจาก Simple Protection นั่นเอง ^^ พยาธิหนอนหัวใจดื้อยา ส่งผลอย่างไร ?โดยปกติแล้วโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจจะออกฤทธิ์กำจัดตัวอ่อนที่ไหลเวียนภายในกระแสเลือด ส่งผลให้ตัวอ่อนตายลง ไม่เจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยซึ่งก่อโรค และไม่เกิดการขยายพันธุ์เพิ่มจำนวน แต่การที่พยาธิหนอนหัวใจเกิดการดื้อยานี้จะส่งผลให้ตัวอ่อนไม่ถูกทำลาย เกิดการเจริญเติบโต และสืบพันธุ์เพิ่มจำนวน จนก่อโรครุนแรงต่อไปได้ในอนาคตนั่นเอง เคล็ดลับป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ หมดห่วงเรื่องการดื้อยาถึงแม้จะมีรายงานพบการดื้อยาของพยาธิหนอนหัวใจ แต่การป้องกันด้วยโปรแกรมปกป้องที่ได้มาตรฐาน ผ่านการทดสอบจากสถาบันอันน่าเชื่อถือ และได้รับคำแนะนำจากสัตวแพทย์ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเจ้าของควรเลือกโปรแกรมปกป้องที่มีการปรับขยายยาให้เหมาะสม และสามารถเอาชนะการดื้อยาของพยาธิหนอนหัวใจได้ อย่างเช่น Simple Protection โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน ร่วมไปกับการป้องกันไม่ให้น้องหมาโดนยุงกัด ดูแลสิ่งแวดล้อมรอบบ้านไม่ให้มีแหล่งน้ำขัง อันเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงซึ่งเป็นพาหะของพยาธิหนอนหัวใจ ในยุคพยาธิหนอนหัวใจดื้อยาแบบนี้ อย่าลืมเลือกโปรแกรมปกป้องที่ดีที่สุดให้น้องหมาของคุณ ^^ 🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน 🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง…

    “พยาธิหนอนหัวใจ” นับเป็นปรสิตตัวร้ายที่คร่าชีวิตน้องหมาไปอย่างมากมาย โดยเฉพาะในเขตประเทศไทยที่มีภูมิอากาศแบบร้อนชื้นซึ่งอำนวยต่อการเพิ่มจำนวนของยุง พาหะของโรคพยาธิหนอนหัวใจ อีกทั้งโรคนี้ยังสามารถติดได้ง่าย ๆ ผ่านการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียว ส่งผลให้การป้องกันพยาธิหนอนหัวใจเป็นสิ่งจำเป็นที่เจ้าของไม่ควรละเลย
    การป้องกันพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกเดือน เป็นสิ่งที่สัตวแพทย์แนะนำให้เจ้าของทุกท่านปฏิบัติอยู่เสมอ แต่ไม่นานมานี้มีได้มีงานวิจัยสุดช็อคที่บอกว่า พยาธิหนอนหัวใจ เกิดการดื้อยาป้องกันได้แล้วในปัจจุบัน ! แล้วแบบนี้เราจะต้องทำอย่างไร ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย ^^

    งานวิจัยพบพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมาดื้อยาได้แล้วนะ !
    ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่างานวิจัยชิ้นนี้ทำการสำรวจในประเทศสหรัฐอมเริกาซึ่งพบการระบาดของโรคพยาธิหนอนหัวใจสูง การดื้อยาดังกล่าว คือการดื้อยาในกลุ่ม macrocyclic lactones (MLs) ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่ถูกใช้ในโปรแกรมปกป้องพยาธิหนอนหัวใจหลายชนิด และเป็นกลุ่มเดียวที่ได้รับอนุญาตให้สามารถใช้ในสัตว์ได้ (เพราะได้รับการทดสอบแล้วว่าปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงอันตรายนั่นเอง) ส่งผลให้การป้องกันพยาธิหนอนหัวใจไม่มีประสิทธิภาพ พยาธิหนอนหัวใจตัวอ่อนไม่ตอบสนองต่อยา และเกิดการเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยได้ต่อไป หนทางเดียวในการรับมือกับการที่พยาธิหนอนหัวใจดื้อยานี้ จึงเป็นการเพิ่มขนาดยา และปรับวิธีการให้ยา ซึ่งตัวยาที่ได้รับการทดสอบว่าปลอดภัย และได้ผลดีเมื่อปรับขนาดยาดังกล่าว คือตัวยาที่มีชื่อว่า moxidectin ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวช่วยผสาน 3 พลังการปกป้องจาก Simple Protection นั่นเอง ^^

    พยาธิหนอนหัวใจดื้อยา ส่งผลอย่างไร ?
    โดยปกติแล้วโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจจะออกฤทธิ์กำจัดตัวอ่อนที่ไหลเวียนภายในกระแสเลือด ส่งผลให้ตัวอ่อนตายลง ไม่เจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยซึ่งก่อโรค และไม่เกิดการขยายพันธุ์เพิ่มจำนวน แต่การที่พยาธิหนอนหัวใจเกิดการดื้อยานี้จะส่งผลให้ตัวอ่อนไม่ถูกทำลาย เกิดการเจริญเติบโต และสืบพันธุ์เพิ่มจำนวน จนก่อโรครุนแรงต่อไปได้ในอนาคตนั่นเอง

    เคล็ดลับป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ หมดห่วงเรื่องการดื้อยา
    ถึงแม้จะมีรายงานพบการดื้อยาของพยาธิหนอนหัวใจ แต่การป้องกันด้วยโปรแกรมปกป้องที่ได้มาตรฐาน ผ่านการทดสอบจากสถาบันอันน่าเชื่อถือ และได้รับคำแนะนำจากสัตวแพทย์ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเจ้าของควรเลือกโปรแกรมปกป้องที่มีการปรับขยายยาให้เหมาะสม และสามารถเอาชนะการดื้อยาของพยาธิหนอนหัวใจได้ อย่างเช่น Simple Protection โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน ร่วมไปกับการป้องกันไม่ให้น้องหมาโดนยุงกัด ดูแลสิ่งแวดล้อมรอบบ้านไม่ให้มีแหล่งน้ำขัง อันเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงซึ่งเป็นพาหะของพยาธิหนอนหัวใจ

    ในยุคพยาธิหนอนหัวใจดื้อยาแบบนี้ อย่าลืมเลือกโปรแกรมปกป้องที่ดีที่สุดให้น้องหมาของคุณ ^^

    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

  • ไขข้อสงสัย เห็บ vs หมัด ต่างกันอย่างไร ?

    ไขข้อสงสัย เห็บ vs หมัด ต่างกันอย่างไร ?


    “เอ๊ะ ? เจ้าปรสิตตัวเล็กจิ๋วที่กำลังกัดน้องหมา น้องแมวตัวนี้คืออะไรกันนะ ?”เชื่อว่าเจ้าของหลายท่านต้องเคยพบเจอปรสิตตัวเล็กจิ๋วที่คอยดูดเลือดน้องหมา น้องแมวอยู่เป็นประจำ แต่น้อยคนนักที่จะแยกออกว่าเจ้าปรสิตที่เราเห็นอยู่นี้ แท้จริงแล้วมันคือเห็บ หรือหมัดกันแน่นะ ?ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปไขข้อสงสัย หาความแตกต่างของเห็บและหมัดกัน ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย >< “ถึงจะตัวเล็กเหมือนกัน แต่หน้าตาไม่เหมือนกันเลย”เห็บ : เห็บมีลำตัวสีน้ำตาลเข้ม และมีลักษณะแบนถ้ามองจากด้านบน (เหมือนโดนหนังสือทับเลยล่ะ ><) แต่เมื่อดูดกินเลือดจนเต็มอิ่มพวกมันจะมีขนาดตัวที่บวมเบ่งไปด้วยเลือดอย่างสังเกตเห็นได้ชัด ตัวเต็มวัยของพวกมันมี 8 ขา และมีขนาดที่แตกต่างกันระหว่างตัวผู้ และตัวเมีย โดยเห็บตัวเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ และถ้าสังเกตให้ดี ๆ จะพบว่าเห็บมีส่วนหัวที่สามารถสังเกตได้ยาก แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถสังเกตเห็นปากที่ยื่นออกมาได้อย่างชัดเจน ซึ่งพวกมันจะใช้ปากนี้กัดเข้าไปบนตัวน้องหมาเพื่อดูดกินเลือดเป็นอาหารนั่นเองหมัด : หมัดมีลำตัวสีน้ำตาลค่อนไปทางดำ ลำตัวของพวกมันมีลักษณะแบนถ้ามองจากด้านข้าง (ซึ่งตรงข้ามกับเห็บ) อีกทั้งยังมีขนาดที่เล็กจิ๋วเพียง 1-2.5 มิลลิเมตร (เล็กกว่าเห็บซะอีก ><) ลำตัวปกคลุมไปด้วยขน และมีส่วนหัวที่มีทรงสามเหลี่ยม ตัวเต็มวัยของพวกมันมีขาเพียง 6 ขา แต่ขาเหล่านี้มีความแข็งแรงสูงมาก ส่งผลให้หมัดมีความสามารถในการกระโดด จนได้ชื่อว่ากระโดดเก่งที่สุดในโลกเลยล่ะ ! หมัดจะใช้ปากกัดเพื่อดูดเลือดน้องหมาเป็นอาหารเช่นเดียวกับเห็บ ส่งผลให้น้องหมาเสียเลือดได้ไม่แตกต่างกันเลย “นอกจากรูปร่างจะแตกต่างกันแล้ว วงจรชีวิตก็แตกต่างกันด้วย”เห็บ : เห็บทั้งเพศผู้ และเพศเมียจะผสมพันธุ์ และดูดเลือดน้องหมาเป็นอาหาร หลังจากนั้น เห็บเพศเมียจะกระโดดลงสู่สิ่งแวดล้อมเพื่อวางไข่บนดิน หรือซอกหลืบพื้นบ้าน เมื่อไข่ฟัก ตัวอ่อนจะกระโดดกลับขึ้นสู่ร่างกายน้องหมา และดูดกินเลือดเป็นอาหาร หลังจากนั้น ตัวอ่อนจะกลับสู่สิ่งแวดล้อมอีกครั้งเพื่อลอกคราบ เป็นเช่นนี้จนถึงระยะตัวเต็มวัย เรียกได้ว่า เห็บมีวงจรชีวิตที่ไป ๆ กลับ ๆ ระหว่างสิ่งแวดล้อม และร่างกายน้องหมาอยู่ตลอดเวลาเลยล่ะหมัด : หมัดตัวเต็มวัยจะอาศัยอยู่บนร่างกายน้องหมาเพื่อดูดกินเลือดเป็นอาหารตลอดเวลา มีเพียงระยะไข่ที่จะตกลงสู่สิ่งแวดล้อม และเมื่อไข่ฟักออกมา ตัวอ่อนจะกินฝุ่น และเศษผิวหนังของน้องหมาในสิ่งแวดล้อมเป็นอาหาร เมื่อโตเต็มวัยพวกมันจึงจะกระโดดขึ้นมาบนตัวน้องหมา เรียกได้ว่าเมื่อขึ้นบนตัวน้องหมาแล้ว พวกมันจะไม่กลับลงสู่สิ่งแวดล้อมอีกเลยล่ะ “เห็บ หมัด นำโรคไม่เหมือนกันด้วยนะ”เห็บ : เป็นสาเหตุของโรคพยาธิเม็ดเลือดหลายชนิด ส่งผลให้น้องหมาเกิดภาวะโลหิตจาง ในรายที่รุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลยล่ะหมัด : เป็นสาเหตุของโรคผิวหนัง เนื่องจากน้ำลายหมัดมีสารที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้ นอกจากนี้หมัดยังเป็นพาหะของพยาธิตืดแตงกวา ซึ่งน้องหมาสามารถติดได้ผ่านการกินหมัดอีกด้วย ถึงเห็บ หมัดจะมีความแตกต่างกัน แต่พวกมันล้วนเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาสุขภาพทั้งในน้องหมา และน้องแมว 🐶…

    “เอ๊ะ ? เจ้าปรสิตตัวเล็กจิ๋วที่กำลังกัดน้องหมา น้องแมวตัวนี้คืออะไรกันนะ ?”
    เชื่อว่าเจ้าของหลายท่านต้องเคยพบเจอปรสิตตัวเล็กจิ๋วที่คอยดูดเลือดน้องหมา น้องแมวอยู่เป็นประจำ แต่น้อยคนนักที่จะแยกออกว่าเจ้าปรสิตที่เราเห็นอยู่นี้ แท้จริงแล้วมันคือเห็บ หรือหมัดกันแน่นะ ?
    ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปไขข้อสงสัย หาความแตกต่างของเห็บและหมัดกัน ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย ><

    “ถึงจะตัวเล็กเหมือนกัน แต่หน้าตาไม่เหมือนกันเลย”
    เห็บ : เห็บมีลำตัวสีน้ำตาลเข้ม และมีลักษณะแบนถ้ามองจากด้านบน (เหมือนโดนหนังสือทับเลยล่ะ ><) แต่เมื่อดูดกินเลือดจนเต็มอิ่มพวกมันจะมีขนาดตัวที่บวมเบ่งไปด้วยเลือดอย่างสังเกตเห็นได้ชัด ตัวเต็มวัยของพวกมันมี 8 ขา และมีขนาดที่แตกต่างกันระหว่างตัวผู้ และตัวเมีย โดยเห็บตัวเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ และถ้าสังเกตให้ดี ๆ จะพบว่าเห็บมีส่วนหัวที่สามารถสังเกตได้ยาก แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถสังเกตเห็นปากที่ยื่นออกมาได้อย่างชัดเจน ซึ่งพวกมันจะใช้ปากนี้กัดเข้าไปบนตัวน้องหมาเพื่อดูดกินเลือดเป็นอาหารนั่นเอง
    หมัด : หมัดมีลำตัวสีน้ำตาลค่อนไปทางดำ ลำตัวของพวกมันมีลักษณะแบนถ้ามองจากด้านข้าง (ซึ่งตรงข้ามกับเห็บ) อีกทั้งยังมีขนาดที่เล็กจิ๋วเพียง 1-2.5 มิลลิเมตร (เล็กกว่าเห็บซะอีก ><) ลำตัวปกคลุมไปด้วยขน และมีส่วนหัวที่มีทรงสามเหลี่ยม ตัวเต็มวัยของพวกมันมีขาเพียง 6 ขา แต่ขาเหล่านี้มีความแข็งแรงสูงมาก ส่งผลให้หมัดมีความสามารถในการกระโดด จนได้ชื่อว่ากระโดดเก่งที่สุดในโลกเลยล่ะ ! หมัดจะใช้ปากกัดเพื่อดูดเลือดน้องหมาเป็นอาหารเช่นเดียวกับเห็บ ส่งผลให้น้องหมาเสียเลือดได้ไม่แตกต่างกันเลย

    “นอกจากรูปร่างจะแตกต่างกันแล้ว วงจรชีวิตก็แตกต่างกันด้วย”
    เห็บ : เห็บทั้งเพศผู้ และเพศเมียจะผสมพันธุ์ และดูดเลือดน้องหมาเป็นอาหาร หลังจากนั้น เห็บเพศเมียจะกระโดดลงสู่สิ่งแวดล้อมเพื่อวางไข่บนดิน หรือซอกหลืบพื้นบ้าน เมื่อไข่ฟัก ตัวอ่อนจะกระโดดกลับขึ้นสู่ร่างกายน้องหมา และดูดกินเลือดเป็นอาหาร หลังจากนั้น ตัวอ่อนจะกลับสู่สิ่งแวดล้อมอีกครั้งเพื่อลอกคราบ เป็นเช่นนี้จนถึงระยะตัวเต็มวัย เรียกได้ว่า เห็บมีวงจรชีวิตที่ไป ๆ กลับ ๆ ระหว่างสิ่งแวดล้อม และร่างกายน้องหมาอยู่ตลอดเวลาเลยล่ะ
    หมัด : หมัดตัวเต็มวัยจะอาศัยอยู่บนร่างกายน้องหมาเพื่อดูดกินเลือดเป็นอาหารตลอดเวลา มีเพียงระยะไข่ที่จะตกลงสู่สิ่งแวดล้อม และเมื่อไข่ฟักออกมา ตัวอ่อนจะกินฝุ่น และเศษผิวหนังของน้องหมาในสิ่งแวดล้อมเป็นอาหาร เมื่อโตเต็มวัยพวกมันจึงจะกระโดดขึ้นมาบนตัวน้องหมา เรียกได้ว่าเมื่อขึ้นบนตัวน้องหมาแล้ว พวกมันจะไม่กลับลงสู่สิ่งแวดล้อมอีกเลยล่ะ

    “เห็บ หมัด นำโรคไม่เหมือนกันด้วยนะ”
    เห็บ : เป็นสาเหตุของโรคพยาธิเม็ดเลือดหลายชนิด ส่งผลให้น้องหมาเกิดภาวะโลหิตจาง ในรายที่รุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลยล่ะ
    หมัด : เป็นสาเหตุของโรคผิวหนัง เนื่องจากน้ำลายหมัดมีสารที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้ นอกจากนี้หมัดยังเป็นพาหะของพยาธิตืดแตงกวา ซึ่งน้องหมาสามารถติดได้ผ่านการกินหมัดอีกด้วย

    ถึงเห็บ หมัดจะมีความแตกต่างกัน แต่พวกมันล้วนเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาสุขภาพทั้งในน้องหมา และน้องแมว


    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน