เคล็ดลับปกป้อง

ข้อมูล คำแนะนำ และเคล็ดลับการดูแลสุนัขจากสัตวแพทย์ เพื่อช่วยให้คุณดูแลสุนัขแสนรักให้สุขภาพแข็งแรง มีความสุข และอยู่กับคุณไปนานๆ

บทความล่าสุด

  • 3 ระดับ หายนะอาการคันจากปรสิตในน้องหมาเช็คด่วน ! น้องหมาของคุณอยู่ระดับไหน !?

    อาการคันของน้องหมาไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่ควรมองข้าม ! 😫เพราะเจ้าปรสิตตัวร้ายภายนอก ไม่ว่าจะเป็นเห็บ หมัด หรือไร ล้วนเป็นตัวการสำคัญที่คอยกัดกินและทำลายผิวสวย ๆ ของลูกรัก 😢วันนี้เรามา “จับพิรุธ” เช็กอาการคัน 3 ระดับความหายนะกันว่าน้องหมาที่บ้านกำลังส่งสัญญาณเตือนในระดับไหนอยู่กันนะ ! 😱 🚨 เช็กด่วน ! 3 ระดับหายนะอาการคันจากปรสิตในน้องหมา 🐶 🟢 ระดับที่ 1: ผิวหนังแดง คัน เริ่มเกา (ระดับเริ่มต้น) 😰🚨อาการ: น้องหมาจะเริ่มใช้เท้าเกา แทะ หรือเลียผิวหนังบ่อยผิดปกติ เมื่อแหวกขนดูจะพบว่าผิวหนังเริ่มมีสีชมพูเข้มถึงแดงระเรื่อ พบได้บ่อยบริเวณที่ผิวหนังบอบบาง โดยเฉพาะบริเวณโคนหาง หน้าท้อง หรือหลังหู🧡 วิธีการรับมือ: นี่คือสัญญาณเตือนระยะแรกของปัญหาผิวหนังจากปรสิตในน้องหมา ต้องรีบตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ด้วยการหาทางกำจัดและป้องกันปรสิตทันทีด้วยโปรแกรมป้องกันที่มีประสิทธิภาพอย่าง Simple Protection For Dog ที่สัตวแพทย์ให้การแนะนำ ก่อนที่อาการจะรุนแรงมากขึ้น 🟡 ระดับที่ 2: ขนร่วง ขนแหว่ง เริ่มเป็นแผล (ระดับกลาง)…

    อ่านต่อ  ‣: 3 ระดับ หายนะอาการคันจากปรสิตในน้องหมาเช็คด่วน ! น้องหมาของคุณอยู่ระดับไหน !?
  • สนุกกลางฝน… แต่จบด้วยผิวพังคันคะเยอ! เผย 3 ตัวการร้าย และวิธีล็อกผิวสวย ปลอดภัยตลอดหน้าฝน

    สนุกกลางฝน… แต่จบด้วยผิวพังคันคะเยอ! เมื่อความสนุกกลางสายฝน… แลกมาด้วยอาการคันคะเยอและโรคผิวหนังสุดแสนทรมาน 😱หน้าฝนแบบนี้ เจ้าของหลายท่านอาจจะยอมใจอ่อนปล่อยให้น้องหมาออกไปวิ่งเล่นลุยน้ำฝนชุ่มฉ่ำ 💦 ยิ่งเห็นพวกเขาร่าเริงสะบัดขนก็ยิ่งมีความสุขกันอยู่ใช่ไหม ? 😂แต่รู้หรือไม่ว่าความสนุกชั่วครู่ในช่วงหน้าฝนนี้ อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้าย ที่มาของโรคผิวหนังในน้องหมา ! 😱 วันนี้เราจะพาไปเจาะลึก 3 สาเหตุตัวการที่ทำให้ผิวน้องหมาพังในช่วงหน้าฝนกัน มีอะไรบ้าง ไปดูกัน ! 🔍 3 ตัวการร้าย ทำลายผิวสวยช่วงหน้าฝน 🌧️ 📍 ความชื้นสะสม เชื้อรา และยีสต์บุกรุก 🌧️👉🏻 เมื่อน้องหมาตากฝนหรือลุยน้ำท่วมขัง ความชื้นจะสะสมอยู่ใต้เส้นขนหนา ๆ หรือข้อพับ โดยเฉพาะบริเวณง่ามนิ้วเท้า ใต้ท้อง และรอบใบหูหากเป่าไดร์ไม่แห้งสนิท สภาพแวดล้อมที่อับชื้นนี้จะกลายเป็นที่เจริญเติบโตชั้นยอดของเชื้อราและยีสต์ 😱ส่งผลให้น้องหมามี ผิวหนังอักเสบ แดง มีตุ่มหนอง คันคะเยอ และส่งกลิ่นเหม็นอับ โชยออกมาอย่างชัดเจน 😫 📍 เห็บ หมัด ไร ชุกชุมในสิ่งแวดล้อม 🕷️👉🏻 การปล่อยให้น้องหมาออกไปลุยน้ำ ลุยดิน ลุยหญ้าหลังจากฝนตก…

    อ่านต่อ  ‣: สนุกกลางฝน… แต่จบด้วยผิวพังคันคะเยอ! เผย 3 ตัวการร้าย และวิธีล็อกผิวสวย ปลอดภัยตลอดหน้าฝน
  • หน้าฝน… ช่วงเวลาทอง ของ “ปรสิต” ตัวร้าย!

    เมื่อสายฝนมาเยือน… ภัยเงียบตัวร้ายก็พร้อมจู่โจมลูกรักของคุณแบบยกบ้าน ! 😱เข้าสู่ช่วงหน้าฝนแบบนี้ สิ่งที่คุณหมอมักจะเจอเป็นประจำที่โรงพยาบาลสัตว์คือ จำนวนเคสสัตว์เลี้ยงที่เจ็บป่วยจากพวกปรสิตพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ 😱เจ้าของหลายท่านมักเข้าใจผิดว่าฝนตกชุ่มฉ่ำแบบนี้ปรสิตน่าจะโดนน้ำชะล้างไปหมด 💦แต่ในความจริงแล้ว “ฤดูฝนคือช่วงเวลาชุกชุมของเหล่าปรสิต” ที่พร้อมจะขยายพันธุ์และเข้ามาทำร้ายสัตว์เลี้ยงของเราได้ง่ายที่สุด 😈 วันนี้คุณหมอเลยอยากมาแชร์ 3 เหตุผลสำคัญที่คุณไม่ควรละเลยการป้องกันในช่วงนี้มีอะไรบ้าง ไปดูกัน ! 💪🏻 🔍 ทำไมฤดูฝน ปรสิตถึงระบาดหนักกว่าปกติ ? 👉🏻 อุณหภูมิและความชื้นเป็นใจ เอื้อต่อการเติบโต 💦ปรสิตตัวร้ายทั้งภายนอกและภายใน ไม่ว่าจะเป็นเห็บ หมัด ไร หรือแม้แต่ไข่พยาธิใน จะเจริญเติบโตและฟักตัวได้ดีที่สุดในสภาพแวดล้อมที่ “อุ่นและมีความชื้นสูง”ความแฉะของพื้นดินและใบหญ้าในช่วงหน้าฝนจึงเปรียบเสมือนสวรรค์ที่ช่วยให้ประชากรปรสิตเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็ว 👉🏻 แหล่งน้ำขังเพิ่มขึ้น ยุงเพาะพันธุ์ดี 🦟ฝนตกนำมาซึ่งปัญหาน้ำขังตามแอ่งดิน กระถางต้นไม้ หรือจานรองต่าง ๆ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นยอดของ “ยุง”เมื่อยุงชุกชุม ความเสี่ยงที่น้องหมาจะโดนยุงกัดก็สูงขึ้นตามไปด้วยซึ่งยุงนี่เองที่เป็นพาหะนำโรคร้ายแรงถึงชีวิตอย่าง “โรคพยาธิหนอนหัวใจ” ที่เจ้าของหลายท่านละเลย 👉🏻 เลี้ยงระบบปิดก็ไม่รอด ชะล่าใจเว้นการป้องกันเจ้าของหลายท่านคิดว่าหน้าฝนไม่ได้พาน้องหมาน้องแมวออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน นอนอยู่แต่ในบ้านแอร์ฉ่ำ ๆ เลย “เว้น” การให้โปรแกรมป้องกันปรสิตไปก่อนแต่ความจริงคือ ตัวอ่อนและไข่ของปรสิตในสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ บ้านกำลังเติบโตได้ดีมากหมัดสามารถกระโดดลอดใต้ประตู ยุงสามารถบินขึ้นตึกหรือเข้าบ้านมากัดน้องได้…

    อ่านต่อ  ‣: หน้าฝน… ช่วงเวลาทอง ของ “ปรสิต” ตัวร้าย!

  • ฤดูฝนนี้ ระวังเห็บระบาด !

    ไขข้อสงสัย ทำไมเห็บระบาดช่วงหน้าฝน 🌧 ฝนตกแบบนี้ อย่าลืมป้องกันเห็บให้น้องหมา เพราะช่วงฤดูฝน คือช่วงฤดูที่มีเห็บระบาดแบบสุด ๆ ! 😱สาเหตุที่ฤดูฝน เป็นฤดูที่มีการแพร่ระบาดของเห็บมากที่สุด เป็นเพราะ 📍 ความชื้นส่งผลให้เห็บเพิ่มจำนวนได้มากขึ้น 💧เพราะเห็บมีการเพิ่มจำนวนในสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นพื้นดิน ซอก มุม หรือแม้กระทั่งภายในบ้าน โดยเห็บตัวเมียเพียงตัวเดียวสามารถออกไข่ได้มากถึง 4,000 ฟอง และไข่เหล่านั้นจะใช้เวลาเพียงไม่กี่วันในการฟักตัว ซึ่งความชื้น นับเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ไข่เห็บเกิดการฟักตัวได้ง่ายขึ้น ด้วยเหตุนี้เองช่วงหน้าฝนที่มีความชื้นสูงจึงสามารถพบเห็บได้มากกว่าฤดูอื่น ๆ นั่นเอง 📍 น้องหมาชอบลุยฝน และได้รับไข่เห็บมากับหยดน้ำบนยอดหญ้าโดยไม่รู้ตัว 🐕ฝนตกชุ่มฉ่ำแบบนี้ ใครล่ะจะอดใจไหว ! โดยเฉพาะน้องหมาที่ชอบเล่นน้ำฝน ชอบลุยโคลนเป็นชีวิตจิตใจยิ่งยากที่จะห้ามใจอยู่ ด้วยเหตุนี้เอง น้องหมาที่ชอบลุยฝนจึงมักได้รับไข่เห็บที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะไข่เห็บที่ติดมากับหยดน้ำบนยอดหญ้าโดยไม่รู้ตัว เมื่อเข้ามาภายในบ้าน ถึงแม้เจ้าของจะเช็ดตัวให้น้องหมาจนแห้งสนิทแล้ว แต่ไข่เห็บเหล่านั้นก็ยังติดอยู่กับผ้าเช็ดตัวของน้อง ๆ รอวันที่จะฟักตัวออกมา และกระโดดขึ้นสู่ร่างกายน้องหมาได้ทุกเมื่อ รู้แบบนี้แล้ว อย่าลืมป้องกันเห็บให้น้องหมาอยู่เสมอ เพราะการป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่าการตามมารักษาในภายหลัง (ขอแอบกระซิบว่าการโดนเห็บกัดเสี่ยงต่อโรคร้ายหลายโรค ทั้งโรคพยาธิเม็ดเลือด และโรคผิวหนัง อย่ารอให้น้องหมาป่วยเลยจะดีกว่า !) เคล็ดลับป้องกันเห็บในหน้าฝนสามารถทำได้ง่าย ๆ…

  • แชร์ 5 เคล็ด(ไม่)ลับ

    มาป้องกันเห็บในหน้าฝนกันเถอะ ! 🌧️เพราะความชื้น คือตัวการสำคัญที่ทำให้เห็บเกิดการแพร่ระบาดได้ง่ายในหน้าฝน เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน สิ่งที่เจ้าของสุนัขหลายคนต้องกังวลก็คือ “เห็บ–หมัด” ศัตรูตัวร้ายที่มักระบาดหนักเป็นพิเศษในช่วงนี้เนื่องจากสภาพอากาศชื้นและเย็นเอื้อต่อการขยายพันธุ์ของพวกมันเป็นอย่างมาก เห็บหมัดไม่ได้สร้างเพียงความรำคาญให้น้องหมาแต่ยังเป็นพาหะนำโรคที่อันตราย เช่น โรคพยาธิในเม็ดเลือด ที่สามารถทำให้สุนัขอ่อนแรง ซีด และถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี การป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งที่เจ้าของควรทำอย่างจริงจัง และนี่คือ 5 เคล็ด(ไม่)ลับ ที่ช่วยป้องกันเห็บหมัดในหน้าฝนให้ได้ผลอย่างครอบคลุม 1. รักษาความสะอาดบ้านและที่อยู่อาศัย 🏠✨แม้เราจะเห็นเห็บเกาะตามตัวสุนัข แต่ในความจริงแล้ว ไข่และตัวอ่อนจำนวนมากมักซ่อนตัวอยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบบ้าน ไม่ว่าจะเป็นพรม โซฟา ที่นอนสัตว์เลี้ยง หรือมุมอับชื้น หากไม่กำจัดให้หมด วงจรการแพร่พันธุ์ก็จะไม่สิ้นสุด ดังนั้นเจ้าของจึงควรหมั่นทำความสะอาดบ้านอย่างละเอียด ดูดฝุ่นตามซอกมุมและเฟอร์นิเจอร์เป็นประจำ ซักที่นอนและผ้าห่มของสุนัขทุกสัปดาห์ รวมถึงใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยงเพื่อกำจัดเชื้อโรคและตัวปรสิตที่อาจหลงเหลืออยู่ วิธีนี้จะช่วยลดจำนวนเห็บหมัดและป้องกันการฟักตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. อาบน้ำและดูแลขนน้องหมาเป็นประจำ 🛁🐾ความเปียกชื้นที่ติดอยู่บนผิวหนังและเส้นขนหลังเล่นน้ำฝนหรือเดินลุยสนามเปียก คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เห็บเจริญเติบโตได้รวดเร็ว การอาบน้ำอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นการลดความเสี่ยงในตัวเองควรเลือกแชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดการสะสมของปรสิต และหลังอาบน้ำควรเช็ดหรือเป่าขนให้แห้งสนิททุกครั้ง การแปรงขนก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เจ้าของสังเกตได้ว่าสุนัขมีเห็บหมัดเกาะอยู่หรือไม่ รวมถึงช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและทำให้ผิวหนังแข็งแรงมากขึ้นได้อีกด้วย 3. ดูแลสนามหญ้าและพื้นที่รอบบ้าน 🌿✂️นอกจากตัวบ้านแล้ว บริเวณรอบบ้านก็เป็นพื้นที่เสี่ยงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะสนามหญ้าที่รกและมีความชื้นสูง มักเป็นแหล่งอาศัยและเพาะพันธุ์ชั้นดีของเห็บหมัดการตัดหญ้าอย่างสม่ำเสมอ กำจัดวัชพืช และเก็บกวาดเศษใบไม้ที่เปียกชื้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการป้องกัน…

  • เห็บกัดระวังพยาธิเม็ดเลือด !

    โรคร้ายที่แฝงมากับเห็บ ปล่อยไว้อันตรายถึงชีวิต ! รู้หรือไม่ !? เห็บกัดไม่ใช่แค่คัน แต่ยังนำโรคร้ายอย่าง “โรคพยาธิเม็ดเลือด” มาสู่น้องหมาได้อีกด้วย ! 😱 🩸 โรคพยาธิเม็ดเลือดเกิดจากอะไรกันนะ ? 🐶โรคพยาธิเม็ดเลือดเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งซึ่งมี “เห็บ” เป็นพาหะ โดยน้องหมาจะได้รับเชื้อชนิดนี้ผ่านทางการโดนเห็บกัด สามารถพบได้บ่อยในน้องหมาที่ไม่ได้รับการป้องกันปรสิตอย่างสม่ำเสมอ หรือใช้โปรแกรมป้องกันปรสิตที่ไม่ได้มาตรฐาน 🩸 อาการของโรคพยาธิเม็ดเลือดเป็นอย่างไร ? 🤔อาการของโรคพยาธิเม็ดเลือดที่สามารถสังเกตเห็นได้ชัด คือ น้องหมาจะมีไข้สูง ซึม เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ต่อมน้ำเหลืองบวมโต หายใจลำบาก ในบางรายอาจพบจุดเลือดออกตามผิวหนัง เลือดกำเดาไหล และอาการทางประสาทร่วมด้วยได้ 🩸 โรคพยาธิเม็ดเลือดรักษาได้อย่างไร ? 💊หากน้องหมาป่วยด้วยโรคพยาธิเม็ดเลือด สัตวแพทย์จะทำการให้ยาปฏิชีวนะต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนานถึง 28 วัน โดยหลังจากให้ยาครบตามจำนวนแล้ว น้องหมาจะต้องเข้ารับการตรวจเพื่อตรวจหาเชื้อที่ยังคงคั่งค้างอยู่ภายในร่างกาย หากยังคงตรวจพบเชื้ออยู่ น้องหมาจำเป็นต้องได้รับยาต่อเนื่องอีกครั้งจนกว่าจะหาย หรือทำการเปลี่ยนชนิดของยาเพื่อทำการกำจัดเชื้อให้สิ้นซาก ร่วมไปกับการรักษาตามอาการ เช่น การให้สารน้ำ การให้ยาลดอักเสบ ยากดภูมิ หรือแม้กระทั่งการถ่ายเลือดในรายที่มีอาการรุนแรง 🩸 โรคพยาธิเม็ดเลือด ป้องกันไว้ดีกว่าตามรักษา…

  • เลี้ยงน้องหมาในบ้าน ยังจำเป็นต้องป้องกันปรสิต

    “การป้องกัน ย่อมดีกว่าการรักษา” ด้วยเหตุนี้ ถึงแม้จะเลี้ยงน้องหมาแค่ภายในบ้าน แต่น้องหมาก็ยัง “จำเป็น” ต้องป้องกันปรสิต3 เหตุผลที่ถึงแม้จะเลี้ยงน้องหมาแค่ภายในบ้าน แต่ก็ยังจำเป็นต้องป้องกันปรสิต ได้แก่ 1. ปรสิตสามารถติดมากับเจ้าของได้ 👫🏻ไม่ว่าจะเห็บ หมัด หรือไข่ของพยาธิในระบบทางเดินอาหาร ปรสิตร้ายเหล่านี้สามารถติดมากับเจ้าของได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะติดมากับเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า หรือแม้กระทั่งบนร่างกายของเจ้าของเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของท่านไหนที่มักเดินทางไปในบริเวณที่มีความสกปรก บริเวณที่เป็นพื้นดิน หรือบริเวณที่มีน้องหมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นถึงแม้จะเลี้ยงน้องหมาให้อยู่แค่ภายในบ้าน แต่ปรสิตร้ายก็อาจเข้ามารุกรานน้องหมาได้ทุกเมื่อ ทางที่ดีอย่าลืมเสริมเกราะป้องกันให้ครบทั้ง 3 ชั้น เพื่อปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจ เห็บ หมัด และพยาธิทางเดินอาหาร ซึ่งสามารถติดได้ง่าย และพบเจอได้บ่อย ป้องกันไว้ก่อนย่อมดีที่สุด ! 2. ปรสิตอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นาน 🌴ความน่ากลัวของปรสิตไม่หยุดเพียงแค่สามารถติดต่อได้ง่าย แต่พวกมันยังมีความคงทน สามารถอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้เป็นระยะเวลานาน เช่น เห็บสามารถคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานถึง 2 ปี (โดยในระหว่าง 2 ปีนี้ เห็บเพศเมียจะสามารถออกไข่ได้สูงสุดถึง 4,000 ฟอง !) หมัดสามารถคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานถึง 6 เดือน…

  • เพราะโรคพยาธิหนอนหัวใจ คือหนึ่งโรคร้ายที่อันตรายถึงชีวิต

    หากน้องหมาป่วยด้วยโรคหัวใจสามารถทำการรักษาอย่างไรได้บ้าง ไปดูกัน ! 💉 รักษาโดยการให้ยาน้องหมาที่ป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจสามารถทำการรักษาได้ด้วยการกินยาปฏิชีวนะเพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่แอบแฝงมากับพยาธิหนอนหัวใจ ร่วมกับการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อบริเวณหลังส่วนบั้นเอวเพื่อช่วยในการกำจัดพยาธิหนอนหัวใจตัวเต็มวัยอย่างช้า ๆ ซึ่งการรักษานี้จำเป็นต้องให้ยาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน (ประมาณ 90 วัน) อีกทั้งตัวยาที่ฉีดเข้ากล้ามเนื้อยังก่อให้เกิดความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก (มากจนคุณหมอต้องให้ยาแก้ปวดควบคู่ไปด้วยทุกครั้งเลยล่ะ) แถมในระหว่างการรักษายังจำเป็นต้องจำกัดบริเวณน้องหมา ด้วยการขังกรง หรือควบคุมให้น้องหมาเคลื่อนไหวน้อยที่สุด เพื่อลดโอกาสในการเกิดลิ่มเลือดอุดตันอีกด้วย เรียกได้ว่าทรมานทั้งเจ้าของที่ต้องดูแลอย่างเข้มงวด ทรมานทั้งน้องหมาที่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก และแสนเจ็บปวดเลยทีเดียว 🩸 รักษาโดยการผ่าตัดสำหรับน้องหมาที่ป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจขั้นรุนแรง หรือเกิดภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน (caval syndrome) คุณหมออาจพิจารณาทำการผ่าตัดเพื่อเอาพยาธิหนอนหัวใจออกจากร่างกาย ทั้งนี้การผ่าตัดดังกล่าวนับว่ามีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก เพราะร่างกายน้องหมาจะอ่อนแอ และด้วยระบบหมุนเวียนเลือดที่มีปัญหาย่อมส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการวางยาสลบมีมากขึ้น ซึ่งนั่นหมายความว่าน้องหมาอาจเสียชีวิตในระหว่างขั้นตอนการรักษาได้ทุกเมื่อ ดังนั้นหากจำเป็นต้องทำการรักษาด้วยการผ่าตัด คุณหมอจะแจ้งความเสี่ยงดังกล่าวให้กับเจ้าของ และตัดสินใจวางแผนการรักษาร่วมกันต่อไป 🧡 เสริมการป้องกันด้วยโปรแกรมปกป้องจาก Simple Protectionโปรแกรมปกป้องจาก Simple Protection จะช่วยเสริมเกราะป้องกันให้กับน้องหมา ช่วยให้น้องหมาปลอดภัยจากพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิต สามารถให้ได้ในระหว่างที่น้องหมากำลังทำการรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจ ด้วยฤทธิ์ในการกำจัดตัวอ่อนของพยาธิจะช่วยให้พยาธิหนอนหัวใจไม่เกิดการเพิ่มจำนวน อีกทั้งยังช่วยลดโอกาสในการพัฒนาของตัวอ่อนเป็นตัวเต็มวัยได้อีกด้วย และเมื่อน้องหมาหายจากโรคพยาธิหนอนหัวใจแล้ว Simple Protection จะช่วยปกป้องน้องหมาจากพยาธิหนอนหัวใจตัวใหม่ที่เข้ามาพร้อมกับการโดนยุงกัด หมดกังวลว่าน้องหมาจะกลับไปเป็นโรคพยาธิหนอนหัวใจซ้ำได้เลย รักน้องหมา อย่าปล่อยให้น้องหมาต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคพยาธิหนอนหัวใจ เสริมเกราะป้องกันให้น้อง ๆ ตั้งแต่วันนี้…

  • 3 เคล็ดไม่ลับ ดูแลน้องหมาช่วงหน้าฝน

    🌧 ฝนตกแบบนี้ ควรดูแลน้องหมาอย่างไรไปดูกัน ! ✅ เช็ดตัวให้แห้ง อย่าปล่อยให้ขนน้องหมาเปียกชื้นฝนตก น้องหมาเปียก อย่าลืมพาพวกเขาไปเช็ดตัว และเป่าลมให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นซอกหลืบ และก่อให้เกิดการอับชื้นได้ง่าย เช่น ง่ามขา ซอกหู หรือแม้กระทั่งง่ามเท้าทั้งสี่ข้าง เพราะความชื้นเป็นสาเหตุของการสะสมของเชื้อรา และยีสต์ซึ่งมักก่อให้เกิดอาการคันในน้องหมา โดยหากน้องหมามีเชื้อรา หรือยีสต์สะสมบนร่างกาย พวกเขาจะมีอาการคันมาก เกา หรือเลียบริเวณที่คันบ่อย อีกทั้งยังมีกลิ่นเหม็นบนร่างกาย เรียกได้ว่าทรมานทั้งคนเลี้ยง ทรมานทั้งน้องหมาเลยล่ะ หากน้องหมาแสดงอาการป่วยเหล่านี้ ควรรีบพาน้องไปรับการรักษาจากสัตวแพทย์โดยด่วน ✅ ระบายอากาศ อย่าปล่อยให้ห้องอับชื้นฝนตกย่อมคู่กับอากาศชื้น แต่คุณรู้หรือไม่ ? อากาศชื้นไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดความไม่สบายตัว แต่ยังเพิ่มโอกาสในการเพิ่มขึ้นของเชื้อโรค โดยเฉพาะเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดโรคทางระบบทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรียได้อีกด้วย โดยเชื้อเหล่านี้จะส่งผลให้น้องหมาป่วยด้วยโรคหวัด และโรคหลอดลมอักเสบติดต่อ ซึ่งสามารถแพร่ระบาดไปมาระหว่างกันในน้องหมาได้ (บ้านไหนที่เลี้ยงน้องหมาร่วมกันหลายตัว ต้องระวังการแพร่ระบาดของโรคเหล่านี้ในหน้าฝนให้ดีเลยล่ะ) โดยอาการที่สามารถสังเกตได้มีตั้งแต่อาการไอแบบมีเสมหะ มีน้ำมูกไหล ไปจนถึงมีไข้สูง ซึม เบื่ออาหาร ในรายที่รุนแรงอาจถึงขั้นเกิดภาวะปอดบวม และเสียชีวิตได้เลยทีเดียว แต่ไม่ต้องกังวลไป ! เพราะโรคหวัดสามารถป้องกันได้เพียงการพาน้องหมาไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคเป็นประจำทุกปี (วัคซีนรวมที่น้องหมาฉีดจะช่วยให้น้องหมามีภูมิคุ้มกันต่อโรคหวัดและหลอดลมอักเสบติดต่อได้นั่นเอง) ดังนั้นหน้าฝนแบบนี้อย่าลืมเปิดพัดลมระบายอากาศ…

  • น้องหมาวัยเด็กควรเริ่มป้องกันปรสิตตั้งแต่อายุเท่าไร ?

    🤔 หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังสงสัยว่า “น้องหมาวัยเด็กควรเริ่มป้องกันปรสิตตั้งแต่อายุเท่าไร ?” วันนี้เรามีคำตอบ ! 🤩 ✅ เริ่มทันทีตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ : ปรสิตร้ายต้องเริ่มป้องกันตั้งแต่แม่น้องหมากำลังตั้งท้อง เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่แม่น้องหมามีความอ่อนแอ และเสี่ยงต่อการติดปรสิตเป็นอย่างมาก แถมปรสิตกลุ่มพยาธิภายในบางชนิด เช่น พยาธิตัวกลม และพยาธิปากขอยังสามารถติดต่อจากแม่ไปสู่ลูกได้อีกด้วย ทั้งนี้โปรแกรมปกป้องที่เลือกใช้ควรเลือกชนิดที่สามารถใช้ได้ในแม่สุนัขตั้งท้อง เช่น ยาหยดหลังที่ช่วยปกป้องน้องหมาจากหมัด เห็บ ไร และพยาธิหนอนหัวใจ โดยควรให้ควบคู่ไปกับการถ่ายพยาธิเป็นประจำ เพื่อเสริมการปกป้องน้องหมาให้ครอบคลุมถึงพยาธิภายในด้วยนั่นเองตั้งแต่น้องหมาลืมตาดูโลก : ดูแลรักษาความสะอาดของสิ่งแวดล้อมที่น้องหมาอยู่อาศัยเพื่อลดโอกาสการได้รับไข่พยาธิ การโดนเห็บ หมัดรุกราน หรือการโดนยุงซึ่งเป็นพาหะของพยาธิหนอนหัวใจกัด เพราะสิ่งแวดล้อมที่สะอาด และปลอดภัยย่อมทำให้น้องหมาปลอดภัยจากปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิตมากยิ่งขึ้น ✅ เริ่มเมื่อน้องหมาอายุ 3 สัปดาห์เมื่อน้องหมาอายุครบ 3 สัปดาห์ สามารถพาน้องหมาไปรับโปรแกรมการถ่ายพยาธิจากสัตวแพทย์ใกล้บ้าน พร้อมรับคำแนะนำในการดูแลอย่างเหมาะสม โดยหลังจากเริ่มการถ่ายพยาธิครั้งแรกแล้วจึงพาน้องหมามารับการถ่ายพยาธิซ้ำอีกทุก ๆ 2 สัปดาห์ จนน้องหมาอายุครบ 8-10 สัปดาห์ หลังจากนั้นควรพาน้องหมามาถ่ายพยาธิเป็นประจำทุก 3-4 เดือน (ความถี่ที่สัตวแพทย์แนะนำขึ้นอยู่กับความเสี่ยงในการได้รับพยาธิจากสิ่งแวดล้อมของน้องหมาตัวนั้น ๆ) พร้อมทั้งเสริมเกราะป้องกันพยาธิภายในให้กับน้องหมาเป็นประจำทุกเดือน เพื่อป้องกันการติดพยาธิในระบบทางเดินอาหารกลุ่มพยาธิตัวกลม และปากขอ…

  • ไขข้อสงสัยปัญหาโลกแตกสำหรับคนเลี้ยงน้องหมา

    “ปกป้องน้องหมาก็แล้ว ทำไมน้องหมายังมีเห็บ ?”แชร์ 3 เหตุผลยอดฮิตที่ทำให้การป้องกันเห็บในน้องหมาไม่มีประสิทธิภาพ พร้อมแนะนำเทคนิคการป้องกันอย่างถูกวิธีจากคำแนะนำของสัตวแพทย์ จะมีอะไรบ้างไปดูกัน ! ใช้โปรแกรมปกป้องที่ไม่ได้มาตรฐาน ยาเถื่อนสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้การปกป้องน้องหมาจากเห็บไม่มีประสิทธิภาพ คือการเลือกใช้โปรแกรมปกป้องที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือเลือกใช้ยาเถื่อนที่ไม่ได้รับการแนะนำจากสัตวแพทย์ โดยยาเหล่านี้มักเป็นตัวยาที่ไม่ได้รับการทดสอบว่าสามารถออกฤทธิ์กำจัดเห็บซึ่งเป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือดได้มากน้อยเพียงใด ประสิทธิภาพจึงไม่คงที่ ยาบางกลุ่มอาจออกฤทธิ์ได้ไม่รุนแรงมากพอ บางกลุ่มอาจออกฤทธิ์รุนแรงมากเกินไป และมีผลข้างเคียงซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายน้องหมา นอกจากนี้ตัวยาเถื่อนเหล่านี้ยังพบว่ามักเป็นตัวยาที่อยู่ในกลุ่มของยาฆ่าแมลง ซึ่งส่งผลให้น้องหมาได้รับสารพิษผ่านการดูดซึม หรือเลีย โดยมักพบว่าออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ส่งผลให้เกิดอาการชัก และเป็นพิษต่ออวัยวะสำคัญส่วนอื่น ๆ ในร่างกายซึ่งรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว ใช้โปรแกรมปกป้องไม่สม่ำเสมอโปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่สัตวแพทย์แนะนำได้รับการทดสอบว่าออกฤทธิ์ได้ดีที่สุดที่ระยะเวลา 1 เดือน คำแนะนำจึงแนะนำให้ทำการปกป้องเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง หากเจ้าของเว้นช่วงการป้องกัน หรืองดการป้องกันเมื่อเห็นว่าน้องหมาไม่มีเห็บบนร่างกาย ระดับของยาในร่างกายของน้องหมาจะลดลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการปกป้องลดลงตามไปด้วย ดังนั้น หากอยากมั่นใจว่าน้องหมาจะปลอดภัยจากเห็บตลอดทุกช่วงเวลา อย่าลืมมอบการปกป้องอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำข้างฉลากเพื่อประสิทธิภาพการปกป้องที่ดีที่สุด ไม่ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมถึงแม้จะมอบการปกป้องด้วยโปรแกรมปกป้องที่ดีมากแค่ไหน แต่การทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นในการป้องกันเห็บซึ่งเป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือด เพราะการทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมจะช่วยลดการสะสมของเห็บในธรรมชาติ ช่วยให้น้องหมาไม่ต้องเผชิญกับการโดนเห็บกัด ช่วยลดโอกาสในการเกิดพยาธิเม็ดเลือด ดังนั้นอย่าลืมทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมเป็นประจำโดยเฉพาะบริเวณที่น้องหมาอาศัยอยู่บ่อย ๆ เช่น ที่นอน หรือภายในบ้าน ด้วยล่ะ ถึงจะปกป้องน้องหมาจากเห็บตัวร้ายแล้ว แต่ถ้าป้องกันไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม น้องหมาก็ไม่อาจรอดพ้นจากเห็บไปได้ !อย่าลืมปกป้องน้องหมาอย่างถูกวิธีตั้งแต่วันนี้…