“น้องหมาแสนรักป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจ ควรทำอย่างไรดี ? T^T”
โรคร้ายอย่างโรคพยาธิหนอนหัวใจ คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับน้องหมาแสนรักของตัวเอง แต่การจะหลีกเลี่ยงยุงก็ช่างยากเหลือเกิน และการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจได้แล้ว
หากน้องหมาของเราบังเอิญโชคร้ายป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจ อย่าลืมดูแลน้องหมาให้ถูกวิธี ดังต่อไปนี้
1. ให้ยาตามคำสั่งของสัตวแพทย์ : “ให้ยาตามคำสั่งของคุณหมออย่างเคร่งครัด” คือหัวใจสำคัญของการรักษา โดยการรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมาจะต้องทำการกำจัดภัยร้าย 2 ส่วน คือ ตัวพยาธิหนอนหัวใจเอง และแบคทีเรียที่แอบแฝงมากับพยาธิหนอนหัวใจ การให้ยาของคุณหมอจำเป็นที่จะต้องให้อย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลานาน เพราะการรักษาจำเป็นต้องค่อย ๆ กำจัดพยาธิอย่างช้า ๆ เนื่องจากการกำจัดพยาธิในทันทีอาจส่งผลให้ตัวพยาธิที่ตายเกิดการอุดตันภายในกระแสเลือดได้ นอกจากนี้ การให้ยากำจัดเชื้อแบคทีเรียที่แอบแฝงมากับพยาธิหนอนหัวใจจำเป็นที่จะต้องให้อย่างต่อเนื่อง ห้ามหยุดยาด้วยตัวเอง และให้ตามคำสั่งของคุณหมออย่างเคร่งครัดเพื่อหลีกเลี่ยงการดื้อยาของเชื้อ (มิเช่นนั้น หากเชื้อเกิดการดื้อยาขึ้นมาแล้วจะส่งผลให้การรักษายุ่งยากขึ้นมากเลยล่ะ)
2. จำกัดการออกกำลังกาย : อีกหนึ่งการดูแลที่เจ้าของต้องควบคุมให้ดี คือการออกกำลังกายของน้องหมา เพราะการที่หัวใจของน้องหมาเต้นเร็ว และแรงจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้พยาธิหนอนหัวใจที่อยู่ภายในระบบหมุนเวียนเลือดเกิดการอุดตันได้ อ๊ะ อ๊ะ ! ไม่เพียงแค่การออกกำลังกายเพียงเท่านั้น กิจกรรมอื่น ๆ ที่อาจทำให้น้องหมาหัวใจเต้นเร็ว เช่น การเล่นกันเองของน้องหมา หรือการว่ายน้ำ ก็เป็นสิ่งต้องระวังเช่นกัน (ในบางรายคุณหมออาจแนะนำให้ขังน้องไว้ในกรงเพื่อจำกัดการทำกิจกรรมเลยล่ะ สามารถสอบถามคุณหมอเพิ่มเติมถึงการจำกัดการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับน้องหมาของเราได้เลย)
3. ใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจอย่างสม่ำเสมอ : ถึงแม้น้องหมาจะป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจ แต่การป้องกันเพื่อไม่ให้น้องหมากลับมาป่วยซ้ำก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน โดยปัจจุบันมีโปรแกรมปกป้องที่สามารถเริ่มให้ได้เลย แม้น้องหมาจะป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจอยู่ และที่สำคัญต้องให้เป็นประจำ อย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแต่ละโปรแกรม เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของการป้องกัน สามารถสอบถามคุณหมอเพิ่มเติมถึงโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจที่เหมาะสมได้เลย
การดูแลน้องหมาที่ป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจจำเป็นต้องอาศัยความใส่ใจเป็นอย่างมาก อย่าลืมทำตามคำแนะนำเหล่านี้ โดยเฉพาะการปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจเพื่อไม่ให้น้องหมากลับมาป่วยซ้ำด้วยโปรแกรมปกป้องที่ปลอดภัย และสามารถให้ได้แม้น้องหมากำลังเผชิญกับโรคร้าย
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน
Category: การดูแลสุนัข
-

ดูแลน้องหมาป่วยพยาธิหนอนหัวใจ ต้องทำอย่างไรบ้าง ?
“น้องหมาแสนรักป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจ ควรทำอย่างไรดี ? T^T”โรคร้ายอย่างโรคพยาธิหนอนหัวใจ คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับน้องหมาแสนรักของตัวเอง แต่การจะหลีกเลี่ยงยุงก็ช่างยากเหลือเกิน และการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจได้แล้ว หากน้องหมาของเราบังเอิญโชคร้ายป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจ อย่าลืมดูแลน้องหมาให้ถูกวิธี ดังต่อไปนี้ 1. ให้ยาตามคำสั่งของสัตวแพทย์ : “ให้ยาตามคำสั่งของคุณหมออย่างเคร่งครัด” คือหัวใจสำคัญของการรักษา โดยการรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมาจะต้องทำการกำจัดภัยร้าย 2 ส่วน คือ ตัวพยาธิหนอนหัวใจเอง และแบคทีเรียที่แอบแฝงมากับพยาธิหนอนหัวใจ การให้ยาของคุณหมอจำเป็นที่จะต้องให้อย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลานาน เพราะการรักษาจำเป็นต้องค่อย ๆ กำจัดพยาธิอย่างช้า ๆ เนื่องจากการกำจัดพยาธิในทันทีอาจส่งผลให้ตัวพยาธิที่ตายเกิดการอุดตันภายในกระแสเลือดได้ นอกจากนี้ การให้ยากำจัดเชื้อแบคทีเรียที่แอบแฝงมากับพยาธิหนอนหัวใจจำเป็นที่จะต้องให้อย่างต่อเนื่อง ห้ามหยุดยาด้วยตัวเอง และให้ตามคำสั่งของคุณหมออย่างเคร่งครัดเพื่อหลีกเลี่ยงการดื้อยาของเชื้อ (มิเช่นนั้น หากเชื้อเกิดการดื้อยาขึ้นมาแล้วจะส่งผลให้การรักษายุ่งยากขึ้นมากเลยล่ะ) 2. จำกัดการออกกำลังกาย : อีกหนึ่งการดูแลที่เจ้าของต้องควบคุมให้ดี คือการออกกำลังกายของน้องหมา เพราะการที่หัวใจของน้องหมาเต้นเร็ว และแรงจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้พยาธิหนอนหัวใจที่อยู่ภายในระบบหมุนเวียนเลือดเกิดการอุดตันได้ อ๊ะ อ๊ะ ! ไม่เพียงแค่การออกกำลังกายเพียงเท่านั้น กิจกรรมอื่น ๆ ที่อาจทำให้น้องหมาหัวใจเต้นเร็ว เช่น การเล่นกันเองของน้องหมา หรือการว่ายน้ำ ก็เป็นสิ่งต้องระวังเช่นกัน (ในบางรายคุณหมออาจแนะนำให้ขังน้องไว้ในกรงเพื่อจำกัดการทำกิจกรรมเลยล่ะ สามารถสอบถามคุณหมอเพิ่มเติมถึงการจำกัดการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับน้องหมาของเราได้เลย) 3. ใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจอย่างสม่ำเสมอ : ถึงแม้น้องหมาจะป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจ แต่การป้องกันเพื่อไม่ให้น้องหมากลับมาป่วยซ้ำก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน โดยปัจจุบันมีโปรแกรมปกป้องที่สามารถเริ่มให้ได้เลย แม้น้องหมาจะป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจอยู่ และที่สำคัญต้องให้เป็นประจำ อย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแต่ละโปรแกรม เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของการป้องกัน สามารถสอบถามคุณหมอเพิ่มเติมถึงโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจที่เหมาะสมได้เลย การดูแลน้องหมาที่ป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจจำเป็นต้องอาศัยความใส่ใจเป็นอย่างมาก อย่าลืมทำตามคำแนะนำเหล่านี้ โดยเฉพาะการปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจเพื่อไม่ให้น้องหมากลับมาป่วยซ้ำด้วยโปรแกรมปกป้องที่ปลอดภัย และสามารถให้ได้แม้น้องหมากำลังเผชิญกับโรคร้าย 🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน 🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย…
-

ทำความรู้จัก “ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน” ภาวะอันตรายจากพยาธิหนอนหัวใจ
โรคพยาธิหนอนหัวใจ โรคร้ายที่มีพยาธิหนอนหัวใจเป็นพาหะ ซึ่งน้องหมาสามารถติดได้ง่าย ๆ เพียงการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียว โรคนี้นับว่าเป็นโรคที่มีความอันตรายสูง เพราะหากปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน และไม่ได้ทำการรักษา น้องหมาอาจได้รับอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ !“ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน” คือภาวะอันตรายของโรคพยาธิหนอนหัวใจที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเฉียบพลันในน้องหมา ภาวะนี้คืออะไร และจะป้องกันได้อย่างไรบ้าง ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย ! ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน (caval syndrome) คืออะไร ?ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน หรือที่คุณหมอเรียกว่า caval syndrome คือ ภาวะที่พยาธิหนอนหัวใจตัวเต็มวัยจำนวนมากเกิดการอุดตันภายในหัวใจ ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดมีปัญหา เลือดไม่สามารถสูบฉีดจากหัวใจไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างเพียงพอ หากน้องหมาเกิดภาวะนี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดเอาพยาธิหนอนหัวใจที่อุดตันออกโดยด่วน ! อาการของภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตันเป็นอย่างไร ? และมีความอันตรายแค่ไหนกันนะ?น้องหมาที่เกิดภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตันจะแสดงอาการอย่างเฉียบพลัน คือ เหนื่อยล้า อ่อนแรง ปัสสาวะเป็นเลือด เหงือกซีด และหมดสติ ในรายที่รุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตเฉียบพลันได้เลยล่ะ ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตันสามารถป้องกันได้อย่างไร ?ไม่ป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจเลยย่อมดีที่สุด !วิธีการป้องกันก็ง่าย ๆ เพียงป้องกันน้องหมาจากยุง ด้วยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงใกล้บ้าน กางมุ้ง หรือกั้นมุ้งลวดรอบบริเวณบ้านเพื่อลดโอกาสการสัมผัสกับยุง และพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจกับคุณหมอเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อสามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้อย่าลืมใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตตัวร้ายที่อันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะพยาธิหนอนหัวใจ สาเหตุหลักของการเกิดภาวะนี้ เพียงเท่านี้ก็สบายใจ หายห่วง ><สำหรับใครที่กำลังมองหาโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจ 🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน 🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน
โรคพยาธิหนอนหัวใจ โรคร้ายที่มีพยาธิหนอนหัวใจเป็นพาหะ ซึ่งน้องหมาสามารถติดได้ง่าย ๆ เพียงการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียว โรคนี้นับว่าเป็นโรคที่มีความอันตรายสูง เพราะหากปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน และไม่ได้ทำการรักษา น้องหมาอาจได้รับอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ !
“ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน” คือภาวะอันตรายของโรคพยาธิหนอนหัวใจที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเฉียบพลันในน้องหมา ภาวะนี้คืออะไร และจะป้องกันได้อย่างไรบ้าง ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย !
ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน (caval syndrome) คืออะไร ?
ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน หรือที่คุณหมอเรียกว่า caval syndrome คือ ภาวะที่พยาธิหนอนหัวใจตัวเต็มวัยจำนวนมากเกิดการอุดตันภายในหัวใจ ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดมีปัญหา เลือดไม่สามารถสูบฉีดจากหัวใจไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างเพียงพอ หากน้องหมาเกิดภาวะนี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดเอาพยาธิหนอนหัวใจที่อุดตันออกโดยด่วน !
อาการของภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตันเป็นอย่างไร ? และมีความอันตรายแค่ไหนกันนะ?
น้องหมาที่เกิดภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตันจะแสดงอาการอย่างเฉียบพลัน คือ เหนื่อยล้า อ่อนแรง ปัสสาวะเป็นเลือด เหงือกซีด และหมดสติ ในรายที่รุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตเฉียบพลันได้เลยล่ะ
ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตันสามารถป้องกันได้อย่างไร ?
ไม่ป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจเลยย่อมดีที่สุด !
วิธีการป้องกันก็ง่าย ๆ เพียงป้องกันน้องหมาจากยุง ด้วยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงใกล้บ้าน กางมุ้ง หรือกั้นมุ้งลวดรอบบริเวณบ้านเพื่อลดโอกาสการสัมผัสกับยุง และพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจกับคุณหมอเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อสามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้อย่าลืมใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตตัวร้ายที่อันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะพยาธิหนอนหัวใจ สาเหตุหลักของการเกิดภาวะนี้ เพียงเท่านี้ก็สบายใจ หายห่วง ><สำหรับใครที่กำลังมองหาโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจ
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน -

ตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจ ทำได้อย่างไรบ้าง ?
ไหนชีวิตนี้ใครไม่เคยโดนยุงกัดเลย ยกมือขึ้น !ไม่มีเลยใช่ไหม นั่นก็เพราะยุงร้ายสามารถเล็ดลอดมากัดเราได้ทุกเมื่อ ถึงแม้จะพยายามหนีแค่ไหนก็ยากที่จะหนีพ้นน้องหมาเองก็เช่นกัน นี่เองจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงควรพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจอยู่เสมอการตรวจคัดกรองพยาธิหนอนหัวใจสามารถทำได้เมื่อไร และตรวจด้วยวิธีไหนได้บ้าง ไปดูกัน ! ทำไมเราจึงควรพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจ ?เพราะโรคพยาธิหนอนหัวใจสามารถเกิดขึ้นได้กับน้องหมาทุกตัว เพียงการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาติดโรคพยาธิหนอนหัวใจได้ นอกจากนี้ประเทศไทยยังเป็นเขตที่พบการแพร่ระบาดของโรคอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ที่มีทุ่งหญ้า และแหล่งน้ำขังซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีของยุง ดังนั้นการพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคจะเป็นการช่วยให้เราสามารถทำการรักษาน้องหมาได้อย่างทันท่วงที และเป็นการลดโอกาสการเกิดอาการรุนแรงในน้องหมาที่ป่วยได้นั่นเอง ช่วงอายุที่ควรตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา คือ ?ตามคำแนะนำของ American Heartworm Society (AHS) หน่วยงานระดับโลกที่ทำหน้าที่ออกแนวทางการรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจให้แก่สัตวแพทย์ แนะนำว่าน้องหมาที่มีอายุมากกว่า 7 เดือนเป็นต้นไปควรได้รับการตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจ และควรทำการตรวจซ้ำเป็นประจำทุกปีเพื่อสามารถดูแล และรักษาได้อย่างทันท่วงที วิธีการตรวจมีกี่วิธีกันนะ ?การตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจสามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้1. การใช้ชุดตรวจเลือด : การใช้ชุดตรวจเลือดเป็นหนึ่งในวิธียอดนิยมที่สัตวแพทย์มักเลือกใช้ โดยชุดตรวจจะตรวจหาแอนติเจน หรือสารที่บ่งบอกว่าร่างกายมีพยาธิอยู่ภายใน2. การส่องกล้องหาพยาธิในเลือด : เป็นการตรวจที่ให้ผลดี เห็นการติดพยาธิหนอนหัวใจได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังสามารถตรวจหาตัวอ่อนภายในร่างกายอีกด้วย3. การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหา DNA ของพยาธิหนอนหัวใจ : เป็นการตรวจที่สามารถตรวจหาทั้งตัวเต็มวัย และตัวอ่อนภายในร่างกายน้องหมาได้ นอกจากนี้ยังมีความแม่นยำสูงอีกด้วย4. การฉายภาพรังสี และการอัลตราซาวด์ : การฉายภาพรังสี หรือที่หลายคนคุ้นเคยว่าการ x-ray และการอัลตราซาวด์สามารถใช้ตรวจหาการอุดตันของพยาธิหนอนหัวใจบริเวณหัวใจ และปอดได้5. การผ่าตรวจภายใน : การผ่าตรวจภายในสามารถช่วยให้คุณหมอได้เห็นตัวเต็มวัยของพยาธิหนอนหัวใจภายในร่างกายได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามวิธีนี้มีข้อจำกัดค่อนข้างมาก และยากต่อการปฏิบัติจริง โดยเฉพาะในน้องหมาที่มีอาการไม่ดี หรืออายุเยอะ ตรวจแล้วควรทำอย่างไรต่อ ?หากตรวจพบว่าเกิดการติดพยาธิหนอนหัวใจ : ควรเริ่มต้นทำการรักษาในทันที โดยสัตวแพทย์จะจ่ายยาเพื่อค่อย ๆ กำจัดพยาธิหนอนหัวใจอย่างช้า ๆ ในบางรายอาจจำเป็นต้องกักบริเวณชั่วคราวเพื่องดการทำกิจกรรมที่กระตุ้นให้หัวใจมีการสูบฉีดเลือดสูง เพื่อลดโอกาสการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน หรือภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน และเริ่มต้นการใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจ (อ๊ะ อ๊ะ อย่าลืมเลือกโปรแกรมปกป้องที่สามารถให้ได้ในน้องหมาที่กำลังป่วย เพื่อป้องกันการตายของพยาธิอย่างกระทันหัน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของการอุดตัน และการเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันในน้องหมาด้วยล่ะ สามารถสอบถามสัตวแพทย์เพิ่มเติมถึงโปรแกรมปกป้องที่เหมาะสมได้เลย)หากตรวจไม่พบการติดพยาธิหนอนหัวใจ : อย่าเพิ่งเบาใจไปล่ะ เพราะพยาธิหนอนหัวใจสามารถติดได้ง่าย ๆ เพียงแค่การโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียว อย่าลืมปกป้องน้องหมาให้ห่างไกลจากยุง และใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตตัวร้าย โดยเฉพาะพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกเดือน อยากให้น้องหมาปลอดภัยจากโรคพยาธิหนอนหัวใจ อย่าลืมพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกปี ! 🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน 🎯…
ไหนชีวิตนี้ใครไม่เคยโดนยุงกัดเลย ยกมือขึ้น !
ไม่มีเลยใช่ไหม นั่นก็เพราะยุงร้ายสามารถเล็ดลอดมากัดเราได้ทุกเมื่อ ถึงแม้จะพยายามหนีแค่ไหนก็ยากที่จะหนีพ้น
น้องหมาเองก็เช่นกัน นี่เองจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงควรพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจอยู่เสมอ
การตรวจคัดกรองพยาธิหนอนหัวใจสามารถทำได้เมื่อไร และตรวจด้วยวิธีไหนได้บ้าง ไปดูกัน !
ทำไมเราจึงควรพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจ ?
เพราะโรคพยาธิหนอนหัวใจสามารถเกิดขึ้นได้กับน้องหมาทุกตัว เพียงการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาติดโรคพยาธิหนอนหัวใจได้ นอกจากนี้ประเทศไทยยังเป็นเขตที่พบการแพร่ระบาดของโรคอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ที่มีทุ่งหญ้า และแหล่งน้ำขังซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีของยุง ดังนั้นการพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคจะเป็นการช่วยให้เราสามารถทำการรักษาน้องหมาได้อย่างทันท่วงที และเป็นการลดโอกาสการเกิดอาการรุนแรงในน้องหมาที่ป่วยได้นั่นเอง
ช่วงอายุที่ควรตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา คือ ?
ตามคำแนะนำของ American Heartworm Society (AHS) หน่วยงานระดับโลกที่ทำหน้าที่ออกแนวทางการรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจให้แก่สัตวแพทย์ แนะนำว่าน้องหมาที่มีอายุมากกว่า 7 เดือนเป็นต้นไปควรได้รับการตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจ และควรทำการตรวจซ้ำเป็นประจำทุกปีเพื่อสามารถดูแล และรักษาได้อย่างทันท่วงที
วิธีการตรวจมีกี่วิธีกันนะ ?
การตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจสามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้
1. การใช้ชุดตรวจเลือด : การใช้ชุดตรวจเลือดเป็นหนึ่งในวิธียอดนิยมที่สัตวแพทย์มักเลือกใช้ โดยชุดตรวจจะตรวจหาแอนติเจน หรือสารที่บ่งบอกว่าร่างกายมีพยาธิอยู่ภายใน
2. การส่องกล้องหาพยาธิในเลือด : เป็นการตรวจที่ให้ผลดี เห็นการติดพยาธิหนอนหัวใจได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังสามารถตรวจหาตัวอ่อนภายในร่างกายอีกด้วย
3. การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหา DNA ของพยาธิหนอนหัวใจ : เป็นการตรวจที่สามารถตรวจหาทั้งตัวเต็มวัย และตัวอ่อนภายในร่างกายน้องหมาได้ นอกจากนี้ยังมีความแม่นยำสูงอีกด้วย
4. การฉายภาพรังสี และการอัลตราซาวด์ : การฉายภาพรังสี หรือที่หลายคนคุ้นเคยว่าการ x-ray และการอัลตราซาวด์สามารถใช้ตรวจหาการอุดตันของพยาธิหนอนหัวใจบริเวณหัวใจ และปอดได้
5. การผ่าตรวจภายใน : การผ่าตรวจภายในสามารถช่วยให้คุณหมอได้เห็นตัวเต็มวัยของพยาธิหนอนหัวใจภายในร่างกายได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามวิธีนี้มีข้อจำกัดค่อนข้างมาก และยากต่อการปฏิบัติจริง โดยเฉพาะในน้องหมาที่มีอาการไม่ดี หรืออายุเยอะ
ตรวจแล้วควรทำอย่างไรต่อ ?
หากตรวจพบว่าเกิดการติดพยาธิหนอนหัวใจ : ควรเริ่มต้นทำการรักษาในทันที โดยสัตวแพทย์จะจ่ายยาเพื่อค่อย ๆ กำจัดพยาธิหนอนหัวใจอย่างช้า ๆ ในบางรายอาจจำเป็นต้องกักบริเวณชั่วคราวเพื่องดการทำกิจกรรมที่กระตุ้นให้หัวใจมีการสูบฉีดเลือดสูง เพื่อลดโอกาสการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน หรือภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน และเริ่มต้นการใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจ (อ๊ะ อ๊ะ อย่าลืมเลือกโปรแกรมปกป้องที่สามารถให้ได้ในน้องหมาที่กำลังป่วย เพื่อป้องกันการตายของพยาธิอย่างกระทันหัน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของการอุดตัน และการเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันในน้องหมาด้วยล่ะ สามารถสอบถามสัตวแพทย์เพิ่มเติมถึงโปรแกรมปกป้องที่เหมาะสมได้เลย)
หากตรวจไม่พบการติดพยาธิหนอนหัวใจ : อย่าเพิ่งเบาใจไปล่ะ เพราะพยาธิหนอนหัวใจสามารถติดได้ง่าย ๆ เพียงแค่การโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียว อย่าลืมปกป้องน้องหมาให้ห่างไกลจากยุง และใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตตัวร้าย โดยเฉพาะพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกเดือน
อยากให้น้องหมาปลอดภัยจากโรคพยาธิหนอนหัวใจ อย่าลืมพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกปี !
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน -

ร้อนนี้ระวังพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่มียุงเป็นพาหะ
หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ “พยาธิหนอนหัวใจ” ปรสิตร้ายที่เป็นสาเหตุของโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา แถมยังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่เจ้าของหลายคนมองข้าม แต่คุณรู้หรือไม่ ? ยิ่งอากาศร้อน ยิ่งต้องระวังโรคพยาธิหนอนหัวใจให้ดี ! เพราะอะไรถึงเป็นแบบนั้นกันนะ ? ทำไมหน้าร้อนถึงต้องระวังพยาธิหนอนหัวใจ ?เหตุผลก็คือ ช่วงฤดูร้อนเป็นฤดูที่ยุงเพิ่งผ่านพ้นภาวะจำศีลมาใหม่ ๆ ประกอบกับอากาศร้อนจะไปกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนเลือดภายในร่างกายยุงทำงานได้ดีขึ้น อัตราการเผาผลาญภายในร่างกายยุงจึงสูงตามไปด้วย พวกมันจึงหิวกระหายเลือดมากเป็นพิเศษ อาจเรียกได้ว่าฤดูร้อนเป็นฤดูที่ยุงดุที่สุดได้เลยล่ะ ! อาการที่ต้องเฝ้าระวังในน้องหมาน้องหมาที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรค หรือป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจอาจแสดงอาการต่อไปนี้– ไอแห้ง (ไม่มีเสมหะ) ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน– เล่น ออกแรง หรือออกกำลังกายเป็นระยะเวลานานไม่ได้– หมดแรงง่าย แม้ทำกิจกรรมที่เคยทำได้เป็นประจำ– ซึม ไม่อยากอาหาร– ผอม น้ำหนักลดลง– ท้องกาง (ใช้นิ้วจิ้มแล้วนิ่ม สัมผัสได้ว่ามีการสะสมของน้ำภายใน)– หายใจหอบ– เหงือกซีด– ปัสสาวะสีน้ำตาล หรือแดงเข้ม– ในบางรายอาจเสียชีวิตกระทันหันอ๊ะ อ๊ะ ! หากน้องหมาของคุณไม่แสดงอาการเหล่านี้ออกมาเลยก็อย่าเพิ่งเลื่อนผ่าน เพราะน้องหมาบางตัวอาจไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาให้เห็นเลยก็เป็นได้ ! ดังนั้นอย่าลืมพาน้องหมาไปทำการตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกปีเพื่อหาความเสี่ยงของการเกิดโรคด้วยล่ะ ^^ โรคพยาธิหนอนหัวใจน่ากลัวจัง ป้องกันอย่างไรดี ? T^Tถึงโรคพยาธิหนอนหัวใจจะน่ากลัว แต่การป้องกันไม่ยากเลย เพียงทำตามขั้นตอนต่อไปนี้1. ป้องกันยุง : ไม่ว่าจะด้วยการทำลายแหล่งน้ำขังซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง การกางมุ้งลวด หรือการหลีกเลี่ยงการพาน้องหมาไปในที่ที่มียุงเยอะก็เป็นการลดโอกาสการสัมผัสยุงได้เป็นอย่างดี2. ใช้โปรแกรมปกป้องที่ครอบคลุมการป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ : อย่าลืมใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตตัวร้ายที่ออกฤทธิ์ช่วยป้องกันการติดพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกเดือน บอกเลยว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเสริมเกราะป้องกันโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมาเลยล่ะ3. พาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจ : หลังจากเสริมเกราะป้องกันพยาธิหนอนหัวใจให้น้องหมาแล้ว อย่าลืมพาน้องหมาไปรับการตรวจคัดกรองพยาธิหนอนหัวใจกับสัตวแพทย์เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเริ่มตรวจได้ตั้งแต่น้องหมามีอายุมากกว่า 7 เดือนขึ้นไป เพียงเท่านี้ก็หมดกังวลเรื่องพยาธิหนอนหัวใจได้เลย ! หน้าร้อนนี้อย่าลืมเสริมเกราะป้องกันให้น้องหมาปลอดภัยจากพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิต 🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน 🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก…
หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ “พยาธิหนอนหัวใจ” ปรสิตร้ายที่เป็นสาเหตุของโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา แถมยังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่เจ้าของหลายคนมองข้าม แต่คุณรู้หรือไม่ ? ยิ่งอากาศร้อน ยิ่งต้องระวังโรคพยาธิหนอนหัวใจให้ดี ! เพราะอะไรถึงเป็นแบบนั้นกันนะ ?
ทำไมหน้าร้อนถึงต้องระวังพยาธิหนอนหัวใจ ?
เหตุผลก็คือ ช่วงฤดูร้อนเป็นฤดูที่ยุงเพิ่งผ่านพ้นภาวะจำศีลมาใหม่ ๆ ประกอบกับอากาศร้อนจะไปกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนเลือดภายในร่างกายยุงทำงานได้ดีขึ้น อัตราการเผาผลาญภายในร่างกายยุงจึงสูงตามไปด้วย พวกมันจึงหิวกระหายเลือดมากเป็นพิเศษ อาจเรียกได้ว่าฤดูร้อนเป็นฤดูที่ยุงดุที่สุดได้เลยล่ะ !
อาการที่ต้องเฝ้าระวังในน้องหมา
น้องหมาที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรค หรือป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจอาจแสดงอาการต่อไปนี้
– ไอแห้ง (ไม่มีเสมหะ) ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน
– เล่น ออกแรง หรือออกกำลังกายเป็นระยะเวลานานไม่ได้
– หมดแรงง่าย แม้ทำกิจกรรมที่เคยทำได้เป็นประจำ
– ซึม ไม่อยากอาหาร
– ผอม น้ำหนักลดลง
– ท้องกาง (ใช้นิ้วจิ้มแล้วนิ่ม สัมผัสได้ว่ามีการสะสมของน้ำภายใน)
– หายใจหอบ
– เหงือกซีด
– ปัสสาวะสีน้ำตาล หรือแดงเข้ม
– ในบางรายอาจเสียชีวิตกระทันหัน
อ๊ะ อ๊ะ ! หากน้องหมาของคุณไม่แสดงอาการเหล่านี้ออกมาเลยก็อย่าเพิ่งเลื่อนผ่าน เพราะน้องหมาบางตัวอาจไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาให้เห็นเลยก็เป็นได้ ! ดังนั้นอย่าลืมพาน้องหมาไปทำการตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกปีเพื่อหาความเสี่ยงของการเกิดโรคด้วยล่ะ ^^
โรคพยาธิหนอนหัวใจน่ากลัวจัง ป้องกันอย่างไรดี ? T^T
ถึงโรคพยาธิหนอนหัวใจจะน่ากลัว แต่การป้องกันไม่ยากเลย เพียงทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. ป้องกันยุง : ไม่ว่าจะด้วยการทำลายแหล่งน้ำขังซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง การกางมุ้งลวด หรือการหลีกเลี่ยงการพาน้องหมาไปในที่ที่มียุงเยอะก็เป็นการลดโอกาสการสัมผัสยุงได้เป็นอย่างดี
2. ใช้โปรแกรมปกป้องที่ครอบคลุมการป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ : อย่าลืมใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตตัวร้ายที่ออกฤทธิ์ช่วยป้องกันการติดพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกเดือน บอกเลยว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเสริมเกราะป้องกันโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมาเลยล่ะ
3. พาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจ : หลังจากเสริมเกราะป้องกันพยาธิหนอนหัวใจให้น้องหมาแล้ว อย่าลืมพาน้องหมาไปรับการตรวจคัดกรองพยาธิหนอนหัวใจกับสัตวแพทย์เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเริ่มตรวจได้ตั้งแต่น้องหมามีอายุมากกว่า 7 เดือนขึ้นไป เพียงเท่านี้ก็หมดกังวลเรื่องพยาธิหนอนหัวใจได้เลย !
หน้าร้อนนี้อย่าลืมเสริมเกราะป้องกันให้น้องหมาปลอดภัยจากพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิต
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน -

สวยใสไร้เห็บ แชร์เทคนิคป้องกันเห็บในน้องหมา
เพราะเห็บ คือปรสิตตัวร้ายที่คอยทำลายสุขภาพน้องหมา ส่งผลให้น้องหมาเกิดอาการคัน ภาวะโลหิตจาง อีกทั้งยังเป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือดอีกด้วยเพื่อป้องกันอันตรายจากเห็บอย่างมีประสิทธิภาพ ในวันนี้เราจะมาแชร์เทคนิคป้องกันเห็บในน้องหมาฉบับทำได้เองจากที่บ้าน จะมีเทคนิคอะไรบ้าง ไปดูกัน ! 1. ใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตที่ได้มาตรฐาน : นับเป็นเทคนิคสำคัญที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดในปัจจุบัน และเป็นเทคนิคที่สัตวแพทย์แนะนำให้ทำเป็นประจำสม่ำเสมอ โดยโปรแกรมปกป้องเหล่านี้จะประกอบไปด้วยตัวยาที่ออกฤทธิ์ในการกำจัดเห็บ เมื่อเห็บกัดน้องหมา เห็บจะได้รับยาเข้าสู่ร่างกาย และตายในท้ายที่สุด เป็นการตัดวงจรเห็บ ป้องกันไม่ให้เห็บเพิ่มจำนวน และขยายพันธุ์ต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตมีจำหน่ายมากมายในท้องตลาด เจ้าของอย่างเราควรเลือกโปรแกรมปกป้องที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย ได้รับการรับรองจากสัตวแพทย์ และที่สำคัญมีงานวิจัยรองรับ นอกจากนี้ควรเลือกโปรแกรมปกป้องแบบที่สามารถปกป้องน้องหมาจากปรสิตชนิดอื่น ๆ ที่สามารถพบได้บ่อย ทั้งพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่มียุงเป็นพาหะ ปรสิตภายนอก เช่น เห็บ หมัด ตลอดจนปรสิตภายใน เช่น พยาธิในระบบทางเดินอาหาร ร่วมด้วย โดยควรใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำข้างฉลาก เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันที่ดีที่สุด 2. อาบน้ำน้องหมาอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง : การอาบน้ำเป็นการทำความสะอาดร่างกาย ช่วยจำกัดเห็บออกจากตัวของน้องหมา โดยเจ้าของควรเลือกใช้แชมพูสูตรที่ออกแบบมาเพื่อน้องหมาโดยเฉพาะ เพราะผิวหนังของน้องหมามีความแตกต่างจากมนุษย์ การใช้แชมพูของมนุษย์อาจทำให้ผิวหนังของน้องหมาแห้ง เป็นที่มาของการทำลายเกราะป้องกันบนผิวหนังตามธรรมชาติ ก่อให้เกิดปัญหาขนร่วง ผิวหนังอ่อนแอ และโรคผิวหนังตามมาได้ นอกจากนี้การเลือกใช้แชมพูสูตรป้องกันเห็บ หมัด ยังควรใช้ในความถี่ที่เหมาะสม คือเดือนละ 1-2 ครั้ง เพราะการอาบน้ำน้องหมาบ่อยเกินไป อาจทำให้น้องหมามีผิวหนังที่แห้งได้เช่นกัน 3. ดูแลความสะอาดของสิ่งแวดล้อม : เทคนิคสุดท้ายที่ช่วยให้การป้องกันเห็บในน้องหมาเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือการลดโอกาสการสะสมของเห็บในธรรมชาติ ด้วยการดูแลรักษาความสะอาดของสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะบริเวณที่น้องหมาอาศัยอยู่เป็นประจำ เจ้าของควรดูดฝุ่น หรือกวาดเอาสิ่งสกปรกออกไปให้หมด เพื่อลดการสะสมของไข่ในธรรมชาติ ตลอดจนตัดหญ้าให้สั้น และกวาดเศษใบไม้บริเวณรอบบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการหลบซ่อนของเห็บ สิ่งสำคัญของการป้องกันเห็บในน้องหมา คือการบูรณาการร่วมกันระหว่างการใช้โปรแกรมปกป้องอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นการดูแลจากภายใน และการอาบน้ำ การดูแลความสะอาดของสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นการดูแลจากภายนอก เพียงเท่านี้น้องหมาก็จะสวยใสไร้เห็บ หมดกังวลเรื่องเห็บไปได้เลย ! 🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน 🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง…
เพราะเห็บ คือปรสิตตัวร้ายที่คอยทำลายสุขภาพน้องหมา ส่งผลให้น้องหมาเกิดอาการคัน ภาวะโลหิตจาง อีกทั้งยังเป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือดอีกด้วย
เพื่อป้องกันอันตรายจากเห็บอย่างมีประสิทธิภาพ ในวันนี้เราจะมาแชร์เทคนิคป้องกันเห็บในน้องหมาฉบับทำได้เองจากที่บ้าน จะมีเทคนิคอะไรบ้าง ไปดูกัน !
1. ใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตที่ได้มาตรฐาน : นับเป็นเทคนิคสำคัญที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดในปัจจุบัน และเป็นเทคนิคที่สัตวแพทย์แนะนำให้ทำเป็นประจำสม่ำเสมอ โดยโปรแกรมปกป้องเหล่านี้จะประกอบไปด้วยตัวยาที่ออกฤทธิ์ในการกำจัดเห็บ เมื่อเห็บกัดน้องหมา เห็บจะได้รับยาเข้าสู่ร่างกาย และตายในท้ายที่สุด เป็นการตัดวงจรเห็บ ป้องกันไม่ให้เห็บเพิ่มจำนวน และขยายพันธุ์ต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตมีจำหน่ายมากมายในท้องตลาด เจ้าของอย่างเราควรเลือกโปรแกรมปกป้องที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย ได้รับการรับรองจากสัตวแพทย์ และที่สำคัญมีงานวิจัยรองรับ นอกจากนี้ควรเลือกโปรแกรมปกป้องแบบที่สามารถปกป้องน้องหมาจากปรสิตชนิดอื่น ๆ ที่สามารถพบได้บ่อย ทั้งพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่มียุงเป็นพาหะ ปรสิตภายนอก เช่น เห็บ หมัด ตลอดจนปรสิตภายใน เช่น พยาธิในระบบทางเดินอาหาร ร่วมด้วย โดยควรใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำข้างฉลาก เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันที่ดีที่สุด
2. อาบน้ำน้องหมาอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง : การอาบน้ำเป็นการทำความสะอาดร่างกาย ช่วยจำกัดเห็บออกจากตัวของน้องหมา โดยเจ้าของควรเลือกใช้แชมพูสูตรที่ออกแบบมาเพื่อน้องหมาโดยเฉพาะ เพราะผิวหนังของน้องหมามีความแตกต่างจากมนุษย์ การใช้แชมพูของมนุษย์อาจทำให้ผิวหนังของน้องหมาแห้ง เป็นที่มาของการทำลายเกราะป้องกันบนผิวหนังตามธรรมชาติ ก่อให้เกิดปัญหาขนร่วง ผิวหนังอ่อนแอ และโรคผิวหนังตามมาได้ นอกจากนี้การเลือกใช้แชมพูสูตรป้องกันเห็บ หมัด ยังควรใช้ในความถี่ที่เหมาะสม คือเดือนละ 1-2 ครั้ง เพราะการอาบน้ำน้องหมาบ่อยเกินไป อาจทำให้น้องหมามีผิวหนังที่แห้งได้เช่นกัน
3. ดูแลความสะอาดของสิ่งแวดล้อม : เทคนิคสุดท้ายที่ช่วยให้การป้องกันเห็บในน้องหมาเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือการลดโอกาสการสะสมของเห็บในธรรมชาติ ด้วยการดูแลรักษาความสะอาดของสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะบริเวณที่น้องหมาอาศัยอยู่เป็นประจำ เจ้าของควรดูดฝุ่น หรือกวาดเอาสิ่งสกปรกออกไปให้หมด เพื่อลดการสะสมของไข่ในธรรมชาติ ตลอดจนตัดหญ้าให้สั้น และกวาดเศษใบไม้บริเวณรอบบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการหลบซ่อนของเห็บ
สิ่งสำคัญของการป้องกันเห็บในน้องหมา คือการบูรณาการร่วมกันระหว่างการใช้โปรแกรมปกป้องอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นการดูแลจากภายใน และการอาบน้ำ การดูแลความสะอาดของสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นการดูแลจากภายนอก เพียงเท่านี้น้องหมาก็จะสวยใสไร้เห็บ หมดกังวลเรื่องเห็บไปได้เลย !
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน -

รู้หรือไม่ ? แค่เห็บกัดก็ทำให้น้องหมาเป็นอัมพาตได้ !
เห็บกัดอันตรายกว่าที่คุณคิด ! เพราะการโดนเห็บกัดอาจเป็นสาเหตุของการเกิดภาวะอัมพาตขาหลังในน้องหมาได้ !การโดนเห็บกัดก่อให้เกิดอันตรายใดกับน้องหมาบ้าง และเราจะสามารถป้องกันภาวะดังกล่าวได้อย่างไร ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย ! “เห็บเป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือด”รู้หรือไม่ ? นอกจากอาการคันแล้ว เห็บยังเป็นที่มาของการเกิดโรคพยาธิเม็ดเลือดในน้องหมาได้อีกด้วย โดยเจ้าโรคพยาธิเม็ดเลือดนี้เป็นคำเรียกรวม ๆ ของการติดเชื้อซึ่งอาศัยเม็ดเลือดของน้องหมาในการดำรงชีวิต โดยเจ้าเชื้อเหล่านี้มีมากมายหลายชนิด เช่น บาบิเซีย (Babesia) เฮปปาโตซูน (Hepatozoon) และ เออร์ลิเชีย (Ehrlichia) เป็นต้น ทั้งนี้อาการที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อที่น้องหมาได้รับเข้าสู่ร่างกาย “โรคพยาธิเม็ดเลือดก่อให้เกิดภาวะอัมพาตได้”โดยปกติแล้วพยาธิเม็ดเลือดจะเข้าไปอาศัยอยู่ภายในเม็ดเลือดของน้องหมา ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวน และก่อให้เกิดความผิดปกติตามมา แต่พยาธิเม็ดเลือดชนิดเฮปปาโตซูนมีความพิเศษกว่าพยาธิเม็ดเลือดชนิดอื่น ๆ ตรงที่พวกมันสามารถกระตุ้นให้น้องหมาเกิดความผิดปกติบริเวณขาหลัง เช่น ขาหลังอ่อนแรง กล้ามเนื้อขาหลังอักเสบ เดินกระเผลก และเกิดเป็นภาวะอัมพาตขาหลังตาม นอกจากนี้น้องหมายังอาจพบอาการมีไข้สูง ซึม เบื่ออาหาร น้ำหนักลด เกิดภาวะโลหิตจาง เยื่อเมือกซีด หากปล่อยทิ้งไว้อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยล่ะ “อันตรายจากเห็บป้องกันได้”เห็บกัดอาจนำมาซึ่งภัยร้ายมากมาย การป้องกันเห็บจึงเป็นสิ่งสำคัญ สิ่งที่เจ้าของอย่างเราสามารถทำได้ คือลดโอกาสการสะสมของเห็บในสิ่งแวดล้อม ด้วยการทำความสะอาดบ้าน โดยเฉพาะบริเวณที่น้องหมาอาศัยอยู่เป็นประจำ ตัดหญ้าบริเวณรอบบ้านไม่ให้รก เพื่อลดโอกาสการสะสมของเห็บในสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเสริมเกราะป้องกันปรสิตให้น้องหมาเป็นประจำด้วยโปรแกรมปกป้องที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และที่สำคัญสามารถออกฤทธิ์ปกป้องน้องหมาจากเห็บได้อย่างดีเยี่ยม และปิดท้ายด้วยการพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพียงเท่านี้ไม่ว่าจะภาวะอัมพาตจากการโดนเห็บกัด หรือภัยร้ายอื่น ๆ จากโรคพยาธิเม็ดเลือดก็ไม่น่ากังวลอีกต่อไป ! 🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน 🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน
เห็บกัดอันตรายกว่าที่คุณคิด ! เพราะการโดนเห็บกัดอาจเป็นสาเหตุของการเกิดภาวะอัมพาตขาหลังในน้องหมาได้ !
การโดนเห็บกัดก่อให้เกิดอันตรายใดกับน้องหมาบ้าง และเราจะสามารถป้องกันภาวะดังกล่าวได้อย่างไร ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย !
“เห็บเป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือด”
รู้หรือไม่ ? นอกจากอาการคันแล้ว เห็บยังเป็นที่มาของการเกิดโรคพยาธิเม็ดเลือดในน้องหมาได้อีกด้วย โดยเจ้าโรคพยาธิเม็ดเลือดนี้เป็นคำเรียกรวม ๆ ของการติดเชื้อซึ่งอาศัยเม็ดเลือดของน้องหมาในการดำรงชีวิต โดยเจ้าเชื้อเหล่านี้มีมากมายหลายชนิด เช่น บาบิเซีย (Babesia) เฮปปาโตซูน (Hepatozoon) และ เออร์ลิเชีย (Ehrlichia) เป็นต้น ทั้งนี้อาการที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อที่น้องหมาได้รับเข้าสู่ร่างกาย
“โรคพยาธิเม็ดเลือดก่อให้เกิดภาวะอัมพาตได้”
โดยปกติแล้วพยาธิเม็ดเลือดจะเข้าไปอาศัยอยู่ภายในเม็ดเลือดของน้องหมา ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวน และก่อให้เกิดความผิดปกติตามมา แต่พยาธิเม็ดเลือดชนิดเฮปปาโตซูนมีความพิเศษกว่าพยาธิเม็ดเลือดชนิดอื่น ๆ ตรงที่พวกมันสามารถกระตุ้นให้น้องหมาเกิดความผิดปกติบริเวณขาหลัง เช่น ขาหลังอ่อนแรง กล้ามเนื้อขาหลังอักเสบ เดินกระเผลก และเกิดเป็นภาวะอัมพาตขาหลังตาม นอกจากนี้น้องหมายังอาจพบอาการมีไข้สูง ซึม เบื่ออาหาร น้ำหนักลด เกิดภาวะโลหิตจาง เยื่อเมือกซีด หากปล่อยทิ้งไว้อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยล่ะ
“อันตรายจากเห็บป้องกันได้”
เห็บกัดอาจนำมาซึ่งภัยร้ายมากมาย การป้องกันเห็บจึงเป็นสิ่งสำคัญ สิ่งที่เจ้าของอย่างเราสามารถทำได้ คือลดโอกาสการสะสมของเห็บในสิ่งแวดล้อม ด้วยการทำความสะอาดบ้าน โดยเฉพาะบริเวณที่น้องหมาอาศัยอยู่เป็นประจำ ตัดหญ้าบริเวณรอบบ้านไม่ให้รก เพื่อลดโอกาสการสะสมของเห็บในสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเสริมเกราะป้องกันปรสิตให้น้องหมาเป็นประจำด้วยโปรแกรมปกป้องที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และที่สำคัญสามารถออกฤทธิ์ปกป้องน้องหมาจากเห็บได้อย่างดีเยี่ยม และปิดท้ายด้วยการพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพียงเท่านี้ไม่ว่าจะภาวะอัมพาตจากการโดนเห็บกัด หรือภัยร้ายอื่น ๆ จากโรคพยาธิเม็ดเลือดก็ไม่น่ากังวลอีกต่อไป !
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน -

หอบหายใจถี่ ปล่อยไว้ดูท่าจะไม่ดี !
3 เรื่องต้องทำเหมือนน้องหมาหอบหายใจถี่“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก” เสียงหอบของน้องหมาดูจะเป็นเรื่องปกติเมื่อพวกเขาออกวิ่งใช้แรงไม่หยุดในทุก ๆ วันแต่เสียงหอบที่เกิดขึ้นแม้น้องหมาจะนั่งอยู่เฉย ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติจริงหรือ ?แท้จริงแล้ว “หอบ” คืออะไร ? ใช่การหายใจเร็วเพียงเท่านั้นหรือเปล่า ? แล้วถ้าน้องหมาหอบบ่อย เจ้าของอย่างเราควรทำอย่างไร บทความนี้มีคำตอบ ! “หอบ” คืออะไรกันนะ ?“หอบ” คืออาการที่น้องหมาอ้าปาก แลบลิ้น เพื่อหายใจเอาอากาศเข้าไปในร่างกายอย่างรวดเร็ว เป็นการหายใจแบบเร็ว และตื้น โดยอัตราการหายใจในช่วงปกติเฉลี่ยมักอยู่ที่ 30-40 ครั้งต่อนาที แต่เมื่อน้องหมาหอบ น้องหมาจะมีอัตราการหายใจที่สูงกว่านี้ได้ถึง 10 เท่า (หรือประมาณ 300-400 ครั้งต่อนาที !) การหอบมักเกิดขึ้นในวันที่อากาศร้อน เมื่อน้องหมามีอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นกว่าปกติ หรือเพิ่งผ่านการออกกำลังกายมาหมาด ๆ และมักหายไปได้เองเมื่อพักผ่อนแล้ว 15-30 นาที 3 เรื่องที่ต้องทำเมื่อน้องหมาหอบบ่อย1. พาน้องหมาเข้าที่ร่ม : บางครั้งการหอบ อาจเกิดจากการที่น้องหมาอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้น้องหมาเกิดภาวะที่เรียกว่า “ลมแดด” หรือ “ฮีทสโตรก” ภาวะนี้เป็นภาวะที่ร่างกายน้องหมามีอุณหภูมิสูงขึ้นผิดปกติ ส่งผลให้การทำงานของอวัยวะภายในร่างกายล้มเหลว มักพบบ่อยในวันที่อากาศร้อน หรือน้องหมาถูกขังไว้ในบริเวณที่มีอากาศร้อนเป็นระยะเวลานาน (เช่น ในรถ ในบ้าน หรือในห้องที่ไม่ได้เปิดพัดลม หรือเครื่องปรับอากาศ) หากพบน้องหมาหอบบ่อย เจ้าของควรรีบพาน้องหมาออกจากบริเวณที่มีอากาศร้อนนั้น ไปอยู่ในที่ร่มที่มีอากาศไหลผ่าน และใช้น้ำ หรือผ้าชุบน้ำเช็ดเบา ๆ ที่บริเวณอุ้งเท้า และลำตัวของน้องหมาเพื่อลดอุณหภูมิภายในร่างกาย จัดหาน้ำให้พวกเขาดื่มด้วยตนเอง (ไม่ฝืนป้อนเพื่อป้องกันการสำลักน้ำ) หากน้องหมาช็อค หมดสติ ควรรีบพาน้องหมาไปพบคุณหมอโดยด่วนเพื่อรับการรักษาต่อไป2. พาออกจากที่เสียงดัง คนพลุกพล่าน : นอกจากภาวะลมแดดแล้ว ในบางครั้งความเครียดจากเสียงดัง หรือการเจอผู้คนแปลกหน้าเดินพลุกผล่านไปมาอาจทำให้น้องหมาเกิดอาการหอบได้ เนื่องจากความเครียดจะไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการตื่นตัว หัวใจเต้นเร็ว น้องหมาจึงหอบ เหนื่อยจากภาวะดังกล่าว หากพบน้องหมาแสดงอาการเหล่านี้ เจ้าของควรรีบพาน้องหมาออกจากบริเวณนั้น ๆ เพื่อลดความเครียดลง3. พาน้องหมาไปตรวจหัวใจ : หากการหอบของน้องหมายังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน เป็นไปได้ว่าการหอบนี้อาจเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งเป็นผลมาจากความผิดปกติของหัวใจ ทั้งนี้ที่มาของโรคหัวใจในน้องหมาอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติแต่กำเนิด ความผิดปกติจากความเสื่อม หรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากปรสิต…
3 เรื่องต้องทำเหมือนน้องหมาหอบหายใจถี่
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก” เสียงหอบของน้องหมาดูจะเป็นเรื่องปกติเมื่อพวกเขาออกวิ่งใช้แรงไม่หยุดในทุก ๆ วัน
แต่เสียงหอบที่เกิดขึ้นแม้น้องหมาจะนั่งอยู่เฉย ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติจริงหรือ ?
แท้จริงแล้ว “หอบ” คืออะไร ? ใช่การหายใจเร็วเพียงเท่านั้นหรือเปล่า ? แล้วถ้าน้องหมาหอบบ่อย เจ้าของอย่างเราควรทำอย่างไร บทความนี้มีคำตอบ !
“หอบ” คืออะไรกันนะ ?
“หอบ” คืออาการที่น้องหมาอ้าปาก แลบลิ้น เพื่อหายใจเอาอากาศเข้าไปในร่างกายอย่างรวดเร็ว เป็นการหายใจแบบเร็ว และตื้น โดยอัตราการหายใจในช่วงปกติเฉลี่ยมักอยู่ที่ 30-40 ครั้งต่อนาที แต่เมื่อน้องหมาหอบ น้องหมาจะมีอัตราการหายใจที่สูงกว่านี้ได้ถึง 10 เท่า (หรือประมาณ 300-400 ครั้งต่อนาที !) การหอบมักเกิดขึ้นในวันที่อากาศร้อน เมื่อน้องหมามีอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นกว่าปกติ หรือเพิ่งผ่านการออกกำลังกายมาหมาด ๆ และมักหายไปได้เองเมื่อพักผ่อนแล้ว 15-30 นาที
3 เรื่องที่ต้องทำเมื่อน้องหมาหอบบ่อย
1. พาน้องหมาเข้าที่ร่ม : บางครั้งการหอบ อาจเกิดจากการที่น้องหมาอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้น้องหมาเกิดภาวะที่เรียกว่า “ลมแดด” หรือ “ฮีทสโตรก” ภาวะนี้เป็นภาวะที่ร่างกายน้องหมามีอุณหภูมิสูงขึ้นผิดปกติ ส่งผลให้การทำงานของอวัยวะภายในร่างกายล้มเหลว มักพบบ่อยในวันที่อากาศร้อน หรือน้องหมาถูกขังไว้ในบริเวณที่มีอากาศร้อนเป็นระยะเวลานาน (เช่น ในรถ ในบ้าน หรือในห้องที่ไม่ได้เปิดพัดลม หรือเครื่องปรับอากาศ) หากพบน้องหมาหอบบ่อย เจ้าของควรรีบพาน้องหมาออกจากบริเวณที่มีอากาศร้อนนั้น ไปอยู่ในที่ร่มที่มีอากาศไหลผ่าน และใช้น้ำ หรือผ้าชุบน้ำเช็ดเบา ๆ ที่บริเวณอุ้งเท้า และลำตัวของน้องหมาเพื่อลดอุณหภูมิภายในร่างกาย จัดหาน้ำให้พวกเขาดื่มด้วยตนเอง (ไม่ฝืนป้อนเพื่อป้องกันการสำลักน้ำ) หากน้องหมาช็อค หมดสติ ควรรีบพาน้องหมาไปพบคุณหมอโดยด่วนเพื่อรับการรักษาต่อไป
2. พาออกจากที่เสียงดัง คนพลุกพล่าน : นอกจากภาวะลมแดดแล้ว ในบางครั้งความเครียดจากเสียงดัง หรือการเจอผู้คนแปลกหน้าเดินพลุกผล่านไปมาอาจทำให้น้องหมาเกิดอาการหอบได้ เนื่องจากความเครียดจะไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการตื่นตัว หัวใจเต้นเร็ว น้องหมาจึงหอบ เหนื่อยจากภาวะดังกล่าว หากพบน้องหมาแสดงอาการเหล่านี้ เจ้าของควรรีบพาน้องหมาออกจากบริเวณนั้น ๆ เพื่อลดความเครียดลง
3. พาน้องหมาไปตรวจหัวใจ : หากการหอบของน้องหมายังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน เป็นไปได้ว่าการหอบนี้อาจเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งเป็นผลมาจากความผิดปกติของหัวใจ ทั้งนี้ที่มาของโรคหัวใจในน้องหมาอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติแต่กำเนิด ความผิดปกติจากความเสื่อม หรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากปรสิต เช่น พยาธิหนอนหัวใจ เจ้าของจึงควรพาน้องหมาไปรับการตรวจหัวใจโดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญโดยละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป
“หอบหายใจถี่ ปล่อยไว้คงไม่ดี” หากพบน้องหมาแสดงอาการหอบ อย่าลืมนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ และพาน้องหมาไปรับการตรวจร่างกายกับคุณหมออย่างละเอียด เพื่อดูแลพวกเขาได้อย่างเหมาะสมต่อไป
ลดโอกาสการเกิดโรคหัวใจอันมีสาเหตุมาจากพยาธิหนอนหัวใจตั้งแต่วันนี้
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน -

อยู่เฉย ๆ ทำไมดูเหนื่อย
3 เหตุผลที่ทำให้น้องหมาหอบเหนื่อยผิดปกติแม้อยู่ในระยะพักเคยสังเกตกันไหมว่าทำไมน้องหมาแค่นอนอยู่เฉย ๆ แต่กลับหอบ เหนื่อย ดูผิดปกติ ?การหอบเหนื่อยแม้อยู่ในระยะพักอาจส่งผลร้ายกว่าที่เราคาดคิด เพราะอาการเหล่านี้เองอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเกิดโรคในน้องหมาได้ !3 เหตุผลที่ทำให้น้องหมาหอบเหนื่อยผิดปกติ มีดังนี้ 1. โรคพยาธิหนอนหัวใจ : พยาธิหนอนหัวใจ ศัตรูตัวฉกาจของน้องหมาทั่วโลก พวกมันจะอาศัยยุงเพื่อเป็นพาหะนำโรคมาสู่น้องหมา แค่การโดนยุงกัดเพียงครั้งเดียว น้องหมาก็สามารถติดพยาธิหนอนหัวใจเข้าสู่ร่างกายได้ เจ้าพยาธิเหล่านี้จะเข้าไปเจริญเติบโต และอัดแน่นกันอยู่ที่บริเวณหัวใจ และปอด ส่งผลให้หัวใจของน้องหมาเกิดความผิดปกติ น้องหมามีอาการเหนื่อยง่าย หอบบ่อย และเป็นลม ในบางครั้งอาจพบการบวมน้ำบริเวณขา และช่องท้อง เนื่องจากพยาธิหนอนหัวใจเข้าไปขัดขวางการไหลเวียนของเลือด ส่งผลให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างเพียงพอ ตลอดจนสมดุลการควบคุมของเหลวภายในร่างกายเกิดความผิดปกติ นอกจากนี้ การรักษายังเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากยาที่ใช้ฉีดเพื่อกำจัดพยาธิหนอนหัวใจก่อให้เกิดความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ซ้ำยังยังต้องฉีดเป็นระยะเวลานาน อีกทั้งการรักษายังมีความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือด และการอุดตันของพยาธิ เรียกได้ว่าพยาธิหนอนหัวใจนับเป็นปัญหาใหญ่ที่มองข้ามไม่ได้เลยทีเดียว 2. ภาวะลมแดด หรือฮีทสโตรก : ลมแดด ภาวะอันตรายที่สามารถพบได้บ่อยโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน นับเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้น้องหมาเกิดอาการเหนื่อยง่าย และหอบบ่อยผิดปกติ เพราะการหอบ คือการระบายความร้อนตามธรรมชาติของน้องหมา โดยภาวะลมแดดนี้จะส่งผลให้อุณหภูมิภายในร่างกายน้องหมาสูงขึ้นผิดปกติ การทำงานของอวัยวะสำคัญภายในร่างกาย เช่น หัวใจ สมอง ตับ และไตล้มเหลว ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้น้องหมาช็อค และเสียชีวิตได้ เมื่อพบว่าน้องหมาเริ่มหอบแม้จะนั่งอยู่เฉย ๆ ในวันที่อากาศร้อน ควรรีบพาน้องหมาเข้าที่ร่ม มีลมพัดผ่าน และอากาศไม่ร้อน ตลอดจนใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดเข้าที่บริเวณอุ้งเท้า และลำตัวเพื่อช่วยลดอุณหภูมิร่างกายลงอย่างช้า ๆ เพียงเท่านี้อาการของน้องหมาก็จะทุเลาลงแล้วล่ะ 3. ความเครียด : รู้หรือไม่ ? ความเครียดก็ทำให้น้องหมาหอบเหนื่อยได้เหมือนกันนะ นั่นเป็นเพราะเมื่อน้องหมาเครียด ร่างกายจะถูกกระตุ้นให้ร่างกายเกิดความตื่นตัว หัวใจเต้นเร็ว น้องหมาจะเกิดอาการหายใจเร็ว หอบ เหนื่อย น้ำลายไหล น้องหมาบางตัวอาจเกิดอาการอุจจาระ และปัสสาวะราดได้เลยล่ะ โดยการหอบเหนื่อยจากความเครียดนี้มักเกิดขึ้นจากการกระตุ้นของสภาพแวดล้อม เช่น ได้ยินเสียงดังจากพลุ หรือประทัด การต้องไปสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย หรือการโดนทำร้ายร่างกาย เป็นต้น ซึ่งการที่น้องหมาต้องประสบกับความเครียดแบบนี้ในระยะยาวอาจส่งผลให้พวกเขามีปัญหาทางด้านพฤติกรรม และสุขภาพร่างกาย เนื่องจากความเครียด คือหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ลดลงนั่นเอง “น้องหมาหอบเหนื่อย แม้นั่งพักอยู่เฉย ๆ”เรื่องเล็ก ๆ ที่อาจเป็นสัญญาณของปัญหาแสนยิ่งใหญ่ดูแลน้องหมาของคุณให้ดีตั้งแต่วันนี้…
3 เหตุผลที่ทำให้น้องหมาหอบเหนื่อยผิดปกติแม้อยู่ในระยะพัก
เคยสังเกตกันไหมว่าทำไมน้องหมาแค่นอนอยู่เฉย ๆ แต่กลับหอบ เหนื่อย ดูผิดปกติ ?
การหอบเหนื่อยแม้อยู่ในระยะพักอาจส่งผลร้ายกว่าที่เราคาดคิด เพราะอาการเหล่านี้เองอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเกิดโรคในน้องหมาได้ !
3 เหตุผลที่ทำให้น้องหมาหอบเหนื่อยผิดปกติ มีดังนี้
1. โรคพยาธิหนอนหัวใจ : พยาธิหนอนหัวใจ ศัตรูตัวฉกาจของน้องหมาทั่วโลก พวกมันจะอาศัยยุงเพื่อเป็นพาหะนำโรคมาสู่น้องหมา แค่การโดนยุงกัดเพียงครั้งเดียว น้องหมาก็สามารถติดพยาธิหนอนหัวใจเข้าสู่ร่างกายได้ เจ้าพยาธิเหล่านี้จะเข้าไปเจริญเติบโต และอัดแน่นกันอยู่ที่บริเวณหัวใจ และปอด ส่งผลให้หัวใจของน้องหมาเกิดความผิดปกติ น้องหมามีอาการเหนื่อยง่าย หอบบ่อย และเป็นลม ในบางครั้งอาจพบการบวมน้ำบริเวณขา และช่องท้อง เนื่องจากพยาธิหนอนหัวใจเข้าไปขัดขวางการไหลเวียนของเลือด ส่งผลให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างเพียงพอ ตลอดจนสมดุลการควบคุมของเหลวภายในร่างกายเกิดความผิดปกติ นอกจากนี้ การรักษายังเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากยาที่ใช้ฉีดเพื่อกำจัดพยาธิหนอนหัวใจก่อให้เกิดความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ซ้ำยังยังต้องฉีดเป็นระยะเวลานาน อีกทั้งการรักษายังมีความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือด และการอุดตันของพยาธิ เรียกได้ว่าพยาธิหนอนหัวใจนับเป็นปัญหาใหญ่ที่มองข้ามไม่ได้เลยทีเดียว
2. ภาวะลมแดด หรือฮีทสโตรก : ลมแดด ภาวะอันตรายที่สามารถพบได้บ่อยโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน นับเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้น้องหมาเกิดอาการเหนื่อยง่าย และหอบบ่อยผิดปกติ เพราะการหอบ คือการระบายความร้อนตามธรรมชาติของน้องหมา โดยภาวะลมแดดนี้จะส่งผลให้อุณหภูมิภายในร่างกายน้องหมาสูงขึ้นผิดปกติ การทำงานของอวัยวะสำคัญภายในร่างกาย เช่น หัวใจ สมอง ตับ และไตล้มเหลว ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้น้องหมาช็อค และเสียชีวิตได้ เมื่อพบว่าน้องหมาเริ่มหอบแม้จะนั่งอยู่เฉย ๆ ในวันที่อากาศร้อน ควรรีบพาน้องหมาเข้าที่ร่ม มีลมพัดผ่าน และอากาศไม่ร้อน ตลอดจนใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดเข้าที่บริเวณอุ้งเท้า และลำตัวเพื่อช่วยลดอุณหภูมิร่างกายลงอย่างช้า ๆ เพียงเท่านี้อาการของน้องหมาก็จะทุเลาลงแล้วล่ะ
3. ความเครียด : รู้หรือไม่ ? ความเครียดก็ทำให้น้องหมาหอบเหนื่อยได้เหมือนกันนะ นั่นเป็นเพราะเมื่อน้องหมาเครียด ร่างกายจะถูกกระตุ้นให้ร่างกายเกิดความตื่นตัว หัวใจเต้นเร็ว น้องหมาจะเกิดอาการหายใจเร็ว หอบ เหนื่อย น้ำลายไหล น้องหมาบางตัวอาจเกิดอาการอุจจาระ และปัสสาวะราดได้เลยล่ะ โดยการหอบเหนื่อยจากความเครียดนี้มักเกิดขึ้นจากการกระตุ้นของสภาพแวดล้อม เช่น ได้ยินเสียงดังจากพลุ หรือประทัด การต้องไปสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย หรือการโดนทำร้ายร่างกาย เป็นต้น ซึ่งการที่น้องหมาต้องประสบกับความเครียดแบบนี้ในระยะยาวอาจส่งผลให้พวกเขามีปัญหาทางด้านพฤติกรรม และสุขภาพร่างกาย เนื่องจากความเครียด คือหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ลดลงนั่นเอง
“น้องหมาหอบเหนื่อย แม้นั่งพักอยู่เฉย ๆ”
เรื่องเล็ก ๆ ที่อาจเป็นสัญญาณของปัญหาแสนยิ่งใหญ่
ดูแลน้องหมาของคุณให้ดีตั้งแต่วันนี้ หมั่นคอยสังเกตพฤติกรรมของพวกเขาอยู่เสมอ และพาไปตรวจสุขภาพกับคุณหมอเป็นประจำ เพียงเท่านี้ก็ปลอดภัยหายห่วง
สำหรับใครที่กำลังมองหาโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากความเจ็บป่วย โดยเฉพาะความเจ็บป่วยจากโรคพยาธิหนอนหัวใจ
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน -

อะไรซ่อนอยู่ในอึ ?
อะไรซ่อนอยู่ในอึ ? อึน้องหมาบอกอะไรเราได้บ้าง ?“อึ” ก้อนสิ่งปฏิกูลที่ใครหลายคนมองข้าม แต่รู้หรือไม่ ? อึมีประโยชน์มากกว่าที่เราคิด !อึน้องหมาที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร ? และอึบอกอะไรเราได้บ้าง ? ถ้าอยากรู้ไปดูกัน ! อึที่ดีเป็นอย่างไร ?อึ คือของเสีย หรือกากของอาหารที่ผ่านการย่อยและดูดซึมจนไม่สามารถย่อยต่อไปได้ น้องหมาจะขับออกจากร่างกายผ่านทางการอุจจาระ โดยลักษณะของอึที่ดีควรที่จะไม่แข็ง ไม่เละ ไม่เหลว เป็นก้อน เก็บได้ง่าย ไม่เลอะเทอะหรือเหลวเป็นน้ำ นอกจากนี้ยังควรมีสีคล้ายกับอาหารที่น้องหมาได้กินเข้าไป ไม่มีสิ่งแปลกปลอมเจือปน เช่น พยาธิ ไข่พยาธิ เลือดสด หรือเศษชิ้นส่วนที่ไม่ควรอยู่ในอาหาร อึบอกอะไรเราได้บ้าง ?1. พยาธิในระบบทางเดินอาหาร : พยาธิในระบบทางเดินอาหารมีหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นพยาธิตัวกลม หรือพยาธิปากขอ พยาธิเหล่านี้จะเจริญเติบโตภายในระบบทางเดินอาหารโดยเฉพาะบริเวณลำไส้เล็ก ใช้ปากเกาะเพื่อดูดเลือดของน้องหมาเป็นอาหาร ส่งผลให้ร่างกายน้องหมาอ่อนแอ ร่างกายซูบผอม ระบบภูมิคุ้มกันแย่ลง เกิดเลือดออกในทางเดินอาหาร หากปล่อยทิ้งไว้นานไปอาจเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อน และเสียชีวิตได้ พยาธิเหล่านี้จะสืบพันธุ์ภายในร่างกายน้องหมา ปล่อยไข่ออกมากับอุจจาระ ในบางครั้งพยาธิตัวแก่อาจหลุดติดออกมากับอุจจาระได้ คุณหมอจะใช้อึเพื่อเป็นตัวอย่างในการตรวจหาไข่ และตัวพยาธิเพื่อวางแผนการรักษาต่อไป2. ภาวะท้องผูก ท้องเสีย : ลักษณะของอึ ตลอดจนพฤติกรรมการอึของน้องหมาเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ช่วยให้คุณหมอสามารถตรวจวินิจฉัยภาวะท้องผูก หรือท้องเสียได้ โดยคุณหมอจะทำการตรวจดูความเหลวของก้อนอึ ลักษณะรูปร่าง ปริมาณ สี กลิ่น และความถี่ของการอึเพื่อระบุอาการ จากนั้นจะทำการตรวจโดยละเอียดโดยการการส่องกล้องตรวจดูอุจจาระ ใช้ชุดตรวจหาพยาธิในระบบทางเดินอาหาร หรือตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุตามความเหมาะสมต่อไป3. แผลในทางเดินอาหาร : นอกจากพยาธิ และภาวะท้องผูก ท้องเสียแล้ว อึยังสามารถบ่งบอกการเกิดแผลในทางเดินอาหารได้อีกด้วย เนื่องจากน้องหมาที่เกิดแผลในทางเดินอาหารมักมีเลือดปนออกมากับอึ โดยเลือดที่ปนออกมาสามารถสังเกตได้ 2 ลักษณะ คือ เลือดสด และเลือดสีดำ ความแตกต่างของเลือดทั้งสองแบบนี้ คือ เลือดสด เป็นเลือดที่ไหลจากทางเดินอาหารส่วนปลาย (ตั้งแต่ลำไส้เล็กเป็นต้นไปจนถึงทวารหนัก) และเลือดสีดำ เป็นเลือดที่ไหลจากทางเดินอาหารส่วนต้น (ตั้งแต่ปากไปจนถึงกระเพาะอาหาร) และถูกน้ำย่อยในกระเพาะอาหารย่อยจนกลายเป็นสีดำ เมื่อพบเลือดดังกล่าวปนมากับอึ ควรรีบพาน้องหมาไปรับการตรวจกับคุณหมอโดยละเอียดเพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป อึของน้องหมามีประโยชน์มากกว่าที่เราคิด อย่าลืมสังเกตอึน้องหมาทุกครั้งเพื่อดูแลสุขภาพของพวกเขาได้อย่างเหมาะสมต่อไป 🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน 🎯 Simple Protection…
อะไรซ่อนอยู่ในอึ ?
อึน้องหมาบอกอะไรเราได้บ้าง ?
“อึ” ก้อนสิ่งปฏิกูลที่ใครหลายคนมองข้าม แต่รู้หรือไม่ ? อึมีประโยชน์มากกว่าที่เราคิด !
อึน้องหมาที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร ? และอึบอกอะไรเราได้บ้าง ? ถ้าอยากรู้ไปดูกัน !
อึที่ดีเป็นอย่างไร ?
อึ คือของเสีย หรือกากของอาหารที่ผ่านการย่อยและดูดซึมจนไม่สามารถย่อยต่อไปได้ น้องหมาจะขับออกจากร่างกายผ่านทางการอุจจาระ โดยลักษณะของอึที่ดีควรที่จะไม่แข็ง ไม่เละ ไม่เหลว เป็นก้อน เก็บได้ง่าย ไม่เลอะเทอะหรือเหลวเป็นน้ำ นอกจากนี้ยังควรมีสีคล้ายกับอาหารที่น้องหมาได้กินเข้าไป ไม่มีสิ่งแปลกปลอมเจือปน เช่น พยาธิ ไข่พยาธิ เลือดสด หรือเศษชิ้นส่วนที่ไม่ควรอยู่ในอาหาร
อึบอกอะไรเราได้บ้าง ?
1. พยาธิในระบบทางเดินอาหาร : พยาธิในระบบทางเดินอาหารมีหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นพยาธิตัวกลม หรือพยาธิปากขอ พยาธิเหล่านี้จะเจริญเติบโตภายในระบบทางเดินอาหารโดยเฉพาะบริเวณลำไส้เล็ก ใช้ปากเกาะเพื่อดูดเลือดของน้องหมาเป็นอาหาร ส่งผลให้ร่างกายน้องหมาอ่อนแอ ร่างกายซูบผอม ระบบภูมิคุ้มกันแย่ลง เกิดเลือดออกในทางเดินอาหาร หากปล่อยทิ้งไว้นานไปอาจเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อน และเสียชีวิตได้ พยาธิเหล่านี้จะสืบพันธุ์ภายในร่างกายน้องหมา ปล่อยไข่ออกมากับอุจจาระ ในบางครั้งพยาธิตัวแก่อาจหลุดติดออกมากับอุจจาระได้ คุณหมอจะใช้อึเพื่อเป็นตัวอย่างในการตรวจหาไข่ และตัวพยาธิเพื่อวางแผนการรักษาต่อไป
2. ภาวะท้องผูก ท้องเสีย : ลักษณะของอึ ตลอดจนพฤติกรรมการอึของน้องหมาเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ช่วยให้คุณหมอสามารถตรวจวินิจฉัยภาวะท้องผูก หรือท้องเสียได้ โดยคุณหมอจะทำการตรวจดูความเหลวของก้อนอึ ลักษณะรูปร่าง ปริมาณ สี กลิ่น และความถี่ของการอึเพื่อระบุอาการ จากนั้นจะทำการตรวจโดยละเอียดโดยการการส่องกล้องตรวจดูอุจจาระ ใช้ชุดตรวจหาพยาธิในระบบทางเดินอาหาร หรือตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุตามความเหมาะสมต่อไป
3. แผลในทางเดินอาหาร : นอกจากพยาธิ และภาวะท้องผูก ท้องเสียแล้ว อึยังสามารถบ่งบอกการเกิดแผลในทางเดินอาหารได้อีกด้วย เนื่องจากน้องหมาที่เกิดแผลในทางเดินอาหารมักมีเลือดปนออกมากับอึ โดยเลือดที่ปนออกมาสามารถสังเกตได้ 2 ลักษณะ คือ เลือดสด และเลือดสีดำ ความแตกต่างของเลือดทั้งสองแบบนี้ คือ เลือดสด เป็นเลือดที่ไหลจากทางเดินอาหารส่วนปลาย (ตั้งแต่ลำไส้เล็กเป็นต้นไปจนถึงทวารหนัก) และเลือดสีดำ เป็นเลือดที่ไหลจากทางเดินอาหารส่วนต้น (ตั้งแต่ปากไปจนถึงกระเพาะอาหาร) และถูกน้ำย่อยในกระเพาะอาหารย่อยจนกลายเป็นสีดำ เมื่อพบเลือดดังกล่าวปนมากับอึ ควรรีบพาน้องหมาไปรับการตรวจกับคุณหมอโดยละเอียดเพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป
อึของน้องหมามีประโยชน์มากกว่าที่เราคิด อย่าลืมสังเกตอึน้องหมาทุกครั้งเพื่อดูแลสุขภาพของพวกเขาได้อย่างเหมาะสมต่อไป
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน -

เลี้ยงปล่อย อย่าปล่อยปะ ! เรื่องเข้าใจผิดที่เจ้าของมักมองข้าม !
เลี้ยงปล่อย อย่าปล่อยปะ ! เรื่องเข้าใจผิดที่เจ้าของมักมองข้าม !การเลี้ยงน้องหมาแบบให้อิสระ หรือเลี้ยงระบบเปิด เป็นหนึ่งในวิธีการเลี้ยงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะเป็นการเลี้ยงที่เลียนแบบพฤติกรรมตามธรรมชาติของน้องหมาแล้ว ยังเป็นการเลี้ยงที่ช่วยให้น้องหมาได้เกิดการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามช่วงวัยอีกด้วย แต่คุณรู้หรือไม่ !? การเลี้ยงน้องหมาแบบปล่อยยังคงมีหลายเรื่องที่เจ้าของอย่างเราเข้าใจผิด และเผลอมองข้าม ! จะมีอะไรบ้างไปดูกัน ! 1. แค่อาบน้ำอย่างเดียวก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องป้องกันปรสิต : นับเป็นหนึ่งในความเข้าใจผิดที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพกับน้องหมาเป็นอย่างมาก เจ้าของหลายท่านมักเข้าใจว่าการอาบน้ำเป็นการชะล้างเอาปรสิตให้หลุดไปจากตัวน้องหมา การใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายจึงเป็นสิ่งไม่จำเป็น แต่ความจริงแล้วปรสิตร้ายไม่เพียงแต่อาศัยอยู่บนตัวน้องหมา ส่วนหนึ่งของพวกมันยังคงแฝงอยู่กับสิ่งแวดล้อม รอวันที่จะกระโดดขึ้นมาทำร้ายน้องหมาอยู่ในทุก ๆ เมื่อ นอกจากนี้ปรสิตภายในบางชนิด เช่น พยาธิหนอนหัวใจ และพยาธิทางเดินอาหารยังไม่สามารถป้องกันจากการอาบน้ำได้อีกด้วย ดังนั้นไม่ว่าจะอาบน้ำน้องหมาบ่อยแค่ไหน หรือจะใช้แชมพูสูตรป้องกันปรสิตอย่างไร ก็อย่าลืมใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิตเป็นประจำด้วยล่ะ ! 2. ปรสิต ไม่เจอ แปลว่าไม่มี : เจ้าของหลายท่านอาจเข้าใจผิด คิดว่าการไม่เจอปรสิตบนร่างกายน้องหมา แปลว่าน้องหมาปลอดภัย ไร้ปรสิต แต่แท้จริงแล้ว ปรสิตที่เราพบเห็นบนตัวน้องหมาคิดเป็นเพียง 5% ของปรสิตทั้งหมดที่แอบซ่อนอยู่ในสิ่งแวดล้อมเพียงเท่านั้น อีก 95% ที่เหลือของพวกมันแอบซ่อนอยู่ตามซอกหลืบ พื้นบ้าน หรือบริเวณที่น้องหมาอยู่อาศัย และสามารถกระโดดขึ้นมาทำร้ายน้องหมาได้ทุกเมื่อ ดังนั้นอย่าลืมใช้โปรแกรมป้องกันปรสิตทั้งภายนอก และภายใน โดยใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำในฉลากเพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันที่ดีที่สุด 3. เลี้ยงน้องหมาตัวเดียวในบ้าน ไม่จำเป็นต้องป้องกันปรสิต : ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงน้องหมาเพียงตัวเดียวในบ้าน โดยที่ไม่ปล่อยให้น้องหมาออกไปเจอเพื่อนหมาตัวอื่น ๆ หรือจะเป็นการเลี้ยงน้องหมาในระบบปิดที่ไม่ปล่อยให้น้องหมาออกไปสัมผัสกับอันตรายภายนอกบ้าน การเลี้ยงน้องหมาแบบไหน ๆ ก็ยังคงจำเป็นต้องป้องกันปรสิตอย่างต่อเนื่อง เพราะปรสิต ไม่ได้มาจากเพื่อนน้องหมาด้วยกันเอง หรือสิ่งแวดล้อมภายนอกเพียงเท่านั้น ในบางครั้งพวกมันอาจย่างกรายเข้ามาหาน้องหมาภายในบ้านได้เองโดยที่เราไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นยุง พาหะของพยาธินหนอนหัวใจที่บินเข้ามากัดน้องหมาได้ทุกเมื่อ เห็บ หมัด หรือปรสิตภายนอกชนิดอื่น ๆ ที่ติดตัวเจ้าของเข้ามาวางไข่ และอาศัยบนตัวน้องหมาได้โดยที่เราไม่รู้ตัว หรือจะเป็นไข่ของพยาธิภายในที่ปนเปื้อนมากับชาม น้ำ อาหาร หรือแม้กระทั่งของเล่นของน้องหมา การป้องกันปรสิตอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ละเลยไม่ได้เลยล่ะ 4. เจอเห็บ หมัด แค่บี้ก็จบ : เจ้าของหลายท่านยังคงติดภาพความทรงจำเก่า ๆ ที่ว่าการดึงเห็บ หมัดออกจากตัวน้องหมาเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการกำจัดปรสิต แต่แท้จริงแล้ว การดึงเห็บ หมับออกมาบี้เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะปรสิตเหล่านี้ล้วนซ่อนอยู่มากมายทั้งบนตัวน้องหมา และในสิ่งแวดล้อม…
เลี้ยงปล่อย อย่าปล่อยปะ ! เรื่องเข้าใจผิดที่เจ้าของมักมองข้าม !
การเลี้ยงน้องหมาแบบให้อิสระ หรือเลี้ยงระบบเปิด เป็นหนึ่งในวิธีการเลี้ยงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะเป็นการเลี้ยงที่เลียนแบบพฤติกรรมตามธรรมชาติของน้องหมาแล้ว ยังเป็นการเลี้ยงที่ช่วยให้น้องหมาได้เกิดการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามช่วงวัยอีกด้วย
แต่คุณรู้หรือไม่ !? การเลี้ยงน้องหมาแบบปล่อยยังคงมีหลายเรื่องที่เจ้าของอย่างเราเข้าใจผิด และเผลอมองข้าม ! จะมีอะไรบ้างไปดูกัน !
1. แค่อาบน้ำอย่างเดียวก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องป้องกันปรสิต : นับเป็นหนึ่งในความเข้าใจผิดที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพกับน้องหมาเป็นอย่างมาก เจ้าของหลายท่านมักเข้าใจว่าการอาบน้ำเป็นการชะล้างเอาปรสิตให้หลุดไปจากตัวน้องหมา การใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายจึงเป็นสิ่งไม่จำเป็น แต่ความจริงแล้วปรสิตร้ายไม่เพียงแต่อาศัยอยู่บนตัวน้องหมา ส่วนหนึ่งของพวกมันยังคงแฝงอยู่กับสิ่งแวดล้อม รอวันที่จะกระโดดขึ้นมาทำร้ายน้องหมาอยู่ในทุก ๆ เมื่อ นอกจากนี้ปรสิตภายในบางชนิด เช่น พยาธิหนอนหัวใจ และพยาธิทางเดินอาหารยังไม่สามารถป้องกันจากการอาบน้ำได้อีกด้วย ดังนั้นไม่ว่าจะอาบน้ำน้องหมาบ่อยแค่ไหน หรือจะใช้แชมพูสูตรป้องกันปรสิตอย่างไร ก็อย่าลืมใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิตเป็นประจำด้วยล่ะ !
2. ปรสิต ไม่เจอ แปลว่าไม่มี : เจ้าของหลายท่านอาจเข้าใจผิด คิดว่าการไม่เจอปรสิตบนร่างกายน้องหมา แปลว่าน้องหมาปลอดภัย ไร้ปรสิต แต่แท้จริงแล้ว ปรสิตที่เราพบเห็นบนตัวน้องหมาคิดเป็นเพียง 5% ของปรสิตทั้งหมดที่แอบซ่อนอยู่ในสิ่งแวดล้อมเพียงเท่านั้น อีก 95% ที่เหลือของพวกมันแอบซ่อนอยู่ตามซอกหลืบ พื้นบ้าน หรือบริเวณที่น้องหมาอยู่อาศัย และสามารถกระโดดขึ้นมาทำร้ายน้องหมาได้ทุกเมื่อ ดังนั้นอย่าลืมใช้โปรแกรมป้องกันปรสิตทั้งภายนอก และภายใน โดยใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำในฉลากเพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันที่ดีที่สุด
3. เลี้ยงน้องหมาตัวเดียวในบ้าน ไม่จำเป็นต้องป้องกันปรสิต : ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงน้องหมาเพียงตัวเดียวในบ้าน โดยที่ไม่ปล่อยให้น้องหมาออกไปเจอเพื่อนหมาตัวอื่น ๆ หรือจะเป็นการเลี้ยงน้องหมาในระบบปิดที่ไม่ปล่อยให้น้องหมาออกไปสัมผัสกับอันตรายภายนอกบ้าน การเลี้ยงน้องหมาแบบไหน ๆ ก็ยังคงจำเป็นต้องป้องกันปรสิตอย่างต่อเนื่อง เพราะปรสิต ไม่ได้มาจากเพื่อนน้องหมาด้วยกันเอง หรือสิ่งแวดล้อมภายนอกเพียงเท่านั้น ในบางครั้งพวกมันอาจย่างกรายเข้ามาหาน้องหมาภายในบ้านได้เองโดยที่เราไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นยุง พาหะของพยาธินหนอนหัวใจที่บินเข้ามากัดน้องหมาได้ทุกเมื่อ เห็บ หมัด หรือปรสิตภายนอกชนิดอื่น ๆ ที่ติดตัวเจ้าของเข้ามาวางไข่ และอาศัยบนตัวน้องหมาได้โดยที่เราไม่รู้ตัว หรือจะเป็นไข่ของพยาธิภายในที่ปนเปื้อนมากับชาม น้ำ อาหาร หรือแม้กระทั่งของเล่นของน้องหมา การป้องกันปรสิตอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ละเลยไม่ได้เลยล่ะ
4. เจอเห็บ หมัด แค่บี้ก็จบ : เจ้าของหลายท่านยังคงติดภาพความทรงจำเก่า ๆ ที่ว่าการดึงเห็บ หมัดออกจากตัวน้องหมาเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการกำจัดปรสิต แต่แท้จริงแล้ว การดึงเห็บ หมับออกมาบี้เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะปรสิตเหล่านี้ล้วนซ่อนอยู่มากมายทั้งบนตัวน้องหมา และในสิ่งแวดล้อม ถึงเราจะไล่บี้จำกัดออกไปแค่ไหน ปรสิตเหล่านี้ก็ไม่มีวันหมด (และอาจทำให้น้องหมาเกิดอาการผิวหนังอักเสบได้อีกด้วย !) อีกทั้งการบี้เห็บ หมัดยังไม่สามารถทำอันตรายใด ๆ กับเหล่าปรสิตภายใน เช่น พยาธิ ได้ วิธีการที่ถูกต้องจึงเป็นการดูแลรักษาความสะอาดสิ่งแวดล้อม ร่วมไปกับการใช้โปรแกรมป้องกันปรสิตที่สามารถปกป้องได้ทั้งปรสิตภายใน และภายนอก โดยเฉพาะปรสิตที่มีความอันตราย และสามารถพบเจอได้บ่อย เช่น พยาธิหนอนหัวใจ หมัด เห็บ และพยาธิทางเดินอาหาร โดยใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันที่ดีที่สุด
“เลี้ยงปล่อย อย่าปล่อยปะ” ดูแลน้องหมาของคุณให้ถูกต้องตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีของพวกเขากันเถอะ !
🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน
🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร
#SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน