Category: การดูแลสุนัข

  • หอบหายใจถี่ ปล่อยไว้ดูท่าจะไม่ดี !

    หอบหายใจถี่ ปล่อยไว้ดูท่าจะไม่ดี !


    หอบหายใจถี่ ปล่อยไว้ดูท่าจะไม่ดี พร้อมข้อมูลสำคัญสำหรับเจ้าของสุนัข วิธีดูแล และแนวทางป้องกันอย่างเหมาะสม

    3 เรื่องต้องทำเหมือนน้องหมาหอบหายใจถี่
    “แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก” เสียงหอบของน้องหมาดูจะเป็นเรื่องปกติเมื่อพวกเขาออกวิ่งใช้แรงไม่หยุดในทุก ๆ วัน
    แต่เสียงหอบที่เกิดขึ้นแม้น้องหมาจะนั่งอยู่เฉย ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติจริงหรือ ?
    แท้จริงแล้ว “หอบ” คืออะไร ? ใช่การหายใจเร็วเพียงเท่านั้นหรือเปล่า ? แล้วถ้าน้องหมาหอบบ่อย เจ้าของอย่างเราควรทำอย่างไร บทความนี้มีคำตอบ !

    “หอบ” คืออะไรกันนะ ?
    “หอบ” คืออาการที่น้องหมาอ้าปาก แลบลิ้น เพื่อหายใจเอาอากาศเข้าไปในร่างกายอย่างรวดเร็ว เป็นการหายใจแบบเร็ว และตื้น โดยอัตราการหายใจในช่วงปกติเฉลี่ยมักอยู่ที่ 30-40 ครั้งต่อนาที แต่เมื่อน้องหมาหอบ น้องหมาจะมีอัตราการหายใจที่สูงกว่านี้ได้ถึง 10 เท่า (หรือประมาณ 300-400 ครั้งต่อนาที !) การหอบมักเกิดขึ้นในวันที่อากาศร้อน เมื่อน้องหมามีอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นกว่าปกติ หรือเพิ่งผ่านการออกกำลังกายมาหมาด ๆ และมักหายไปได้เองเมื่อพักผ่อนแล้ว 15-30 นาที

    3 เรื่องที่ต้องทำเมื่อน้องหมาหอบบ่อย
    1. พาน้องหมาเข้าที่ร่ม : บางครั้งการหอบ อาจเกิดจากการที่น้องหมาอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้น้องหมาเกิดภาวะที่เรียกว่า “ลมแดด” หรือ “ฮีทสโตรก” ภาวะนี้เป็นภาวะที่ร่างกายน้องหมามีอุณหภูมิสูงขึ้นผิดปกติ ส่งผลให้การทำงานของอวัยวะภายในร่างกายล้มเหลว มักพบบ่อยในวันที่อากาศร้อน หรือน้องหมาถูกขังไว้ในบริเวณที่มีอากาศร้อนเป็นระยะเวลานาน (เช่น ในรถ ในบ้าน หรือในห้องที่ไม่ได้เปิดพัดลม หรือเครื่องปรับอากาศ) หากพบน้องหมาหอบบ่อย เจ้าของควรรีบพาน้องหมาออกจากบริเวณที่มีอากาศร้อนนั้น ไปอยู่ในที่ร่มที่มีอากาศไหลผ่าน และใช้น้ำ หรือผ้าชุบน้ำเช็ดเบา ๆ ที่บริเวณอุ้งเท้า และลำตัวของน้องหมาเพื่อลดอุณหภูมิภายในร่างกาย จัดหาน้ำให้พวกเขาดื่มด้วยตนเอง (ไม่ฝืนป้อนเพื่อป้องกันการสำลักน้ำ) หากน้องหมาช็อค หมดสติ ควรรีบพาน้องหมาไปพบคุณหมอโดยด่วนเพื่อรับการรักษาต่อไป
    2. พาออกจากที่เสียงดัง คนพลุกพล่าน : นอกจากภาวะลมแดดแล้ว ในบางครั้งความเครียดจากเสียงดัง หรือการเจอผู้คนแปลกหน้าเดินพลุกผล่านไปมาอาจทำให้น้องหมาเกิดอาการหอบได้ เนื่องจากความเครียดจะไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการตื่นตัว หัวใจเต้นเร็ว น้องหมาจึงหอบ เหนื่อยจากภาวะดังกล่าว หากพบน้องหมาแสดงอาการเหล่านี้ เจ้าของควรรีบพาน้องหมาออกจากบริเวณนั้น ๆ เพื่อลดความเครียดลง
    3. พาน้องหมาไปตรวจหัวใจ : หากการหอบของน้องหมายังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน เป็นไปได้ว่าการหอบนี้อาจเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งเป็นผลมาจากความผิดปกติของหัวใจ ทั้งนี้ที่มาของโรคหัวใจในน้องหมาอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติแต่กำเนิด ความผิดปกติจากความเสื่อม หรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากปรสิต เช่น พยาธิหนอนหัวใจ เจ้าของจึงควรพาน้องหมาไปรับการตรวจหัวใจโดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญโดยละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

    “หอบหายใจถี่ ปล่อยไว้คงไม่ดี” หากพบน้องหมาแสดงอาการหอบ อย่าลืมนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ และพาน้องหมาไปรับการตรวจร่างกายกับคุณหมออย่างละเอียด เพื่อดูแลพวกเขาได้อย่างเหมาะสมต่อไป
    ลดโอกาสการเกิดโรคหัวใจอันมีสาเหตุมาจากพยาธิหนอนหัวใจตั้งแต่วันนี้

    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

  • อยู่เฉย ๆ ทำไมดูเหนื่อย

    อยู่เฉย ๆ ทำไมดูเหนื่อย


    อยู่เฉย ๆ ทำไมดูเหนื่อย พร้อมข้อมูลสำคัญสำหรับเจ้าของสุนัข วิธีดูแล และแนวทางป้องกันอย่างเหมาะสม

    3 เหตุผลที่ทำให้น้องหมาหอบเหนื่อยผิดปกติแม้อยู่ในระยะพัก
    เคยสังเกตกันไหมว่าทำไมน้องหมาแค่นอนอยู่เฉย ๆ แต่กลับหอบ เหนื่อย ดูผิดปกติ ?
    การหอบเหนื่อยแม้อยู่ในระยะพักอาจส่งผลร้ายกว่าที่เราคาดคิด เพราะอาการเหล่านี้เองอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเกิดโรคในน้องหมาได้ !
    3 เหตุผลที่ทำให้น้องหมาหอบเหนื่อยผิดปกติ มีดังนี้

    1. โรคพยาธิหนอนหัวใจ : พยาธิหนอนหัวใจ ศัตรูตัวฉกาจของน้องหมาทั่วโลก พวกมันจะอาศัยยุงเพื่อเป็นพาหะนำโรคมาสู่น้องหมา แค่การโดนยุงกัดเพียงครั้งเดียว น้องหมาก็สามารถติดพยาธิหนอนหัวใจเข้าสู่ร่างกายได้ เจ้าพยาธิเหล่านี้จะเข้าไปเจริญเติบโต และอัดแน่นกันอยู่ที่บริเวณหัวใจ และปอด ส่งผลให้หัวใจของน้องหมาเกิดความผิดปกติ น้องหมามีอาการเหนื่อยง่าย หอบบ่อย และเป็นลม ในบางครั้งอาจพบการบวมน้ำบริเวณขา และช่องท้อง เนื่องจากพยาธิหนอนหัวใจเข้าไปขัดขวางการไหลเวียนของเลือด ส่งผลให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างเพียงพอ ตลอดจนสมดุลการควบคุมของเหลวภายในร่างกายเกิดความผิดปกติ นอกจากนี้ การรักษายังเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากยาที่ใช้ฉีดเพื่อกำจัดพยาธิหนอนหัวใจก่อให้เกิดความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ซ้ำยังยังต้องฉีดเป็นระยะเวลานาน อีกทั้งการรักษายังมีความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือด และการอุดตันของพยาธิ เรียกได้ว่าพยาธิหนอนหัวใจนับเป็นปัญหาใหญ่ที่มองข้ามไม่ได้เลยทีเดียว

    2. ภาวะลมแดด หรือฮีทสโตรก : ลมแดด ภาวะอันตรายที่สามารถพบได้บ่อยโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน นับเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้น้องหมาเกิดอาการเหนื่อยง่าย และหอบบ่อยผิดปกติ เพราะการหอบ คือการระบายความร้อนตามธรรมชาติของน้องหมา โดยภาวะลมแดดนี้จะส่งผลให้อุณหภูมิภายในร่างกายน้องหมาสูงขึ้นผิดปกติ การทำงานของอวัยวะสำคัญภายในร่างกาย เช่น หัวใจ สมอง ตับ และไตล้มเหลว ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้น้องหมาช็อค และเสียชีวิตได้ เมื่อพบว่าน้องหมาเริ่มหอบแม้จะนั่งอยู่เฉย ๆ ในวันที่อากาศร้อน ควรรีบพาน้องหมาเข้าที่ร่ม มีลมพัดผ่าน และอากาศไม่ร้อน ตลอดจนใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดเข้าที่บริเวณอุ้งเท้า และลำตัวเพื่อช่วยลดอุณหภูมิร่างกายลงอย่างช้า ๆ เพียงเท่านี้อาการของน้องหมาก็จะทุเลาลงแล้วล่ะ

    3. ความเครียด : รู้หรือไม่ ? ความเครียดก็ทำให้น้องหมาหอบเหนื่อยได้เหมือนกันนะ นั่นเป็นเพราะเมื่อน้องหมาเครียด ร่างกายจะถูกกระตุ้นให้ร่างกายเกิดความตื่นตัว หัวใจเต้นเร็ว น้องหมาจะเกิดอาการหายใจเร็ว หอบ เหนื่อย น้ำลายไหล น้องหมาบางตัวอาจเกิดอาการอุจจาระ และปัสสาวะราดได้เลยล่ะ โดยการหอบเหนื่อยจากความเครียดนี้มักเกิดขึ้นจากการกระตุ้นของสภาพแวดล้อม เช่น ได้ยินเสียงดังจากพลุ หรือประทัด การต้องไปสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย หรือการโดนทำร้ายร่างกาย เป็นต้น ซึ่งการที่น้องหมาต้องประสบกับความเครียดแบบนี้ในระยะยาวอาจส่งผลให้พวกเขามีปัญหาทางด้านพฤติกรรม และสุขภาพร่างกาย เนื่องจากความเครียด คือหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ลดลงนั่นเอง

    “น้องหมาหอบเหนื่อย แม้นั่งพักอยู่เฉย ๆ”
    เรื่องเล็ก ๆ ที่อาจเป็นสัญญาณของปัญหาแสนยิ่งใหญ่
    ดูแลน้องหมาของคุณให้ดีตั้งแต่วันนี้ หมั่นคอยสังเกตพฤติกรรมของพวกเขาอยู่เสมอ และพาไปตรวจสุขภาพกับคุณหมอเป็นประจำ เพียงเท่านี้ก็ปลอดภัยหายห่วง
    สำหรับใครที่กำลังมองหาโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากความเจ็บป่วย โดยเฉพาะความเจ็บป่วยจากโรคพยาธิหนอนหัวใจ

    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

  • อะไรซ่อนอยู่ในอึ ?

    อะไรซ่อนอยู่ในอึ ?


    อะไรซ่อนอยู่ในอึ พร้อมข้อมูลสำคัญสำหรับเจ้าของสุนัข วิธีดูแล และแนวทางป้องกันอย่างเหมาะสม

    อะไรซ่อนอยู่ในอึ ?

    อึน้องหมาบอกอะไรเราได้บ้าง ?
    “อึ” ก้อนสิ่งปฏิกูลที่ใครหลายคนมองข้าม แต่รู้หรือไม่ ? อึมีประโยชน์มากกว่าที่เราคิด !
    อึน้องหมาที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร ? และอึบอกอะไรเราได้บ้าง ? ถ้าอยากรู้ไปดูกัน !

    อึที่ดีเป็นอย่างไร ?
    อึ คือของเสีย หรือกากของอาหารที่ผ่านการย่อยและดูดซึมจนไม่สามารถย่อยต่อไปได้ น้องหมาจะขับออกจากร่างกายผ่านทางการอุจจาระ โดยลักษณะของอึที่ดีควรที่จะไม่แข็ง ไม่เละ ไม่เหลว เป็นก้อน เก็บได้ง่าย ไม่เลอะเทอะหรือเหลวเป็นน้ำ นอกจากนี้ยังควรมีสีคล้ายกับอาหารที่น้องหมาได้กินเข้าไป ไม่มีสิ่งแปลกปลอมเจือปน เช่น พยาธิ ไข่พยาธิ เลือดสด หรือเศษชิ้นส่วนที่ไม่ควรอยู่ในอาหาร

    อึบอกอะไรเราได้บ้าง ?
    1. พยาธิในระบบทางเดินอาหาร : พยาธิในระบบทางเดินอาหารมีหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นพยาธิตัวกลม หรือพยาธิปากขอ พยาธิเหล่านี้จะเจริญเติบโตภายในระบบทางเดินอาหารโดยเฉพาะบริเวณลำไส้เล็ก ใช้ปากเกาะเพื่อดูดเลือดของน้องหมาเป็นอาหาร ส่งผลให้ร่างกายน้องหมาอ่อนแอ ร่างกายซูบผอม ระบบภูมิคุ้มกันแย่ลง เกิดเลือดออกในทางเดินอาหาร หากปล่อยทิ้งไว้นานไปอาจเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อน และเสียชีวิตได้ พยาธิเหล่านี้จะสืบพันธุ์ภายในร่างกายน้องหมา ปล่อยไข่ออกมากับอุจจาระ ในบางครั้งพยาธิตัวแก่อาจหลุดติดออกมากับอุจจาระได้ คุณหมอจะใช้อึเพื่อเป็นตัวอย่างในการตรวจหาไข่ และตัวพยาธิเพื่อวางแผนการรักษาต่อไป
    2. ภาวะท้องผูก ท้องเสีย : ลักษณะของอึ ตลอดจนพฤติกรรมการอึของน้องหมาเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ช่วยให้คุณหมอสามารถตรวจวินิจฉัยภาวะท้องผูก หรือท้องเสียได้ โดยคุณหมอจะทำการตรวจดูความเหลวของก้อนอึ ลักษณะรูปร่าง ปริมาณ สี กลิ่น และความถี่ของการอึเพื่อระบุอาการ จากนั้นจะทำการตรวจโดยละเอียดโดยการการส่องกล้องตรวจดูอุจจาระ ใช้ชุดตรวจหาพยาธิในระบบทางเดินอาหาร หรือตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุตามความเหมาะสมต่อไป
    3. แผลในทางเดินอาหาร : นอกจากพยาธิ และภาวะท้องผูก ท้องเสียแล้ว อึยังสามารถบ่งบอกการเกิดแผลในทางเดินอาหารได้อีกด้วย เนื่องจากน้องหมาที่เกิดแผลในทางเดินอาหารมักมีเลือดปนออกมากับอึ โดยเลือดที่ปนออกมาสามารถสังเกตได้ 2 ลักษณะ คือ เลือดสด และเลือดสีดำ ความแตกต่างของเลือดทั้งสองแบบนี้ คือ เลือดสด เป็นเลือดที่ไหลจากทางเดินอาหารส่วนปลาย (ตั้งแต่ลำไส้เล็กเป็นต้นไปจนถึงทวารหนัก) และเลือดสีดำ เป็นเลือดที่ไหลจากทางเดินอาหารส่วนต้น (ตั้งแต่ปากไปจนถึงกระเพาะอาหาร) และถูกน้ำย่อยในกระเพาะอาหารย่อยจนกลายเป็นสีดำ เมื่อพบเลือดดังกล่าวปนมากับอึ ควรรีบพาน้องหมาไปรับการตรวจกับคุณหมอโดยละเอียดเพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

    อึของน้องหมามีประโยชน์มากกว่าที่เราคิด อย่าลืมสังเกตอึน้องหมาทุกครั้งเพื่อดูแลสุขภาพของพวกเขาได้อย่างเหมาะสมต่อไป

    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

  • เลี้ยงปล่อย อย่าปล่อยปะ ! เรื่องเข้าใจผิดที่เจ้าของมักมองข้าม !

    เลี้ยงปล่อย อย่าปล่อยปะ ! เรื่องเข้าใจผิดที่เจ้าของมักมองข้าม !


    เลี้ยงปล่อย อย่าปล่อยปะ เรื่องเข้าใจผิดที่เจ้าของมักมองข้าม พร้อมข้อมูลสำคัญสำหรับเจ้าของสุนัข วิธีดูแล และแนวทางป้องกันอย่างเหมาะสม

    เลี้ยงปล่อย อย่าปล่อยปะ ! เรื่องเข้าใจผิดที่เจ้าของมักมองข้าม !
    การเลี้ยงน้องหมาแบบให้อิสระ หรือเลี้ยงระบบเปิด เป็นหนึ่งในวิธีการเลี้ยงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะเป็นการเลี้ยงที่เลียนแบบพฤติกรรมตามธรรมชาติของน้องหมาแล้ว ยังเป็นการเลี้ยงที่ช่วยให้น้องหมาได้เกิดการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามช่วงวัยอีกด้วย


    แต่คุณรู้หรือไม่ !? การเลี้ยงน้องหมาแบบปล่อยยังคงมีหลายเรื่องที่เจ้าของอย่างเราเข้าใจผิด และเผลอมองข้าม ! จะมีอะไรบ้างไปดูกัน !

    1. แค่อาบน้ำอย่างเดียวก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องป้องกันปรสิต : นับเป็นหนึ่งในความเข้าใจผิดที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพกับน้องหมาเป็นอย่างมาก เจ้าของหลายท่านมักเข้าใจว่าการอาบน้ำเป็นการชะล้างเอาปรสิตให้หลุดไปจากตัวน้องหมา การใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายจึงเป็นสิ่งไม่จำเป็น แต่ความจริงแล้วปรสิตร้ายไม่เพียงแต่อาศัยอยู่บนตัวน้องหมา ส่วนหนึ่งของพวกมันยังคงแฝงอยู่กับสิ่งแวดล้อม รอวันที่จะกระโดดขึ้นมาทำร้ายน้องหมาอยู่ในทุก ๆ เมื่อ นอกจากนี้ปรสิตภายในบางชนิด เช่น พยาธิหนอนหัวใจ และพยาธิทางเดินอาหารยังไม่สามารถป้องกันจากการอาบน้ำได้อีกด้วย ดังนั้นไม่ว่าจะอาบน้ำน้องหมาบ่อยแค่ไหน หรือจะใช้แชมพูสูตรป้องกันปรสิตอย่างไร ก็อย่าลืมใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิตเป็นประจำด้วยล่ะ !

    2. ปรสิต ไม่เจอ แปลว่าไม่มี : เจ้าของหลายท่านอาจเข้าใจผิด คิดว่าการไม่เจอปรสิตบนร่างกายน้องหมา แปลว่าน้องหมาปลอดภัย ไร้ปรสิต แต่แท้จริงแล้ว ปรสิตที่เราพบเห็นบนตัวน้องหมาคิดเป็นเพียง 5% ของปรสิตทั้งหมดที่แอบซ่อนอยู่ในสิ่งแวดล้อมเพียงเท่านั้น อีก 95% ที่เหลือของพวกมันแอบซ่อนอยู่ตามซอกหลืบ พื้นบ้าน หรือบริเวณที่น้องหมาอยู่อาศัย และสามารถกระโดดขึ้นมาทำร้ายน้องหมาได้ทุกเมื่อ ดังนั้นอย่าลืมใช้โปรแกรมป้องกันปรสิตทั้งภายนอก และภายใน โดยใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำในฉลากเพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันที่ดีที่สุด

    3. เลี้ยงน้องหมาตัวเดียวในบ้าน ไม่จำเป็นต้องป้องกันปรสิต : ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงน้องหมาเพียงตัวเดียวในบ้าน โดยที่ไม่ปล่อยให้น้องหมาออกไปเจอเพื่อนหมาตัวอื่น ๆ หรือจะเป็นการเลี้ยงน้องหมาในระบบปิดที่ไม่ปล่อยให้น้องหมาออกไปสัมผัสกับอันตรายภายนอกบ้าน การเลี้ยงน้องหมาแบบไหน ๆ ก็ยังคงจำเป็นต้องป้องกันปรสิตอย่างต่อเนื่อง เพราะปรสิต ไม่ได้มาจากเพื่อนน้องหมาด้วยกันเอง หรือสิ่งแวดล้อมภายนอกเพียงเท่านั้น ในบางครั้งพวกมันอาจย่างกรายเข้ามาหาน้องหมาภายในบ้านได้เองโดยที่เราไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นยุง พาหะของพยาธินหนอนหัวใจที่บินเข้ามากัดน้องหมาได้ทุกเมื่อ เห็บ หมัด หรือปรสิตภายนอกชนิดอื่น ๆ ที่ติดตัวเจ้าของเข้ามาวางไข่ และอาศัยบนตัวน้องหมาได้โดยที่เราไม่รู้ตัว หรือจะเป็นไข่ของพยาธิภายในที่ปนเปื้อนมากับชาม น้ำ อาหาร หรือแม้กระทั่งของเล่นของน้องหมา การป้องกันปรสิตอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ละเลยไม่ได้เลยล่ะ

    4. เจอเห็บ หมัด แค่บี้ก็จบ : เจ้าของหลายท่านยังคงติดภาพความทรงจำเก่า ๆ ที่ว่าการดึงเห็บ หมัดออกจากตัวน้องหมาเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการกำจัดปรสิต แต่แท้จริงแล้ว การดึงเห็บ หมับออกมาบี้เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะปรสิตเหล่านี้ล้วนซ่อนอยู่มากมายทั้งบนตัวน้องหมา และในสิ่งแวดล้อม ถึงเราจะไล่บี้จำกัดออกไปแค่ไหน ปรสิตเหล่านี้ก็ไม่มีวันหมด (และอาจทำให้น้องหมาเกิดอาการผิวหนังอักเสบได้อีกด้วย !) อีกทั้งการบี้เห็บ หมัดยังไม่สามารถทำอันตรายใด ๆ กับเหล่าปรสิตภายใน เช่น พยาธิ ได้ วิธีการที่ถูกต้องจึงเป็นการดูแลรักษาความสะอาดสิ่งแวดล้อม ร่วมไปกับการใช้โปรแกรมป้องกันปรสิตที่สามารถปกป้องได้ทั้งปรสิตภายใน และภายนอก โดยเฉพาะปรสิตที่มีความอันตราย และสามารถพบเจอได้บ่อย เช่น พยาธิหนอนหัวใจ หมัด เห็บ และพยาธิทางเดินอาหาร โดยใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันที่ดีที่สุด

    “เลี้ยงปล่อย อย่าปล่อยปะ” ดูแลน้องหมาของคุณให้ถูกต้องตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีของพวกเขากันเถอะ !

    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน

  • เลี้ยงนอกบ้าน หรือ เลี้ยงในบ้าน ?

    เลี้ยงนอกบ้าน หรือ เลี้ยงในบ้าน ?


    เลี้ยงนอกบ้าน หรือ เลี้ยงในบ้าน พร้อมข้อมูลสำคัญสำหรับเจ้าของสุนัข วิธีดูแล และแนวทางป้องกันอย่างเหมาะสม

    เลี้ยงนอกบ้าน หรือ เลี้ยงในบ้าน ?

    ระบบเปิด vs ระบบปิด เลี้ยงน้องหมาระบบไหนดีกว่ากัน ?
    เชื่อว่าเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับใครที่กำลังวางแผนเลี้ยงน้องหมาว่า “การเลี้ยงน้องหมาในระบบเปิด หรือระบบปิด เลี้ยงแบบไหนดีกว่ากัน ?”
    วันนี้เราจะมาบอกข้อดี ข้อเสียของการเลี้ยงแต่ละแบบ และเทคนิคการเลี้ยงน้องหมาให้สุขภาพดี จะมีอะไรบ้างไปดูกัน !

    ระบบเปิด : “เผชิญโลก เสริมการเรียนรู้”
    การเลี้ยงน้องหมาระบบเปิด คือการเลี้ยงโดยให้อิสระกับพวกเขาได้ออกไปเผชิญกับโลกภายนอก ได้สำรวจ และวิ่งเล่นในทุ่งหญ้า ได้เห็นสภาพแวดล้อมที่นอกเหนือจากภายในบ้าน เป็นแนวคิดที่มีความใกล้เคียงกับพฤติกรรมตามธรรมชาติของพวกเขา ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน
    ข้อดี : การเลี้ยงน้องหมาในระบบเปิดจะช่วยให้พวกเขาเกิดการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามช่วงวัย เพราะการได้ออกไปสำรวจโลกภายนอกจะกระตุ้นให้น้องหมาได้พบเจอกับสิ่งใหม่ ๆ และคุ้นเคยกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว พวกเขาจะมีความสุข และสนุกกับการใช้ชีวิต เรียกได้ว่าการเลี้ยงในระบบเปิดคือการให้อิสระพวกเขาได้ออกไปใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ในแบบที่พวกเขาอย่างใช้เลยล่ะ
    ข้อเสีย : การออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านอาจทำให้น้องหมาเสี่ยงต่อการพบเจอกับอันตรายรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นอันตรายจากปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิต ทั้งพยาธิหนอนหัวใจที่มียุงเป็นพาหะ (การโดนยุงกัดเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาติดพยาธิหนอนหัวใจได้แล้ว !) หมัด เห็บ และพยาธิทางเดินอาหาร ตลอดจนอุบัติเหตุต่าง ๆ รอบตัว การเลี้ยงน้องหมาในระบบเปิดจึงจำเป็นต้องอาศัยความใส่ใจในการดูแล และความระมัดระวังจากเจ้าของเป็นอย่างมาก

    ระบบปิด : “ลดความเสี่ยง เน้นความสบายใจ”
    การเลี้ยงน้องหมาระบบปิด คือการเลี้ยงพวกเขาโดยจำกัดบริเวณให้อยู่แค่ภายในบ้าน เป็นหนึ่งในรูปแบบการเลี้ยงที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะชาวกรุงฯ ที่เลี้ยงน้องหมาภายในคอนโด อีกทั้งยังเป็นแนวคิดที่เชื่อว่าสามารถลดโอกาสการสัมผัสกับความเสี่ยงจากอันตรายรอบตัวได้อีกด้วย
    ข้อดี : การเลี้ยงแบบจำกัดบริเวณย่อมเป็นการลดโอกาสการสัมผัสกับอันตรายรอบตัวไม่ว่าจะเป็นจากเชื้อโรค ปรสิต หรือแม้กระทั่งอุบัติเหตุ (แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสพบเจอเลยนะ) นอกจากนี้ยังเป็นการทำให้น้องหมา และเจ้าของได้ใช้เวลาร่วมกัน เสริมสร้างความสนิทสนมได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ
    ข้อเสีย : การเลี้ยงน้องหมาให้อยู่แค่ภายในบ้านเป็นการลดโอกาสการพบเจอสิ่งต่าง ๆ รอบตัว น้องหมาอาจกลัว หรือตกใจเมื่อต้องออกไปเจอกับโลกภายนอก ส่งผลให้น้องหมาอาจมีปัญหาด้านพฤติกรรม เช่น ดุร้ายเมื่อพบเจอคนแปลกหน้า เครียดเมื่อต้องออกนอกบ้าน หรือแม้กระทั่งไม่สามารถเข้ากับเพื่อน ๆ น้องหมาด้วยกันได้ นอกจากนี้การอยู่ในที่แคบอาจทำให้น้องหมาได้ออกกำลังกาย และใช้แรงน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพตามมาได้

    ทั้งการเลี้ยงในระบบเปิด และระบบปิดต่างมีข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกัน เจ้าของอย่างเราสามารถเลือกได้ตามความสะดวก และเหมาะสมได้เลย
    แต่ช้าก่อน !
    หากคุณกำลังตัดสินใจจะเลี้ยงน้องหมาในระบบปิด เพราะคิดว่าเลี้ยงระบบปิดไม่มีโอกาสพบเจอกับปรสิต เพราะ “เลี้ยงแบบไหนก็มีโอกาสพบเจอปรสิตได้เหมือนกัน”
    โดยเจ้าปรสิตร้ายสามารถเข้ามาทำอันตราย และแอบซ่อนตัวแฝงอยู่ได้ในทุก ๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็นการติดโดยบังเอิญจากเจ้าของ หรือการย่างกรายเข้ามาเองของเจ้าปรสิต (โดยเฉพาะยุง พาหะของพยาธิหนอนหัวใจที่บินเข้ามาดูดเลือดได้ตลอดเวลา) ดังนั้น อย่าลืมเสริมเกราะป้องกันปรสิตให้น้องหมาเป็นประจำ ไม่ว่าจะเลี้ยงน้องหมาในระบบไหน

    🐶 ดูแลน้องหมาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต ปลอดภัยทั้งภายนอกและภายใน สำหรับสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นประจำทุกเดือน

    🎯 Simple Protection Triple Action ผสาน 3 พลัง อีกขั้นของการปกป้อง ดูแลง่าย ปลอดภัย อุ่นใจยกบ้าน
    ดูแลป้องกันปรสิตร้ายทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ปรสิตภายนอก (หมัด เห็บ ไร) พยาธิหนอนหัวใจ-พยาธิปอด และพยาธิทางเดินอาหาร

    #SimpleProtection #TripleAction #ผสาน3พลัง #อีกขั้นของการปกป้อง #ดูแลง่าย #ปลอดภัย #อุ่นใจยกบ้าน