Category: การดูแลสุนัข

  • “พยาธิหนอนหัวใจ”

    “พยาธิหนอนหัวใจ”


    พยาธิหนอนหัวใจ พร้อมข้อมูลสำคัญสำหรับเจ้าของสุนัข วิธีดูแล และแนวทางป้องกันอย่างเหมาะสม

    ปรสิตตัวร้ายที่สัตวแพทย์เตือนนัก เตือนหนาว่ามีความอันตรายร้ายแรง แถมยังติดง่ายเพียงการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียว
    อันตรายจากพยาธิหนอนหัวใจจะมากมายแค่ไหนกันนะ ? ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย !

    เป็นสาเหตุของการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว
    พยาธิหนอนหัวใจ คือปรสิตที่มียุงเป็นพาหะ เมื่อน้องหมาโดนยุงกัด พยาธิหนอนหัวใจจะถ่ายทอดจากยุงเข้าสู่กระแสเลือดของน้องหมา พวกมันจะเจริญเติบโตอยู่ภายในหลอดเลือด และเกิดการผสมพันธุ์เพื่อเพิ่มจำนวน เมื่อพยาธิหนอนหัวใจเติบโต และเพิ่มจำนวนมากขึ้น พวกมันจะก่อให้เกิดการอุดตัน โดยเฉพาะบริเวณหัวใจ ซึ่งเมื่อหัวใจเกิดการอุดตันขึ้น จะส่งผลให้การสูบฉีดเลือดผิดปกติ ร่างกายได้รับเลือดไปหล่อเลี้ยงน้อยลง สมดุลของเหลวภายในร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหลอดเลือดผิดปกติไป ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นที่มาของการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว หรือภาวะที่หัวใจไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นับเป็นภาวะอันตราย และเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในน้องหมาที่ป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจเลยล่ะ

    มีแบคทีเรียแฝงกระตุ้นการเกิดภาวะปอดอักเสบ
    พยาธิหนอนหัวใจไม่ได้มีความร้ายกาจแค่ตัวของมันเองเท่านั้น แต่มันยังมีแบคทีเรียที่แอบแฝงมา ชื่อว่า “โวบาเคีย” อีกด้วย เจ้าแบคทีเรียชนิดนี้จะอยู่อาศัยแบบพึ่งพากับพยาธิหนอนหัวใจ คอยกระตุ้นให้ร่างกายของน้องหมาเกิดการอักเสบ โดยเฉพาะที่บริเวณปอด ส่งผลให้น้องหมาเกิดภาวะปอดอักเสบ และมีปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจตามมา นอกจากนี้ เจ้าแบคทีเรียดังกล่าวยังเป็นหนึ่งในอุปสรรคการรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา เพราะเมื่อใดก็ตามที่แบคทีเรียชนิดนี้ตายลง พยาธิหนอนหัวใจที่เป็นที่อยู่อาศัยของแบคทีเรียก็จะตายลงตามไปด้วย ส่งผลให้เศษซากพยาธิหนอนหัวใจเกิดการอุดตันในกระแสเลือด เกิดเป็นภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งส่งผลให้น้องหมาเกิดภาวะอัมพาต หรือแม้กระทั่งเสียชีวิตเฉียบพลันได้เลยทีเดียว

    ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน ก่อให้เกิดการเสียชีวิตกระทันหันได้
    ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน หรือ caval syndrome คือ ภาวะอันตรายของการติดพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา เป็นภาวะที่พยาธิหนอนหัวใจตัวเต็มวัยจำนวนมากเกิดการอุดตันภายในหัวใจ และส่งผลให้ระบบการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมีปัญหา น้องหมาที่เกิดภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตันจะแสดงอาการอย่างเฉียบพลัน คือ เหนื่อยล้า อ่อนแรง ปัสสาวะเป็นเลือด เหงือกซีด และหมดสติ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที น้องหมาอาจได้รับอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

    พยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตตัวร้ายที่มีความอันตรายทั้งจากตัวของมันเอง และจากแบคทีเรียที่แอบแฝงอยู่ อย่าปล่อยให้น้องหมาต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานจากโรคพยาธิหนอนหัวใจ เสริมเกราะป้องกันพยาธิหนอนหัวใจให้น้องหมาตั้งแต่วันนี้

    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

  • ใครที่กำลังเป็นคุณพ่อ คุณแม่น้องหมาเด็กฟังทางนี้ !

    ใครที่กำลังเป็นคุณพ่อ คุณแม่น้องหมาเด็กฟังทางนี้ !


    ใครที่กำลังเป็นคุณพ่อ คุณแม่น้องหมาเด็กฟังทางนี้ พร้อมข้อมูลสำคัญสำหรับเจ้าของสุนัข วิธีดูแล และแนวทางป้องกันอย่างเหมาะสม

    เลี้ยงลูกหมาเด็กต้องระวังพยาธิตัวกลม เพราะพยาธิตัวกลมอาจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในลูกหมาได้ !
    พยาธิตัวกลมก่ออันตรายใดกับลูกหมา และเราจะสามารถปกป้องน้องหมาจากอันตรายร้ายแรงนี้ได้อย่างไร ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย !

    อันตรายของพยาธิตัวกลมในลูกหมา
    พยาธิตัวกลม คือพยาธิในระบบทางเดินอาหารที่สามารถพบได้บ่อยในน้องหมา โดยเฉพาะน้องหมาเด็กที่มีอายุน้อย การก่อโรคของพยาธิตัวกลมพบว่ามีตั้งแต่อาการเล็กน้อย คือ ผอม อาเจียน ท้องเสีย ซึม ขนหยาบกระด้าง ไปจนถึงอาการรุนแรง คือ ภาวะปอดบวม ท้องมาน ตับโต โดยเฉพาะในน้องหมาเด็กที่พบการติดพยาธิก่อนคลอด หรือหลังคลอดไม่นาน อาจพบความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

    ลูกหมาสามารถติดพยาธิตัวกลมจากช่องทางใดได้บ้าง ?
    การติดพยาธิตัวกลมในน้องหมาเด็กสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่พวกเขายังไม่ออกจากท้องแม่ เพราะพยาธิตัวกลมสามารถแทรกซึมจากแม่หมาติดต่อผ่านรกมายังลูกหมาได้ นอกจากนี้พยาธิตัวกลมยังชอนไชผ่านเต้านม และติดต่อมาสู่ลูกหมาผ่านทางน้ำนมได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อน้องหมาออกจากท้องแม่ พวกเขายังสามารถได้รับไข่ของพยาธิตัวกลมที่อาจปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมที่สกปรก หรือมีน้องหมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากได้อีกด้วย เรียกได้ว่าลูกหมาเด็กมีความเสี่ยงต่อพยาธิตัวกลมตั้งแต่ในท้องแม่จนออกจากท้องแม่เลยทีเดียว

    ป้องกันไว้ก่อนสายเกินแก้
    ฟังมาถึงตรงนี้ หากใครที่กำลังกังวลกับการป้องกันพยาธิตัวกลม เรามีวิธีป้องกันมาแนะนำ !
    การป้องกันพยาธิตัวกลมในน้องหมา สามารถป้องกันได้ตั้งแต่น้องหมากำลังตั้งท้อง โดยการใช้โปรแกรมปกป้องที่ออกฤทธิ์ครอบคลุมการป้องกันพยาธิภายในที่มีความปลอดภัยสูง สามารถใช้ได้ในแม่หมาที่กำลังตั้งท้อง ซึ่งได้รับการรับรองจากสัตวแพทย์ ร่วมไปกับการพาน้องหมาไปถ่ายพยาธิเป็นประจำตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ (อย่างน้อย 3 เดือนต่อหนึ่งครั้ง) และเมื่อน้องหมาคลอดออกมาแล้ว อย่าลืมพาน้องหมาเด็กไปรับการตรวจสุขภาพจากสัตวแพทย์ เพื่อเข้าโปรแกรมการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อ และการถ่ายพยาธิ และเมื่อน้องหมามีอายุได้ 8 สัปดาห์ อย่าลืมปกป้องอย่างต่อเนื่องด้วยการเริ่มโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตตัวร้ายโดยการ ผสาน 3 พลัง การปกป้อง เพียงเท่านี้ก็หมดกังวลเรื่องพยาธิตัวกลมตัวร้าย แถมยังปลอดภัยจากปรสิตร้ายชนิดอื่น ๆ ได้อีกด้วย

    พยาธิตัวกลม ปรสิตร้ายที่ทำให้น้องหมาเด็กเป็นอันตรายได้ถึงชีวิต

    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

  • ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ! พยาธิหนอนหัวใจก็ดื้อยาได้นะ !

    ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ! พยาธิหนอนหัวใจก็ดื้อยาได้นะ !


    ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ พยาธิหนอนหัวใจก็ดื้อยาได้นะ พร้อมข้อมูลสำคัญสำหรับเจ้าของสุนัข วิธีดูแล และแนวทางป้องกันอย่างเหมาะสม

    “พยาธิหนอนหัวใจ” นับเป็นปรสิตตัวร้ายที่คร่าชีวิตน้องหมาไปอย่างมากมาย โดยเฉพาะในเขตประเทศไทยที่มีภูมิอากาศแบบร้อนชื้นซึ่งอำนวยต่อการเพิ่มจำนวนของยุง พาหะของโรคพยาธิหนอนหัวใจ อีกทั้งโรคนี้ยังสามารถติดได้ง่าย ๆ ผ่านการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียว ส่งผลให้การป้องกันพยาธิหนอนหัวใจเป็นสิ่งจำเป็นที่เจ้าของไม่ควรละเลย
    การป้องกันพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกเดือน เป็นสิ่งที่สัตวแพทย์แนะนำให้เจ้าของทุกท่านปฏิบัติอยู่เสมอ แต่ไม่นานมานี้มีได้มีงานวิจัยสุดช็อคที่บอกว่า พยาธิหนอนหัวใจ เกิดการดื้อยาป้องกันได้แล้วในปัจจุบัน ! แล้วแบบนี้เราจะต้องทำอย่างไร ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย ^^

    งานวิจัยพบพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมาดื้อยาได้แล้วนะ !
    ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่างานวิจัยชิ้นนี้ทำการสำรวจในประเทศสหรัฐอมเริกาซึ่งพบการระบาดของโรคพยาธิหนอนหัวใจสูง การดื้อยาดังกล่าว คือการดื้อยาในกลุ่ม macrocyclic lactones (MLs) ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่ถูกใช้ในโปรแกรมปกป้องพยาธิหนอนหัวใจหลายชนิด และเป็นกลุ่มเดียวที่ได้รับอนุญาตให้สามารถใช้ในสัตว์ได้ (เพราะได้รับการทดสอบแล้วว่าปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงอันตรายนั่นเอง) ส่งผลให้การป้องกันพยาธิหนอนหัวใจไม่มีประสิทธิภาพ พยาธิหนอนหัวใจตัวอ่อนไม่ตอบสนองต่อยา และเกิดการเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยได้ต่อไป หนทางเดียวในการรับมือกับการที่พยาธิหนอนหัวใจดื้อยานี้ จึงเป็นการเพิ่มขนาดยา และปรับวิธีการให้ยา ซึ่งตัวยาที่ได้รับการทดสอบว่าปลอดภัย และได้ผลดีเมื่อปรับขนาดยาดังกล่าว คือตัวยาที่มีชื่อว่า moxidectin ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวช่วยผสาน 3 พลังการปกป้องจาก Simple Protection นั่นเอง ^^

    พยาธิหนอนหัวใจดื้อยา ส่งผลอย่างไร ?
    โดยปกติแล้วโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจจะออกฤทธิ์กำจัดตัวอ่อนที่ไหลเวียนภายในกระแสเลือด ส่งผลให้ตัวอ่อนตายลง ไม่เจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยซึ่งก่อโรค และไม่เกิดการขยายพันธุ์เพิ่มจำนวน แต่การที่พยาธิหนอนหัวใจเกิดการดื้อยานี้จะส่งผลให้ตัวอ่อนไม่ถูกทำลาย เกิดการเจริญเติบโต และสืบพันธุ์เพิ่มจำนวน จนก่อโรครุนแรงต่อไปได้ในอนาคตนั่นเอง

    เคล็ดลับป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ หมดห่วงเรื่องการดื้อยา
    ถึงแม้จะมีรายงานพบการดื้อยาของพยาธิหนอนหัวใจ แต่การป้องกันด้วยโปรแกรมปกป้องที่ได้มาตรฐาน ผ่านการทดสอบจากสถาบันอันน่าเชื่อถือ และได้รับคำแนะนำจากสัตวแพทย์ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเจ้าของควรเลือกโปรแกรมปกป้องที่มีการปรับขยายยาให้เหมาะสม และสามารถเอาชนะการดื้อยาของพยาธิหนอนหัวใจได้ อย่างเช่น Simple Protection โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน ร่วมไปกับการป้องกันไม่ให้น้องหมาโดนยุงกัด ดูแลสิ่งแวดล้อมรอบบ้านไม่ให้มีแหล่งน้ำขัง อันเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงซึ่งเป็นพาหะของพยาธิหนอนหัวใจ

    ในยุคพยาธิหนอนหัวใจดื้อยาแบบนี้ อย่าลืมเลือกโปรแกรมปกป้องที่ดีที่สุดให้น้องหมาของคุณ ^^

    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

  • ไขข้อสงสัย เห็บ vs หมัด ต่างกันอย่างไร ?

    ไขข้อสงสัย เห็บ vs หมัด ต่างกันอย่างไร ?


    ไขข้อสงสัย เห็บ vs หมัด ต่างกันอย่างไร พร้อมข้อมูลสำคัญสำหรับเจ้าของสุนัข วิธีดูแล และแนวทางป้องกันอย่างเหมาะสม

    “เอ๊ะ ? เจ้าปรสิตตัวเล็กจิ๋วที่กำลังกัดน้องหมา น้องแมวตัวนี้คืออะไรกันนะ ?”
    เชื่อว่าเจ้าของหลายท่านต้องเคยพบเจอปรสิตตัวเล็กจิ๋วที่คอยดูดเลือดน้องหมา น้องแมวอยู่เป็นประจำ แต่น้อยคนนักที่จะแยกออกว่าเจ้าปรสิตที่เราเห็นอยู่นี้ แท้จริงแล้วมันคือเห็บ หรือหมัดกันแน่นะ ?
    ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปไขข้อสงสัย หาความแตกต่างของเห็บและหมัดกัน ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย ><

    “ถึงจะตัวเล็กเหมือนกัน แต่หน้าตาไม่เหมือนกันเลย”
    เห็บ : เห็บมีลำตัวสีน้ำตาลเข้ม และมีลักษณะแบนถ้ามองจากด้านบน (เหมือนโดนหนังสือทับเลยล่ะ ><) แต่เมื่อดูดกินเลือดจนเต็มอิ่มพวกมันจะมีขนาดตัวที่บวมเบ่งไปด้วยเลือดอย่างสังเกตเห็นได้ชัด ตัวเต็มวัยของพวกมันมี 8 ขา และมีขนาดที่แตกต่างกันระหว่างตัวผู้ และตัวเมีย โดยเห็บตัวเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ และถ้าสังเกตให้ดี ๆ จะพบว่าเห็บมีส่วนหัวที่สามารถสังเกตได้ยาก แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถสังเกตเห็นปากที่ยื่นออกมาได้อย่างชัดเจน ซึ่งพวกมันจะใช้ปากนี้กัดเข้าไปบนตัวน้องหมาเพื่อดูดกินเลือดเป็นอาหารนั่นเอง
    หมัด : หมัดมีลำตัวสีน้ำตาลค่อนไปทางดำ ลำตัวของพวกมันมีลักษณะแบนถ้ามองจากด้านข้าง (ซึ่งตรงข้ามกับเห็บ) อีกทั้งยังมีขนาดที่เล็กจิ๋วเพียง 1-2.5 มิลลิเมตร (เล็กกว่าเห็บซะอีก ><) ลำตัวปกคลุมไปด้วยขน และมีส่วนหัวที่มีทรงสามเหลี่ยม ตัวเต็มวัยของพวกมันมีขาเพียง 6 ขา แต่ขาเหล่านี้มีความแข็งแรงสูงมาก ส่งผลให้หมัดมีความสามารถในการกระโดด จนได้ชื่อว่ากระโดดเก่งที่สุดในโลกเลยล่ะ ! หมัดจะใช้ปากกัดเพื่อดูดเลือดน้องหมาเป็นอาหารเช่นเดียวกับเห็บ ส่งผลให้น้องหมาเสียเลือดได้ไม่แตกต่างกันเลย

    “นอกจากรูปร่างจะแตกต่างกันแล้ว วงจรชีวิตก็แตกต่างกันด้วย”
    เห็บ : เห็บทั้งเพศผู้ และเพศเมียจะผสมพันธุ์ และดูดเลือดน้องหมาเป็นอาหาร หลังจากนั้น เห็บเพศเมียจะกระโดดลงสู่สิ่งแวดล้อมเพื่อวางไข่บนดิน หรือซอกหลืบพื้นบ้าน เมื่อไข่ฟัก ตัวอ่อนจะกระโดดกลับขึ้นสู่ร่างกายน้องหมา และดูดกินเลือดเป็นอาหาร หลังจากนั้น ตัวอ่อนจะกลับสู่สิ่งแวดล้อมอีกครั้งเพื่อลอกคราบ เป็นเช่นนี้จนถึงระยะตัวเต็มวัย เรียกได้ว่า เห็บมีวงจรชีวิตที่ไป ๆ กลับ ๆ ระหว่างสิ่งแวดล้อม และร่างกายน้องหมาอยู่ตลอดเวลาเลยล่ะ
    หมัด : หมัดตัวเต็มวัยจะอาศัยอยู่บนร่างกายน้องหมาเพื่อดูดกินเลือดเป็นอาหารตลอดเวลา มีเพียงระยะไข่ที่จะตกลงสู่สิ่งแวดล้อม และเมื่อไข่ฟักออกมา ตัวอ่อนจะกินฝุ่น และเศษผิวหนังของน้องหมาในสิ่งแวดล้อมเป็นอาหาร เมื่อโตเต็มวัยพวกมันจึงจะกระโดดขึ้นมาบนตัวน้องหมา เรียกได้ว่าเมื่อขึ้นบนตัวน้องหมาแล้ว พวกมันจะไม่กลับลงสู่สิ่งแวดล้อมอีกเลยล่ะ

    “เห็บ หมัด นำโรคไม่เหมือนกันด้วยนะ”
    เห็บ : เป็นสาเหตุของโรคพยาธิเม็ดเลือดหลายชนิด ส่งผลให้น้องหมาเกิดภาวะโลหิตจาง ในรายที่รุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลยล่ะ
    หมัด : เป็นสาเหตุของโรคผิวหนัง เนื่องจากน้ำลายหมัดมีสารที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้ นอกจากนี้หมัดยังเป็นพาหะของพยาธิตืดแตงกวา ซึ่งน้องหมาสามารถติดได้ผ่านการกินหมัดอีกด้วย

    ถึงเห็บ หมัดจะมีความแตกต่างกัน แต่พวกมันล้วนเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาสุขภาพทั้งในน้องหมา และน้องแมว


    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

  • ดูแลน้องหมาป่วยพยาธิหนอนหัวใจ ต้องทำอย่างไรบ้าง ?

    ดูแลน้องหมาป่วยพยาธิหนอนหัวใจ ต้องทำอย่างไรบ้าง ?


    ดูแลน้องหมาป่วยพยาธิหนอนหัวใจ ต้องทำอย่างไรบ้าง พร้อมข้อมูลสำคัญสำหรับเจ้าของสุนัข วิธีดูแล และแนวทางป้องกันอย่างเหมาะสม

    “น้องหมาแสนรักป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจ ควรทำอย่างไรดี ? T^T”
    โรคร้ายอย่างโรคพยาธิหนอนหัวใจ คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับน้องหมาแสนรักของตัวเอง แต่การจะหลีกเลี่ยงยุงก็ช่างยากเหลือเกิน และการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจได้แล้ว

    หากน้องหมาของเราบังเอิญโชคร้ายป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจ อย่าลืมดูแลน้องหมาให้ถูกวิธี ดังต่อไปนี้

    1. ให้ยาตามคำสั่งของสัตวแพทย์ : “ให้ยาตามคำสั่งของคุณหมออย่างเคร่งครัด” คือหัวใจสำคัญของการรักษา โดยการรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมาจะต้องทำการกำจัดภัยร้าย 2 ส่วน คือ ตัวพยาธิหนอนหัวใจเอง และแบคทีเรียที่แอบแฝงมากับพยาธิหนอนหัวใจ การให้ยาของคุณหมอจำเป็นที่จะต้องให้อย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลานาน เพราะการรักษาจำเป็นต้องค่อย ๆ กำจัดพยาธิอย่างช้า ๆ เนื่องจากการกำจัดพยาธิในทันทีอาจส่งผลให้ตัวพยาธิที่ตายเกิดการอุดตันภายในกระแสเลือดได้ นอกจากนี้ การให้ยากำจัดเชื้อแบคทีเรียที่แอบแฝงมากับพยาธิหนอนหัวใจจำเป็นที่จะต้องให้อย่างต่อเนื่อง ห้ามหยุดยาด้วยตัวเอง และให้ตามคำสั่งของคุณหมออย่างเคร่งครัดเพื่อหลีกเลี่ยงการดื้อยาของเชื้อ (มิเช่นนั้น หากเชื้อเกิดการดื้อยาขึ้นมาแล้วจะส่งผลให้การรักษายุ่งยากขึ้นมากเลยล่ะ)

    2. จำกัดการออกกำลังกาย : อีกหนึ่งการดูแลที่เจ้าของต้องควบคุมให้ดี คือการออกกำลังกายของน้องหมา เพราะการที่หัวใจของน้องหมาเต้นเร็ว และแรงจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้พยาธิหนอนหัวใจที่อยู่ภายในระบบหมุนเวียนเลือดเกิดการอุดตันได้ อ๊ะ อ๊ะ ! ไม่เพียงแค่การออกกำลังกายเพียงเท่านั้น กิจกรรมอื่น ๆ ที่อาจทำให้น้องหมาหัวใจเต้นเร็ว เช่น การเล่นกันเองของน้องหมา หรือการว่ายน้ำ ก็เป็นสิ่งต้องระวังเช่นกัน (ในบางรายคุณหมออาจแนะนำให้ขังน้องไว้ในกรงเพื่อจำกัดการทำกิจกรรมเลยล่ะ สามารถสอบถามคุณหมอเพิ่มเติมถึงการจำกัดการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับน้องหมาของเราได้เลย)

    3. ใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจอย่างสม่ำเสมอ : ถึงแม้น้องหมาจะป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจ แต่การป้องกันเพื่อไม่ให้น้องหมากลับมาป่วยซ้ำก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน โดยปัจจุบันมีโปรแกรมปกป้องที่สามารถเริ่มให้ได้เลย แม้น้องหมาจะป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจอยู่ และที่สำคัญต้องให้เป็นประจำ อย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแต่ละโปรแกรม เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของการป้องกัน สามารถสอบถามคุณหมอเพิ่มเติมถึงโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจที่เหมาะสมได้เลย

    การดูแลน้องหมาที่ป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจจำเป็นต้องอาศัยความใส่ใจเป็นอย่างมาก อย่าลืมทำตามคำแนะนำเหล่านี้ โดยเฉพาะการปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจเพื่อไม่ให้น้องหมากลับมาป่วยซ้ำด้วยโปรแกรมปกป้องที่ปลอดภัย และสามารถให้ได้แม้น้องหมากำลังเผชิญกับโรคร้าย


    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

  • ทำความรู้จัก “ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน” ภาวะอันตรายจากพยาธิหนอนหัวใจ

    ทำความรู้จัก “ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน” ภาวะอันตรายจากพยาธิหนอนหัวใจ


    ทำความรู้จัก ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน ภาวะอันตรายจากพยาธิหนอนหัวใจ พร้อมข้อมูลสำคัญสำหรับเจ้าของสุนัข วิธีดูแล และแนวทางป้องกันอย่างเหมาะสม

    โรคพยาธิหนอนหัวใจ โรคร้ายที่มีพยาธิหนอนหัวใจเป็นพาหะ ซึ่งน้องหมาสามารถติดได้ง่าย ๆ เพียงการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียว โรคนี้นับว่าเป็นโรคที่มีความอันตรายสูง เพราะหากปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน และไม่ได้ทำการรักษา น้องหมาอาจได้รับอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ !
    “ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน” คือภาวะอันตรายของโรคพยาธิหนอนหัวใจที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเฉียบพลันในน้องหมา ภาวะนี้คืออะไร และจะป้องกันได้อย่างไรบ้าง ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย !

    ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน (caval syndrome) คืออะไร ?
    ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน หรือที่คุณหมอเรียกว่า caval syndrome คือ ภาวะที่พยาธิหนอนหัวใจตัวเต็มวัยจำนวนมากเกิดการอุดตันภายในหัวใจ ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดมีปัญหา เลือดไม่สามารถสูบฉีดจากหัวใจไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างเพียงพอ หากน้องหมาเกิดภาวะนี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดเอาพยาธิหนอนหัวใจที่อุดตันออกโดยด่วน !

    อาการของภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตันเป็นอย่างไร ? และมีความอันตรายแค่ไหนกันนะ?
    น้องหมาที่เกิดภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตันจะแสดงอาการอย่างเฉียบพลัน คือ เหนื่อยล้า อ่อนแรง ปัสสาวะเป็นเลือด เหงือกซีด และหมดสติ ในรายที่รุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตเฉียบพลันได้เลยล่ะ

    ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตันสามารถป้องกันได้อย่างไร ?
    ไม่ป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจเลยย่อมดีที่สุด !
    วิธีการป้องกันก็ง่าย ๆ เพียงป้องกันน้องหมาจากยุง ด้วยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงใกล้บ้าน กางมุ้ง หรือกั้นมุ้งลวดรอบบริเวณบ้านเพื่อลดโอกาสการสัมผัสกับยุง และพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจกับคุณหมอเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อสามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้อย่าลืมใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตตัวร้ายที่อันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะพยาธิหนอนหัวใจ สาเหตุหลักของการเกิดภาวะนี้ เพียงเท่านี้ก็สบายใจ หายห่วง ><สำหรับใครที่กำลังมองหาโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจ

    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

  • ตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจ ทำได้อย่างไรบ้าง ?

    ตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจ ทำได้อย่างไรบ้าง ?


    ตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจ ทำได้อย่างไรบ้าง พร้อมข้อมูลสำคัญสำหรับเจ้าของสุนัข วิธีดูแล และแนวทางป้องกันอย่างเหมาะสม

    ไหนชีวิตนี้ใครไม่เคยโดนยุงกัดเลย ยกมือขึ้น !
    ไม่มีเลยใช่ไหม นั่นก็เพราะยุงร้ายสามารถเล็ดลอดมากัดเราได้ทุกเมื่อ ถึงแม้จะพยายามหนีแค่ไหนก็ยากที่จะหนีพ้น
    น้องหมาเองก็เช่นกัน นี่เองจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงควรพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจอยู่เสมอ
    การตรวจคัดกรองพยาธิหนอนหัวใจสามารถทำได้เมื่อไร และตรวจด้วยวิธีไหนได้บ้าง ไปดูกัน !

    ทำไมเราจึงควรพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจ ?
    เพราะโรคพยาธิหนอนหัวใจสามารถเกิดขึ้นได้กับน้องหมาทุกตัว เพียงการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาติดโรคพยาธิหนอนหัวใจได้ นอกจากนี้ประเทศไทยยังเป็นเขตที่พบการแพร่ระบาดของโรคอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ที่มีทุ่งหญ้า และแหล่งน้ำขังซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีของยุง ดังนั้นการพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคจะเป็นการช่วยให้เราสามารถทำการรักษาน้องหมาได้อย่างทันท่วงที และเป็นการลดโอกาสการเกิดอาการรุนแรงในน้องหมาที่ป่วยได้นั่นเอง

    ช่วงอายุที่ควรตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา คือ ?
    ตามคำแนะนำของ American Heartworm Society (AHS) หน่วยงานระดับโลกที่ทำหน้าที่ออกแนวทางการรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจให้แก่สัตวแพทย์ แนะนำว่าน้องหมาที่มีอายุมากกว่า 7 เดือนเป็นต้นไปควรได้รับการตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจ และควรทำการตรวจซ้ำเป็นประจำทุกปีเพื่อสามารถดูแล และรักษาได้อย่างทันท่วงที

    วิธีการตรวจมีกี่วิธีกันนะ ?
    การตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจสามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้
    1. การใช้ชุดตรวจเลือด : การใช้ชุดตรวจเลือดเป็นหนึ่งในวิธียอดนิยมที่สัตวแพทย์มักเลือกใช้ โดยชุดตรวจจะตรวจหาแอนติเจน หรือสารที่บ่งบอกว่าร่างกายมีพยาธิอยู่ภายใน
    2. การส่องกล้องหาพยาธิในเลือด : เป็นการตรวจที่ให้ผลดี เห็นการติดพยาธิหนอนหัวใจได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังสามารถตรวจหาตัวอ่อนภายในร่างกายอีกด้วย
    3. การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหา DNA ของพยาธิหนอนหัวใจ : เป็นการตรวจที่สามารถตรวจหาทั้งตัวเต็มวัย และตัวอ่อนภายในร่างกายน้องหมาได้ นอกจากนี้ยังมีความแม่นยำสูงอีกด้วย
    4. การฉายภาพรังสี และการอัลตราซาวด์ : การฉายภาพรังสี หรือที่หลายคนคุ้นเคยว่าการ x-ray และการอัลตราซาวด์สามารถใช้ตรวจหาการอุดตันของพยาธิหนอนหัวใจบริเวณหัวใจ และปอดได้
    5. การผ่าตรวจภายใน : การผ่าตรวจภายในสามารถช่วยให้คุณหมอได้เห็นตัวเต็มวัยของพยาธิหนอนหัวใจภายในร่างกายได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามวิธีนี้มีข้อจำกัดค่อนข้างมาก และยากต่อการปฏิบัติจริง โดยเฉพาะในน้องหมาที่มีอาการไม่ดี หรืออายุเยอะ

    ตรวจแล้วควรทำอย่างไรต่อ ?
    หากตรวจพบว่าเกิดการติดพยาธิหนอนหัวใจ : ควรเริ่มต้นทำการรักษาในทันที โดยสัตวแพทย์จะจ่ายยาเพื่อค่อย ๆ กำจัดพยาธิหนอนหัวใจอย่างช้า ๆ ในบางรายอาจจำเป็นต้องกักบริเวณชั่วคราวเพื่องดการทำกิจกรรมที่กระตุ้นให้หัวใจมีการสูบฉีดเลือดสูง เพื่อลดโอกาสการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน หรือภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน และเริ่มต้นการใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจ (อ๊ะ อ๊ะ อย่าลืมเลือกโปรแกรมปกป้องที่สามารถให้ได้ในน้องหมาที่กำลังป่วย เพื่อป้องกันการตายของพยาธิอย่างกระทันหัน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของการอุดตัน และการเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันในน้องหมาด้วยล่ะ สามารถสอบถามสัตวแพทย์เพิ่มเติมถึงโปรแกรมปกป้องที่เหมาะสมได้เลย)
    หากตรวจไม่พบการติดพยาธิหนอนหัวใจ : อย่าเพิ่งเบาใจไปล่ะ เพราะพยาธิหนอนหัวใจสามารถติดได้ง่าย ๆ เพียงแค่การโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียว อย่าลืมปกป้องน้องหมาให้ห่างไกลจากยุง และใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตตัวร้าย โดยเฉพาะพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกเดือน

    อยากให้น้องหมาปลอดภัยจากโรคพยาธิหนอนหัวใจ อย่าลืมพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกปี !

    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

  • ร้อนนี้ระวังพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่มียุงเป็นพาหะ

    ร้อนนี้ระวังพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่มียุงเป็นพาหะ


    ร้อนนี้ระวังพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่มียุงเป็นพาหะ พร้อมข้อมูลสำคัญสำหรับเจ้าของสุนัข วิธีดูแล และแนวทางป้องกันอย่างเหมาะสม

    หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ “พยาธิหนอนหัวใจ” ปรสิตร้ายที่เป็นสาเหตุของโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา แถมยังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่เจ้าของหลายคนมองข้าม แต่คุณรู้หรือไม่ ? ยิ่งอากาศร้อน ยิ่งต้องระวังโรคพยาธิหนอนหัวใจให้ดี ! เพราะอะไรถึงเป็นแบบนั้นกันนะ ?

    ทำไมหน้าร้อนถึงต้องระวังพยาธิหนอนหัวใจ ?
    เหตุผลก็คือ ช่วงฤดูร้อนเป็นฤดูที่ยุงเพิ่งผ่านพ้นภาวะจำศีลมาใหม่ ๆ ประกอบกับอากาศร้อนจะไปกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนเลือดภายในร่างกายยุงทำงานได้ดีขึ้น อัตราการเผาผลาญภายในร่างกายยุงจึงสูงตามไปด้วย พวกมันจึงหิวกระหายเลือดมากเป็นพิเศษ อาจเรียกได้ว่าฤดูร้อนเป็นฤดูที่ยุงดุที่สุดได้เลยล่ะ !

    อาการที่ต้องเฝ้าระวังในน้องหมา
    น้องหมาที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรค หรือป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจอาจแสดงอาการต่อไปนี้
    – ไอแห้ง (ไม่มีเสมหะ) ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน
    – เล่น ออกแรง หรือออกกำลังกายเป็นระยะเวลานานไม่ได้
    – หมดแรงง่าย แม้ทำกิจกรรมที่เคยทำได้เป็นประจำ
    – ซึม ไม่อยากอาหาร
    – ผอม น้ำหนักลดลง
    – ท้องกาง (ใช้นิ้วจิ้มแล้วนิ่ม สัมผัสได้ว่ามีการสะสมของน้ำภายใน)
    – หายใจหอบ
    – เหงือกซีด
    – ปัสสาวะสีน้ำตาล หรือแดงเข้ม
    – ในบางรายอาจเสียชีวิตกระทันหัน
    อ๊ะ อ๊ะ ! หากน้องหมาของคุณไม่แสดงอาการเหล่านี้ออกมาเลยก็อย่าเพิ่งเลื่อนผ่าน เพราะน้องหมาบางตัวอาจไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาให้เห็นเลยก็เป็นได้ ! ดังนั้นอย่าลืมพาน้องหมาไปทำการตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกปีเพื่อหาความเสี่ยงของการเกิดโรคด้วยล่ะ ^^

    โรคพยาธิหนอนหัวใจน่ากลัวจัง ป้องกันอย่างไรดี ? T^T
    ถึงโรคพยาธิหนอนหัวใจจะน่ากลัว แต่การป้องกันไม่ยากเลย เพียงทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
    1. ป้องกันยุง : ไม่ว่าจะด้วยการทำลายแหล่งน้ำขังซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง การกางมุ้งลวด หรือการหลีกเลี่ยงการพาน้องหมาไปในที่ที่มียุงเยอะก็เป็นการลดโอกาสการสัมผัสยุงได้เป็นอย่างดี
    2. ใช้โปรแกรมปกป้องที่ครอบคลุมการป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ : อย่าลืมใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตตัวร้ายที่ออกฤทธิ์ช่วยป้องกันการติดพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกเดือน บอกเลยว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเสริมเกราะป้องกันโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมาเลยล่ะ
    3. พาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจ : หลังจากเสริมเกราะป้องกันพยาธิหนอนหัวใจให้น้องหมาแล้ว อย่าลืมพาน้องหมาไปรับการตรวจคัดกรองพยาธิหนอนหัวใจกับสัตวแพทย์เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเริ่มตรวจได้ตั้งแต่น้องหมามีอายุมากกว่า 7 เดือนขึ้นไป เพียงเท่านี้ก็หมดกังวลเรื่องพยาธิหนอนหัวใจได้เลย !

    หน้าร้อนนี้อย่าลืมเสริมเกราะป้องกันให้น้องหมาปลอดภัยจากพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิต

    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

  • สวยใสไร้เห็บ แชร์เทคนิคป้องกันเห็บในน้องหมา

    สวยใสไร้เห็บ แชร์เทคนิคป้องกันเห็บในน้องหมา


    สวยใสไร้เห็บ แชร์เทคนิคป้องกันเห็บในน้องหมา พร้อมข้อมูลสำคัญสำหรับเจ้าของสุนัข วิธีดูแล และแนวทางป้องกันอย่างเหมาะสม

    เพราะเห็บ คือปรสิตตัวร้ายที่คอยทำลายสุขภาพน้องหมา ส่งผลให้น้องหมาเกิดอาการคัน ภาวะโลหิตจาง อีกทั้งยังเป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือดอีกด้วย
    เพื่อป้องกันอันตรายจากเห็บอย่างมีประสิทธิภาพ ในวันนี้เราจะมาแชร์เทคนิคป้องกันเห็บในน้องหมาฉบับทำได้เองจากที่บ้าน จะมีเทคนิคอะไรบ้าง ไปดูกัน !

    1. ใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตที่ได้มาตรฐาน : นับเป็นเทคนิคสำคัญที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดในปัจจุบัน และเป็นเทคนิคที่สัตวแพทย์แนะนำให้ทำเป็นประจำสม่ำเสมอ โดยโปรแกรมปกป้องเหล่านี้จะประกอบไปด้วยตัวยาที่ออกฤทธิ์ในการกำจัดเห็บ เมื่อเห็บกัดน้องหมา เห็บจะได้รับยาเข้าสู่ร่างกาย และตายในท้ายที่สุด เป็นการตัดวงจรเห็บ ป้องกันไม่ให้เห็บเพิ่มจำนวน และขยายพันธุ์ต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตมีจำหน่ายมากมายในท้องตลาด เจ้าของอย่างเราควรเลือกโปรแกรมปกป้องที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย ได้รับการรับรองจากสัตวแพทย์ และที่สำคัญมีงานวิจัยรองรับ นอกจากนี้ควรเลือกโปรแกรมปกป้องแบบที่สามารถปกป้องน้องหมาจากปรสิตชนิดอื่น ๆ ที่สามารถพบได้บ่อย ทั้งพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่มียุงเป็นพาหะ ปรสิตภายนอก เช่น เห็บ หมัด ตลอดจนปรสิตภายใน เช่น พยาธิในระบบทางเดินอาหาร ร่วมด้วย โดยควรใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำข้างฉลาก เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันที่ดีที่สุด

    2. อาบน้ำน้องหมาอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง : การอาบน้ำเป็นการทำความสะอาดร่างกาย ช่วยจำกัดเห็บออกจากตัวของน้องหมา โดยเจ้าของควรเลือกใช้แชมพูสูตรที่ออกแบบมาเพื่อน้องหมาโดยเฉพาะ เพราะผิวหนังของน้องหมามีความแตกต่างจากมนุษย์ การใช้แชมพูของมนุษย์อาจทำให้ผิวหนังของน้องหมาแห้ง เป็นที่มาของการทำลายเกราะป้องกันบนผิวหนังตามธรรมชาติ ก่อให้เกิดปัญหาขนร่วง ผิวหนังอ่อนแอ และโรคผิวหนังตามมาได้ นอกจากนี้การเลือกใช้แชมพูสูตรป้องกันเห็บ หมัด ยังควรใช้ในความถี่ที่เหมาะสม คือเดือนละ 1-2 ครั้ง เพราะการอาบน้ำน้องหมาบ่อยเกินไป อาจทำให้น้องหมามีผิวหนังที่แห้งได้เช่นกัน

    3. ดูแลความสะอาดของสิ่งแวดล้อม : เทคนิคสุดท้ายที่ช่วยให้การป้องกันเห็บในน้องหมาเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือการลดโอกาสการสะสมของเห็บในธรรมชาติ ด้วยการดูแลรักษาความสะอาดของสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะบริเวณที่น้องหมาอาศัยอยู่เป็นประจำ เจ้าของควรดูดฝุ่น หรือกวาดเอาสิ่งสกปรกออกไปให้หมด เพื่อลดการสะสมของไข่ในธรรมชาติ ตลอดจนตัดหญ้าให้สั้น และกวาดเศษใบไม้บริเวณรอบบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการหลบซ่อนของเห็บ

    สิ่งสำคัญของการป้องกันเห็บในน้องหมา คือการบูรณาการร่วมกันระหว่างการใช้โปรแกรมปกป้องอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นการดูแลจากภายใน และการอาบน้ำ การดูแลความสะอาดของสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นการดูแลจากภายนอก เพียงเท่านี้น้องหมาก็จะสวยใสไร้เห็บ หมดกังวลเรื่องเห็บไปได้เลย !

    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

  • รู้หรือไม่ ? แค่เห็บกัดก็ทำให้น้องหมาเป็นอัมพาตได้ !

    รู้หรือไม่ ? แค่เห็บกัดก็ทำให้น้องหมาเป็นอัมพาตได้ !


    รู้หรือไม่ แค่เห็บกัดก็ทำให้น้องหมาเป็นอัมพาตได้ พร้อมข้อมูลสำคัญสำหรับเจ้าของสุนัข วิธีดูแล และแนวทางป้องกันอย่างเหมาะสม

    เห็บกัดอันตรายกว่าที่คุณคิด ! เพราะการโดนเห็บกัดอาจเป็นสาเหตุของการเกิดภาวะอัมพาตขาหลังในน้องหมาได้ !
    การโดนเห็บกัดก่อให้เกิดอันตรายใดกับน้องหมาบ้าง และเราจะสามารถป้องกันภาวะดังกล่าวได้อย่างไร ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย !

    “เห็บเป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือด”
    รู้หรือไม่ ? นอกจากอาการคันแล้ว เห็บยังเป็นที่มาของการเกิดโรคพยาธิเม็ดเลือดในน้องหมาได้อีกด้วย โดยเจ้าโรคพยาธิเม็ดเลือดนี้เป็นคำเรียกรวม ๆ ของการติดเชื้อซึ่งอาศัยเม็ดเลือดของน้องหมาในการดำรงชีวิต โดยเจ้าเชื้อเหล่านี้มีมากมายหลายชนิด เช่น บาบิเซีย (Babesia) เฮปปาโตซูน (Hepatozoon) และ เออร์ลิเชีย (Ehrlichia) เป็นต้น ทั้งนี้อาการที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อที่น้องหมาได้รับเข้าสู่ร่างกาย

    “โรคพยาธิเม็ดเลือดก่อให้เกิดภาวะอัมพาตได้”
    โดยปกติแล้วพยาธิเม็ดเลือดจะเข้าไปอาศัยอยู่ภายในเม็ดเลือดของน้องหมา ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวน และก่อให้เกิดความผิดปกติตามมา แต่พยาธิเม็ดเลือดชนิดเฮปปาโตซูนมีความพิเศษกว่าพยาธิเม็ดเลือดชนิดอื่น ๆ ตรงที่พวกมันสามารถกระตุ้นให้น้องหมาเกิดความผิดปกติบริเวณขาหลัง เช่น ขาหลังอ่อนแรง กล้ามเนื้อขาหลังอักเสบ เดินกระเผลก และเกิดเป็นภาวะอัมพาตขาหลังตาม นอกจากนี้น้องหมายังอาจพบอาการมีไข้สูง ซึม เบื่ออาหาร น้ำหนักลด เกิดภาวะโลหิตจาง เยื่อเมือกซีด หากปล่อยทิ้งไว้อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยล่ะ


    “อันตรายจากเห็บป้องกันได้”
    เห็บกัดอาจนำมาซึ่งภัยร้ายมากมาย การป้องกันเห็บจึงเป็นสิ่งสำคัญ สิ่งที่เจ้าของอย่างเราสามารถทำได้ คือลดโอกาสการสะสมของเห็บในสิ่งแวดล้อม ด้วยการทำความสะอาดบ้าน โดยเฉพาะบริเวณที่น้องหมาอาศัยอยู่เป็นประจำ ตัดหญ้าบริเวณรอบบ้านไม่ให้รก เพื่อลดโอกาสการสะสมของเห็บในสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเสริมเกราะป้องกันปรสิตให้น้องหมาเป็นประจำด้วยโปรแกรมปกป้องที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และที่สำคัญสามารถออกฤทธิ์ปกป้องน้องหมาจากเห็บได้อย่างดีเยี่ยม และปิดท้ายด้วยการพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพียงเท่านี้ไม่ว่าจะภาวะอัมพาตจากการโดนเห็บกัด หรือภัยร้ายอื่น ๆ จากโรคพยาธิเม็ดเลือดก็ไม่น่ากังวลอีกต่อไป !

    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน