เคล็ดลับปกป้อง
ข้อมูล คำแนะนำ และเคล็ดลับการดูแลสุนัขจากสัตวแพทย์ เพื่อช่วยให้คุณดูแลสุนัขแสนรักให้สุขภาพแข็งแรง มีความสุข และอยู่กับคุณไปนานๆ

บทความล่าสุด
-

อาการพยาธิเม็ดเลือดในสุนัข สาเหตุ วิธีรักษา และการป้องกันที่ถูกต้อง
อ่านต่อ ‣: อาการพยาธิเม็ดเลือดในสุนัข สาเหตุ วิธีรักษา และการป้องกันที่ถูกต้องพยาธิเม็ดเลือดสุนัข เรียนรู้อาการ สาเหตุ และผลกระทบของโรค พร้อมวิธีรักษา การดูแล และแนวทางป้องกัน เพื่อลดความเสี่ยงและช่วยให้สุนัขมีสุขภาพแข็งแรง
-

วิธีกำจัดเห็บหมัดสุนัขตามพื้นบ้าน ได้ผลจริง ปลอดภัยสำหรับสุนัข
อ่านต่อ ‣: วิธีกำจัดเห็บหมัดสุนัขตามพื้นบ้าน ได้ผลจริง ปลอดภัยสำหรับสุนัขวิธีกำจัดเห็บหมัดสุนัขตามพื้นบ้าน ทำอย่างไรให้ปลอดภัย? รวมวิธีกำจัดเห็บหมัดที่นิยมใช้ และแนวทางดูแลเพื่อช่วยลดการกลับมาของเห็บหมัดอย่างเหมาะสม
-

เห็บหมัดสุนัข คืออะไร อาการ วิธีกำจัด และป้องกันแบบครบจบ
อ่านต่อ ‣: เห็บหมัดสุนัข คืออะไร อาการ วิธีกำจัด และป้องกันแบบครบจบเห็บหมัดสุนัข อันตรายแค่ไหน? รู้จักอาการ สาเหตุ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมวิธีกำจัดเห็บหมัดสุนัข และแนวทางป้องกันเพื่อช่วยให้น้องหมาสุขภาพดี
-

ไขข้อสงสัย เห็บ vs หมัด ต่างกันอย่างไร ?
“เอ๊ะ ? เจ้าปรสิตตัวเล็กจิ๋วที่กำลังกัดน้องหมา น้องแมวตัวนี้คืออะไรกันนะ ?”เชื่อว่าเจ้าของหลายท่านต้องเคยพบเจอปรสิตตัวเล็กจิ๋วที่คอยดูดเลือดน้องหมา น้องแมวอยู่เป็นประจำ แต่น้อยคนนักที่จะแยกออกว่าเจ้าปรสิตที่เราเห็นอยู่นี้ แท้จริงแล้วมันคือเห็บ หรือหมัดกันแน่นะ ?ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปไขข้อสงสัย หาความแตกต่างของเห็บและหมัดกัน ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย >< “ถึงจะตัวเล็กเหมือนกัน แต่หน้าตาไม่เหมือนกันเลย”เห็บ : เห็บมีลำตัวสีน้ำตาลเข้ม และมีลักษณะแบนถ้ามองจากด้านบน (เหมือนโดนหนังสือทับเลยล่ะ ><) แต่เมื่อดูดกินเลือดจนเต็มอิ่มพวกมันจะมีขนาดตัวที่บวมเบ่งไปด้วยเลือดอย่างสังเกตเห็นได้ชัด ตัวเต็มวัยของพวกมันมี 8 ขา และมีขนาดที่แตกต่างกันระหว่างตัวผู้ และตัวเมีย โดยเห็บตัวเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ และถ้าสังเกตให้ดี ๆ จะพบว่าเห็บมีส่วนหัวที่สามารถสังเกตได้ยาก แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถสังเกตเห็นปากที่ยื่นออกมาได้อย่างชัดเจน ซึ่งพวกมันจะใช้ปากนี้กัดเข้าไปบนตัวน้องหมาเพื่อดูดกินเลือดเป็นอาหารนั่นเองหมัด : หมัดมีลำตัวสีน้ำตาลค่อนไปทางดำ ลำตัวของพวกมันมีลักษณะแบนถ้ามองจากด้านข้าง (ซึ่งตรงข้ามกับเห็บ) อีกทั้งยังมีขนาดที่เล็กจิ๋วเพียง 1-2.5 มิลลิเมตร (เล็กกว่าเห็บซะอีก ><) ลำตัวปกคลุมไปด้วยขน และมีส่วนหัวที่มีทรงสามเหลี่ยม ตัวเต็มวัยของพวกมันมีขาเพียง 6 ขา แต่ขาเหล่านี้มีความแข็งแรงสูงมาก ส่งผลให้หมัดมีความสามารถในการกระโดด จนได้ชื่อว่ากระโดดเก่งที่สุดในโลกเลยล่ะ ! หมัดจะใช้ปากกัดเพื่อดูดเลือดน้องหมาเป็นอาหารเช่นเดียวกับเห็บ ส่งผลให้น้องหมาเสียเลือดได้ไม่แตกต่างกันเลย “นอกจากรูปร่างจะแตกต่างกันแล้ว วงจรชีวิตก็แตกต่างกันด้วย”เห็บ :…
-

ดูแลน้องหมาป่วยพยาธิหนอนหัวใจ ต้องทำอย่างไรบ้าง ?
“น้องหมาแสนรักป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจ ควรทำอย่างไรดี ? T^T”โรคร้ายอย่างโรคพยาธิหนอนหัวใจ คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับน้องหมาแสนรักของตัวเอง แต่การจะหลีกเลี่ยงยุงก็ช่างยากเหลือเกิน และการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจได้แล้ว หากน้องหมาของเราบังเอิญโชคร้ายป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจ อย่าลืมดูแลน้องหมาให้ถูกวิธี ดังต่อไปนี้ 1. ให้ยาตามคำสั่งของสัตวแพทย์ : “ให้ยาตามคำสั่งของคุณหมออย่างเคร่งครัด” คือหัวใจสำคัญของการรักษา โดยการรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมาจะต้องทำการกำจัดภัยร้าย 2 ส่วน คือ ตัวพยาธิหนอนหัวใจเอง และแบคทีเรียที่แอบแฝงมากับพยาธิหนอนหัวใจ การให้ยาของคุณหมอจำเป็นที่จะต้องให้อย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลานาน เพราะการรักษาจำเป็นต้องค่อย ๆ กำจัดพยาธิอย่างช้า ๆ เนื่องจากการกำจัดพยาธิในทันทีอาจส่งผลให้ตัวพยาธิที่ตายเกิดการอุดตันภายในกระแสเลือดได้ นอกจากนี้ การให้ยากำจัดเชื้อแบคทีเรียที่แอบแฝงมากับพยาธิหนอนหัวใจจำเป็นที่จะต้องให้อย่างต่อเนื่อง ห้ามหยุดยาด้วยตัวเอง และให้ตามคำสั่งของคุณหมออย่างเคร่งครัดเพื่อหลีกเลี่ยงการดื้อยาของเชื้อ (มิเช่นนั้น หากเชื้อเกิดการดื้อยาขึ้นมาแล้วจะส่งผลให้การรักษายุ่งยากขึ้นมากเลยล่ะ) 2. จำกัดการออกกำลังกาย : อีกหนึ่งการดูแลที่เจ้าของต้องควบคุมให้ดี คือการออกกำลังกายของน้องหมา เพราะการที่หัวใจของน้องหมาเต้นเร็ว และแรงจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้พยาธิหนอนหัวใจที่อยู่ภายในระบบหมุนเวียนเลือดเกิดการอุดตันได้ อ๊ะ อ๊ะ ! ไม่เพียงแค่การออกกำลังกายเพียงเท่านั้น กิจกรรมอื่น ๆ ที่อาจทำให้น้องหมาหัวใจเต้นเร็ว เช่น การเล่นกันเองของน้องหมา หรือการว่ายน้ำ ก็เป็นสิ่งต้องระวังเช่นกัน (ในบางรายคุณหมออาจแนะนำให้ขังน้องไว้ในกรงเพื่อจำกัดการทำกิจกรรมเลยล่ะ สามารถสอบถามคุณหมอเพิ่มเติมถึงการจำกัดการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับน้องหมาของเราได้เลย) 3.…
-

ทำความรู้จัก “ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน” ภาวะอันตรายจากพยาธิหนอนหัวใจ
โรคพยาธิหนอนหัวใจ โรคร้ายที่มีพยาธิหนอนหัวใจเป็นพาหะ ซึ่งน้องหมาสามารถติดได้ง่าย ๆ เพียงการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียว โรคนี้นับว่าเป็นโรคที่มีความอันตรายสูง เพราะหากปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน และไม่ได้ทำการรักษา น้องหมาอาจได้รับอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ !“ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน” คือภาวะอันตรายของโรคพยาธิหนอนหัวใจที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเฉียบพลันในน้องหมา ภาวะนี้คืออะไร และจะป้องกันได้อย่างไรบ้าง ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย ! ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน (caval syndrome) คืออะไร ?ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตัน หรือที่คุณหมอเรียกว่า caval syndrome คือ ภาวะที่พยาธิหนอนหัวใจตัวเต็มวัยจำนวนมากเกิดการอุดตันภายในหัวใจ ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดมีปัญหา เลือดไม่สามารถสูบฉีดจากหัวใจไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างเพียงพอ หากน้องหมาเกิดภาวะนี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดเอาพยาธิหนอนหัวใจที่อุดตันออกโดยด่วน ! อาการของภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตันเป็นอย่างไร ? และมีความอันตรายแค่ไหนกันนะ?น้องหมาที่เกิดภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตันจะแสดงอาการอย่างเฉียบพลัน คือ เหนื่อยล้า อ่อนแรง ปัสสาวะเป็นเลือด เหงือกซีด และหมดสติ ในรายที่รุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตเฉียบพลันได้เลยล่ะ ภาวะพยาธิหนอนหัวใจอุดตันสามารถป้องกันได้อย่างไร ?ไม่ป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจเลยย่อมดีที่สุด !วิธีการป้องกันก็ง่าย ๆ เพียงป้องกันน้องหมาจากยุง ด้วยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงใกล้บ้าน กางมุ้ง หรือกั้นมุ้งลวดรอบบริเวณบ้านเพื่อลดโอกาสการสัมผัสกับยุง และพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจกับคุณหมอเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อสามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้อย่าลืมใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตตัวร้ายที่อันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะพยาธิหนอนหัวใจ…
-

ตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจ ทำได้อย่างไรบ้าง ?
ไหนชีวิตนี้ใครไม่เคยโดนยุงกัดเลย ยกมือขึ้น !ไม่มีเลยใช่ไหม นั่นก็เพราะยุงร้ายสามารถเล็ดลอดมากัดเราได้ทุกเมื่อ ถึงแม้จะพยายามหนีแค่ไหนก็ยากที่จะหนีพ้นน้องหมาเองก็เช่นกัน นี่เองจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงควรพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจอยู่เสมอการตรวจคัดกรองพยาธิหนอนหัวใจสามารถทำได้เมื่อไร และตรวจด้วยวิธีไหนได้บ้าง ไปดูกัน ! ทำไมเราจึงควรพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจ ?เพราะโรคพยาธิหนอนหัวใจสามารถเกิดขึ้นได้กับน้องหมาทุกตัว เพียงการโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาติดโรคพยาธิหนอนหัวใจได้ นอกจากนี้ประเทศไทยยังเป็นเขตที่พบการแพร่ระบาดของโรคอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ที่มีทุ่งหญ้า และแหล่งน้ำขังซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีของยุง ดังนั้นการพาน้องหมาไปตรวจคัดกรองโรคจะเป็นการช่วยให้เราสามารถทำการรักษาน้องหมาได้อย่างทันท่วงที และเป็นการลดโอกาสการเกิดอาการรุนแรงในน้องหมาที่ป่วยได้นั่นเอง ช่วงอายุที่ควรตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา คือ ?ตามคำแนะนำของ American Heartworm Society (AHS) หน่วยงานระดับโลกที่ทำหน้าที่ออกแนวทางการรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจให้แก่สัตวแพทย์ แนะนำว่าน้องหมาที่มีอายุมากกว่า 7 เดือนเป็นต้นไปควรได้รับการตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจ และควรทำการตรวจซ้ำเป็นประจำทุกปีเพื่อสามารถดูแล และรักษาได้อย่างทันท่วงที วิธีการตรวจมีกี่วิธีกันนะ ?การตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจสามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้1. การใช้ชุดตรวจเลือด : การใช้ชุดตรวจเลือดเป็นหนึ่งในวิธียอดนิยมที่สัตวแพทย์มักเลือกใช้ โดยชุดตรวจจะตรวจหาแอนติเจน หรือสารที่บ่งบอกว่าร่างกายมีพยาธิอยู่ภายใน2. การส่องกล้องหาพยาธิในเลือด : เป็นการตรวจที่ให้ผลดี เห็นการติดพยาธิหนอนหัวใจได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังสามารถตรวจหาตัวอ่อนภายในร่างกายอีกด้วย3. การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหา DNA ของพยาธิหนอนหัวใจ : เป็นการตรวจที่สามารถตรวจหาทั้งตัวเต็มวัย และตัวอ่อนภายในร่างกายน้องหมาได้ นอกจากนี้ยังมีความแม่นยำสูงอีกด้วย4. การฉายภาพรังสี และการอัลตราซาวด์ : การฉายภาพรังสี หรือที่หลายคนคุ้นเคยว่าการ…
-

ร้อนนี้ระวังพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่มียุงเป็นพาหะ
หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ “พยาธิหนอนหัวใจ” ปรสิตร้ายที่เป็นสาเหตุของโรคพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมา แถมยังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่เจ้าของหลายคนมองข้าม แต่คุณรู้หรือไม่ ? ยิ่งอากาศร้อน ยิ่งต้องระวังโรคพยาธิหนอนหัวใจให้ดี ! เพราะอะไรถึงเป็นแบบนั้นกันนะ ? ทำไมหน้าร้อนถึงต้องระวังพยาธิหนอนหัวใจ ?เหตุผลก็คือ ช่วงฤดูร้อนเป็นฤดูที่ยุงเพิ่งผ่านพ้นภาวะจำศีลมาใหม่ ๆ ประกอบกับอากาศร้อนจะไปกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนเลือดภายในร่างกายยุงทำงานได้ดีขึ้น อัตราการเผาผลาญภายในร่างกายยุงจึงสูงตามไปด้วย พวกมันจึงหิวกระหายเลือดมากเป็นพิเศษ อาจเรียกได้ว่าฤดูร้อนเป็นฤดูที่ยุงดุที่สุดได้เลยล่ะ ! อาการที่ต้องเฝ้าระวังในน้องหมาน้องหมาที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรค หรือป่วยด้วยโรคพยาธิหนอนหัวใจอาจแสดงอาการต่อไปนี้– ไอแห้ง (ไม่มีเสมหะ) ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน– เล่น ออกแรง หรือออกกำลังกายเป็นระยะเวลานานไม่ได้– หมดแรงง่าย แม้ทำกิจกรรมที่เคยทำได้เป็นประจำ– ซึม ไม่อยากอาหาร– ผอม น้ำหนักลดลง– ท้องกาง (ใช้นิ้วจิ้มแล้วนิ่ม สัมผัสได้ว่ามีการสะสมของน้ำภายใน)– หายใจหอบ– เหงือกซีด– ปัสสาวะสีน้ำตาล หรือแดงเข้ม– ในบางรายอาจเสียชีวิตกระทันหันอ๊ะ อ๊ะ ! หากน้องหมาของคุณไม่แสดงอาการเหล่านี้ออกมาเลยก็อย่าเพิ่งเลื่อนผ่าน เพราะน้องหมาบางตัวอาจไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาให้เห็นเลยก็เป็นได้ ! ดังนั้นอย่าลืมพาน้องหมาไปทำการตรวจคัดกรองโรคพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกปีเพื่อหาความเสี่ยงของการเกิดโรคด้วยล่ะ ^^ โรคพยาธิหนอนหัวใจน่ากลัวจัง ป้องกันอย่างไรดี ? T^Tถึงโรคพยาธิหนอนหัวใจจะน่ากลัว…
-

สวยใสไร้เห็บ แชร์เทคนิคป้องกันเห็บในน้องหมา
เพราะเห็บ คือปรสิตตัวร้ายที่คอยทำลายสุขภาพน้องหมา ส่งผลให้น้องหมาเกิดอาการคัน ภาวะโลหิตจาง อีกทั้งยังเป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือดอีกด้วยเพื่อป้องกันอันตรายจากเห็บอย่างมีประสิทธิภาพ ในวันนี้เราจะมาแชร์เทคนิคป้องกันเห็บในน้องหมาฉบับทำได้เองจากที่บ้าน จะมีเทคนิคอะไรบ้าง ไปดูกัน ! 1. ใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตที่ได้มาตรฐาน : นับเป็นเทคนิคสำคัญที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดในปัจจุบัน และเป็นเทคนิคที่สัตวแพทย์แนะนำให้ทำเป็นประจำสม่ำเสมอ โดยโปรแกรมปกป้องเหล่านี้จะประกอบไปด้วยตัวยาที่ออกฤทธิ์ในการกำจัดเห็บ เมื่อเห็บกัดน้องหมา เห็บจะได้รับยาเข้าสู่ร่างกาย และตายในท้ายที่สุด เป็นการตัดวงจรเห็บ ป้องกันไม่ให้เห็บเพิ่มจำนวน และขยายพันธุ์ต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตมีจำหน่ายมากมายในท้องตลาด เจ้าของอย่างเราควรเลือกโปรแกรมปกป้องที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย ได้รับการรับรองจากสัตวแพทย์ และที่สำคัญมีงานวิจัยรองรับ นอกจากนี้ควรเลือกโปรแกรมปกป้องแบบที่สามารถปกป้องน้องหมาจากปรสิตชนิดอื่น ๆ ที่สามารถพบได้บ่อย ทั้งพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่มียุงเป็นพาหะ ปรสิตภายนอก เช่น เห็บ หมัด ตลอดจนปรสิตภายใน เช่น พยาธิในระบบทางเดินอาหาร ร่วมด้วย โดยควรใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำข้างฉลาก เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันที่ดีที่สุด 2. อาบน้ำน้องหมาอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง : การอาบน้ำเป็นการทำความสะอาดร่างกาย ช่วยจำกัดเห็บออกจากตัวของน้องหมา โดยเจ้าของควรเลือกใช้แชมพูสูตรที่ออกแบบมาเพื่อน้องหมาโดยเฉพาะ เพราะผิวหนังของน้องหมามีความแตกต่างจากมนุษย์ การใช้แชมพูของมนุษย์อาจทำให้ผิวหนังของน้องหมาแห้ง เป็นที่มาของการทำลายเกราะป้องกันบนผิวหนังตามธรรมชาติ ก่อให้เกิดปัญหาขนร่วง ผิวหนังอ่อนแอ และโรคผิวหนังตามมาได้…
-

รู้หรือไม่ ? แค่เห็บกัดก็ทำให้น้องหมาเป็นอัมพาตได้ !
เห็บกัดอันตรายกว่าที่คุณคิด ! เพราะการโดนเห็บกัดอาจเป็นสาเหตุของการเกิดภาวะอัมพาตขาหลังในน้องหมาได้ !การโดนเห็บกัดก่อให้เกิดอันตรายใดกับน้องหมาบ้าง และเราจะสามารถป้องกันภาวะดังกล่าวได้อย่างไร ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย ! “เห็บเป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือด”รู้หรือไม่ ? นอกจากอาการคันแล้ว เห็บยังเป็นที่มาของการเกิดโรคพยาธิเม็ดเลือดในน้องหมาได้อีกด้วย โดยเจ้าโรคพยาธิเม็ดเลือดนี้เป็นคำเรียกรวม ๆ ของการติดเชื้อซึ่งอาศัยเม็ดเลือดของน้องหมาในการดำรงชีวิต โดยเจ้าเชื้อเหล่านี้มีมากมายหลายชนิด เช่น บาบิเซีย (Babesia) เฮปปาโตซูน (Hepatozoon) และ เออร์ลิเชีย (Ehrlichia) เป็นต้น ทั้งนี้อาการที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อที่น้องหมาได้รับเข้าสู่ร่างกาย “โรคพยาธิเม็ดเลือดก่อให้เกิดภาวะอัมพาตได้”โดยปกติแล้วพยาธิเม็ดเลือดจะเข้าไปอาศัยอยู่ภายในเม็ดเลือดของน้องหมา ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวน และก่อให้เกิดความผิดปกติตามมา แต่พยาธิเม็ดเลือดชนิดเฮปปาโตซูนมีความพิเศษกว่าพยาธิเม็ดเลือดชนิดอื่น ๆ ตรงที่พวกมันสามารถกระตุ้นให้น้องหมาเกิดความผิดปกติบริเวณขาหลัง เช่น ขาหลังอ่อนแรง กล้ามเนื้อขาหลังอักเสบ เดินกระเผลก และเกิดเป็นภาวะอัมพาตขาหลังตาม นอกจากนี้น้องหมายังอาจพบอาการมีไข้สูง ซึม เบื่ออาหาร น้ำหนักลด เกิดภาวะโลหิตจาง เยื่อเมือกซีด หากปล่อยทิ้งไว้อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยล่ะ “อันตรายจากเห็บป้องกันได้”เห็บกัดอาจนำมาซึ่งภัยร้ายมากมาย การป้องกันเห็บจึงเป็นสิ่งสำคัญ สิ่งที่เจ้าของอย่างเราสามารถทำได้ คือลดโอกาสการสะสมของเห็บในสิ่งแวดล้อม ด้วยการทำความสะอาดบ้าน โดยเฉพาะบริเวณที่น้องหมาอาศัยอยู่เป็นประจำ ตัดหญ้าบริเวณรอบบ้านไม่ให้รก เพื่อลดโอกาสการสะสมของเห็บในสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเสริมเกราะป้องกันปรสิตให้น้องหมาเป็นประจำด้วยโปรแกรมปกป้องที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และที่สำคัญสามารถออกฤทธิ์ปกป้องน้องหมาจากเห็บได้อย่างดีเยี่ยม และปิดท้ายด้วยการพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างน้อยปีละ…
-

หอบหายใจถี่ ปล่อยไว้ดูท่าจะไม่ดี !
3 เรื่องต้องทำเหมือนน้องหมาหอบหายใจถี่“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก” เสียงหอบของน้องหมาดูจะเป็นเรื่องปกติเมื่อพวกเขาออกวิ่งใช้แรงไม่หยุดในทุก ๆ วันแต่เสียงหอบที่เกิดขึ้นแม้น้องหมาจะนั่งอยู่เฉย ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติจริงหรือ ?แท้จริงแล้ว “หอบ” คืออะไร ? ใช่การหายใจเร็วเพียงเท่านั้นหรือเปล่า ? แล้วถ้าน้องหมาหอบบ่อย เจ้าของอย่างเราควรทำอย่างไร บทความนี้มีคำตอบ ! “หอบ” คืออะไรกันนะ ?“หอบ” คืออาการที่น้องหมาอ้าปาก แลบลิ้น เพื่อหายใจเอาอากาศเข้าไปในร่างกายอย่างรวดเร็ว เป็นการหายใจแบบเร็ว และตื้น โดยอัตราการหายใจในช่วงปกติเฉลี่ยมักอยู่ที่ 30-40 ครั้งต่อนาที แต่เมื่อน้องหมาหอบ น้องหมาจะมีอัตราการหายใจที่สูงกว่านี้ได้ถึง 10 เท่า (หรือประมาณ 300-400 ครั้งต่อนาที !) การหอบมักเกิดขึ้นในวันที่อากาศร้อน เมื่อน้องหมามีอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นกว่าปกติ หรือเพิ่งผ่านการออกกำลังกายมาหมาด ๆ และมักหายไปได้เองเมื่อพักผ่อนแล้ว 15-30 นาที 3 เรื่องที่ต้องทำเมื่อน้องหมาหอบบ่อย1. พาน้องหมาเข้าที่ร่ม : บางครั้งการหอบ อาจเกิดจากการที่น้องหมาอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้น้องหมาเกิดภาวะที่เรียกว่า “ลมแดด” หรือ “ฮีทสโตรก”…
