เคล็ดลับปกป้อง
ข้อมูล คำแนะนำ และเคล็ดลับการดูแลสุนัขจากสัตวแพทย์ เพื่อช่วยให้คุณดูแลสุนัขแสนรักให้สุขภาพแข็งแรง มีความสุข และอยู่กับคุณไปนานๆ

บทความล่าสุด
-

อาการพยาธิเม็ดเลือดในสุนัข สาเหตุ วิธีรักษา และการป้องกันที่ถูกต้อง
อ่านต่อ ‣: อาการพยาธิเม็ดเลือดในสุนัข สาเหตุ วิธีรักษา และการป้องกันที่ถูกต้องพยาธิเม็ดเลือดสุนัข เรียนรู้อาการ สาเหตุ และผลกระทบของโรค พร้อมวิธีรักษา การดูแล และแนวทางป้องกัน เพื่อลดความเสี่ยงและช่วยให้สุนัขมีสุขภาพแข็งแรง
-

วิธีกำจัดเห็บหมัดสุนัขตามพื้นบ้าน ได้ผลจริง ปลอดภัยสำหรับสุนัข
อ่านต่อ ‣: วิธีกำจัดเห็บหมัดสุนัขตามพื้นบ้าน ได้ผลจริง ปลอดภัยสำหรับสุนัขวิธีกำจัดเห็บหมัดสุนัขตามพื้นบ้าน ทำอย่างไรให้ปลอดภัย? รวมวิธีกำจัดเห็บหมัดที่นิยมใช้ และแนวทางดูแลเพื่อช่วยลดการกลับมาของเห็บหมัดอย่างเหมาะสม
-

เห็บหมัดสุนัข คืออะไร อาการ วิธีกำจัด และป้องกันแบบครบจบ
อ่านต่อ ‣: เห็บหมัดสุนัข คืออะไร อาการ วิธีกำจัด และป้องกันแบบครบจบเห็บหมัดสุนัข อันตรายแค่ไหน? รู้จักอาการ สาเหตุ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมวิธีกำจัดเห็บหมัดสุนัข และแนวทางป้องกันเพื่อช่วยให้น้องหมาสุขภาพดี
-

อยู่เฉย ๆ ทำไมดูเหนื่อย
3 เหตุผลที่ทำให้น้องหมาหอบเหนื่อยผิดปกติแม้อยู่ในระยะพักเคยสังเกตกันไหมว่าทำไมน้องหมาแค่นอนอยู่เฉย ๆ แต่กลับหอบ เหนื่อย ดูผิดปกติ ?การหอบเหนื่อยแม้อยู่ในระยะพักอาจส่งผลร้ายกว่าที่เราคาดคิด เพราะอาการเหล่านี้เองอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเกิดโรคในน้องหมาได้ !3 เหตุผลที่ทำให้น้องหมาหอบเหนื่อยผิดปกติ มีดังนี้ 1. โรคพยาธิหนอนหัวใจ : พยาธิหนอนหัวใจ ศัตรูตัวฉกาจของน้องหมาทั่วโลก พวกมันจะอาศัยยุงเพื่อเป็นพาหะนำโรคมาสู่น้องหมา แค่การโดนยุงกัดเพียงครั้งเดียว น้องหมาก็สามารถติดพยาธิหนอนหัวใจเข้าสู่ร่างกายได้ เจ้าพยาธิเหล่านี้จะเข้าไปเจริญเติบโต และอัดแน่นกันอยู่ที่บริเวณหัวใจ และปอด ส่งผลให้หัวใจของน้องหมาเกิดความผิดปกติ น้องหมามีอาการเหนื่อยง่าย หอบบ่อย และเป็นลม ในบางครั้งอาจพบการบวมน้ำบริเวณขา และช่องท้อง เนื่องจากพยาธิหนอนหัวใจเข้าไปขัดขวางการไหลเวียนของเลือด ส่งผลให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างเพียงพอ ตลอดจนสมดุลการควบคุมของเหลวภายในร่างกายเกิดความผิดปกติ นอกจากนี้ การรักษายังเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากยาที่ใช้ฉีดเพื่อกำจัดพยาธิหนอนหัวใจก่อให้เกิดความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ซ้ำยังยังต้องฉีดเป็นระยะเวลานาน อีกทั้งการรักษายังมีความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือด และการอุดตันของพยาธิ เรียกได้ว่าพยาธิหนอนหัวใจนับเป็นปัญหาใหญ่ที่มองข้ามไม่ได้เลยทีเดียว 2. ภาวะลมแดด หรือฮีทสโตรก : ลมแดด ภาวะอันตรายที่สามารถพบได้บ่อยโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน นับเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้น้องหมาเกิดอาการเหนื่อยง่าย และหอบบ่อยผิดปกติ เพราะการหอบ คือการระบายความร้อนตามธรรมชาติของน้องหมา โดยภาวะลมแดดนี้จะส่งผลให้อุณหภูมิภายในร่างกายน้องหมาสูงขึ้นผิดปกติ การทำงานของอวัยวะสำคัญภายในร่างกาย เช่น หัวใจ สมอง…
-

อะไรซ่อนอยู่ในอึ ?
อะไรซ่อนอยู่ในอึ ? อึน้องหมาบอกอะไรเราได้บ้าง ?“อึ” ก้อนสิ่งปฏิกูลที่ใครหลายคนมองข้าม แต่รู้หรือไม่ ? อึมีประโยชน์มากกว่าที่เราคิด !อึน้องหมาที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร ? และอึบอกอะไรเราได้บ้าง ? ถ้าอยากรู้ไปดูกัน ! อึที่ดีเป็นอย่างไร ?อึ คือของเสีย หรือกากของอาหารที่ผ่านการย่อยและดูดซึมจนไม่สามารถย่อยต่อไปได้ น้องหมาจะขับออกจากร่างกายผ่านทางการอุจจาระ โดยลักษณะของอึที่ดีควรที่จะไม่แข็ง ไม่เละ ไม่เหลว เป็นก้อน เก็บได้ง่าย ไม่เลอะเทอะหรือเหลวเป็นน้ำ นอกจากนี้ยังควรมีสีคล้ายกับอาหารที่น้องหมาได้กินเข้าไป ไม่มีสิ่งแปลกปลอมเจือปน เช่น พยาธิ ไข่พยาธิ เลือดสด หรือเศษชิ้นส่วนที่ไม่ควรอยู่ในอาหาร อึบอกอะไรเราได้บ้าง ?1. พยาธิในระบบทางเดินอาหาร : พยาธิในระบบทางเดินอาหารมีหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นพยาธิตัวกลม หรือพยาธิปากขอ พยาธิเหล่านี้จะเจริญเติบโตภายในระบบทางเดินอาหารโดยเฉพาะบริเวณลำไส้เล็ก ใช้ปากเกาะเพื่อดูดเลือดของน้องหมาเป็นอาหาร ส่งผลให้ร่างกายน้องหมาอ่อนแอ ร่างกายซูบผอม ระบบภูมิคุ้มกันแย่ลง เกิดเลือดออกในทางเดินอาหาร หากปล่อยทิ้งไว้นานไปอาจเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อน และเสียชีวิตได้ พยาธิเหล่านี้จะสืบพันธุ์ภายในร่างกายน้องหมา ปล่อยไข่ออกมากับอุจจาระ ในบางครั้งพยาธิตัวแก่อาจหลุดติดออกมากับอุจจาระได้ คุณหมอจะใช้อึเพื่อเป็นตัวอย่างในการตรวจหาไข่ และตัวพยาธิเพื่อวางแผนการรักษาต่อไป2. ภาวะท้องผูก ท้องเสีย :…
-

เลี้ยงปล่อย อย่าปล่อยปะ ! เรื่องเข้าใจผิดที่เจ้าของมักมองข้าม !
เลี้ยงปล่อย อย่าปล่อยปะ ! เรื่องเข้าใจผิดที่เจ้าของมักมองข้าม !การเลี้ยงน้องหมาแบบให้อิสระ หรือเลี้ยงระบบเปิด เป็นหนึ่งในวิธีการเลี้ยงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะเป็นการเลี้ยงที่เลียนแบบพฤติกรรมตามธรรมชาติของน้องหมาแล้ว ยังเป็นการเลี้ยงที่ช่วยให้น้องหมาได้เกิดการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามช่วงวัยอีกด้วย แต่คุณรู้หรือไม่ !? การเลี้ยงน้องหมาแบบปล่อยยังคงมีหลายเรื่องที่เจ้าของอย่างเราเข้าใจผิด และเผลอมองข้าม ! จะมีอะไรบ้างไปดูกัน ! 1. แค่อาบน้ำอย่างเดียวก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องป้องกันปรสิต : นับเป็นหนึ่งในความเข้าใจผิดที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพกับน้องหมาเป็นอย่างมาก เจ้าของหลายท่านมักเข้าใจว่าการอาบน้ำเป็นการชะล้างเอาปรสิตให้หลุดไปจากตัวน้องหมา การใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายจึงเป็นสิ่งไม่จำเป็น แต่ความจริงแล้วปรสิตร้ายไม่เพียงแต่อาศัยอยู่บนตัวน้องหมา ส่วนหนึ่งของพวกมันยังคงแฝงอยู่กับสิ่งแวดล้อม รอวันที่จะกระโดดขึ้นมาทำร้ายน้องหมาอยู่ในทุก ๆ เมื่อ นอกจากนี้ปรสิตภายในบางชนิด เช่น พยาธิหนอนหัวใจ และพยาธิทางเดินอาหารยังไม่สามารถป้องกันจากการอาบน้ำได้อีกด้วย ดังนั้นไม่ว่าจะอาบน้ำน้องหมาบ่อยแค่ไหน หรือจะใช้แชมพูสูตรป้องกันปรสิตอย่างไร ก็อย่าลืมใช้โปรแกรมปกป้องน้องหมาจากปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิตเป็นประจำด้วยล่ะ ! 2. ปรสิต ไม่เจอ แปลว่าไม่มี : เจ้าของหลายท่านอาจเข้าใจผิด คิดว่าการไม่เจอปรสิตบนร่างกายน้องหมา แปลว่าน้องหมาปลอดภัย ไร้ปรสิต แต่แท้จริงแล้ว ปรสิตที่เราพบเห็นบนตัวน้องหมาคิดเป็นเพียง 5% ของปรสิตทั้งหมดที่แอบซ่อนอยู่ในสิ่งแวดล้อมเพียงเท่านั้น อีก 95% ที่เหลือของพวกมันแอบซ่อนอยู่ตามซอกหลืบ พื้นบ้าน หรือบริเวณที่น้องหมาอยู่อาศัย และสามารถกระโดดขึ้นมาทำร้ายน้องหมาได้ทุกเมื่อ…
-

เลี้ยงนอกบ้าน หรือ เลี้ยงในบ้าน ?
เลี้ยงนอกบ้าน หรือ เลี้ยงในบ้าน ? ระบบเปิด vs ระบบปิด เลี้ยงน้องหมาระบบไหนดีกว่ากัน ?เชื่อว่าเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับใครที่กำลังวางแผนเลี้ยงน้องหมาว่า “การเลี้ยงน้องหมาในระบบเปิด หรือระบบปิด เลี้ยงแบบไหนดีกว่ากัน ?”วันนี้เราจะมาบอกข้อดี ข้อเสียของการเลี้ยงแต่ละแบบ และเทคนิคการเลี้ยงน้องหมาให้สุขภาพดี จะมีอะไรบ้างไปดูกัน ! ระบบเปิด : “เผชิญโลก เสริมการเรียนรู้”การเลี้ยงน้องหมาระบบเปิด คือการเลี้ยงโดยให้อิสระกับพวกเขาได้ออกไปเผชิญกับโลกภายนอก ได้สำรวจ และวิ่งเล่นในทุ่งหญ้า ได้เห็นสภาพแวดล้อมที่นอกเหนือจากภายในบ้าน เป็นแนวคิดที่มีความใกล้เคียงกับพฤติกรรมตามธรรมชาติของพวกเขา ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันข้อดี : การเลี้ยงน้องหมาในระบบเปิดจะช่วยให้พวกเขาเกิดการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามช่วงวัย เพราะการได้ออกไปสำรวจโลกภายนอกจะกระตุ้นให้น้องหมาได้พบเจอกับสิ่งใหม่ ๆ และคุ้นเคยกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว พวกเขาจะมีความสุข และสนุกกับการใช้ชีวิต เรียกได้ว่าการเลี้ยงในระบบเปิดคือการให้อิสระพวกเขาได้ออกไปใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ในแบบที่พวกเขาอย่างใช้เลยล่ะข้อเสีย : การออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านอาจทำให้น้องหมาเสี่ยงต่อการพบเจอกับอันตรายรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นอันตรายจากปรสิตร้ายที่อันตรายถึงชีวิต ทั้งพยาธิหนอนหัวใจที่มียุงเป็นพาหะ (การโดนยุงกัดเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาติดพยาธิหนอนหัวใจได้แล้ว !) หมัด เห็บ และพยาธิทางเดินอาหาร ตลอดจนอุบัติเหตุต่าง ๆ รอบตัว การเลี้ยงน้องหมาในระบบเปิดจึงจำเป็นต้องอาศัยความใส่ใจในการดูแล และความระมัดระวังจากเจ้าของเป็นอย่างมาก ระบบปิด : “ลดความเสี่ยง เน้นความสบายใจ”การเลี้ยงน้องหมาระบบปิด…
-

วิธีง่ายๆ ให้น้องหมาออกจากบ้าน ไม่กลัวโรคร้าย
วิธีง่ายๆ ให้น้องหมาออกจากบ้าน ไม่กลัวโรคร้าย เพราะน้องหมาวัยซน เป็นวัยที่มีความอยากรู้อยากเห็น อยากวิ่งเล่นออกไปหาความสนุกนอกบ้าน เจ้าของอย่างเราจึงต้องปกป้องเขาให้พร้อมเผชิญโลกกว้างได้อย่างเต็มที่เคล็ดวิธีแสนง่ายที่ช่วยให้น้องหมาสามารถออกไปเล่นสนุกนอกบ้านได้โดยไม่ต้องกลัวโรคร้าย นั่นคือ “การสร้างเกราะป้องกันโรคให้น้องหมาเป็นประจำทุกเดือน” วิธีการสร้างเกราะป้องกันโรคให้น้องหมาเป็นประจำทุกเดือนเป็นขั้นตอนควรทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปกป้องน้องหมาจากเหล่าโรคร้ายที่อยู่รอบ ๆ ตัวตลอด 365 วัน เพราะการออกนอกบ้านล้วนมีความเสี่ยงทำให้น้องหมาของเรามีโอกาสรับเชื้อปรสิตไม่รู้ตัว ซึ่งการลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคร้ายนั้น การปกป้องชั้นเดียวเห็นทีคงจะไม่พอ ต้องเสริมพลังซุปเปอร์ 3 ชั้น เพื่อความอุ่นใจให้น้องหมา และเจ้าของอย่างเราได้สนุกอย่างเต็มที่ เกราะนี้จะประกอบไปด้วยอะไรบ้าง เราไปดูกัน ซึ่งเกราะป้องกันที่มีประสิทธิภาพต้องป้องกันได้ครอบคลุมทั้ง 3 ชั้น ได้แก่1. ปกป้องจากพยาธิหนอนหัวใจ : พยาธิหนอนหัวใจ ภัยร้ายใกล้ตัวที่มียุงเป็นพาหะ ส่งผลให้เกิดการอักเสบภายในร่างกาย อีกทั้งยังเจริญเติบโตอยู่ภายในระบบหมุนเวียนเลือด ก่อให้เกิดการอุดตัน และเป็นที่มาของภาวะหัวใจล้มเหลว หากปล่อยทิ้งไว้ อาจส่งผลอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ !2. ปกป้องจากเห็บ หมัด : เพราะปรสิตเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดอาการทางผิวหนัง ซ้ำยังอาจเป็นที่มาของภาวะโลหิตจาง เป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือด และพยาธิภายในบางชนิดได้3. ปกป้องจากพยาธิภายใน : โดยเฉพาะพยาธิปอด และพยาธิภายในในระบบทางเดินอาหาร ไม่ว่าจะเป็นพยาธิตัวกลม พยาธิแส้ม้า หรือพยาธิปากขอ เพราะพยาธิปอดเป็นสาเหตุของการเกิดปัญหาที่ระบบทางเดินหายใจ…
-

เคล็ด (ไม่) ลับ หมดกังวลกับพยาธิหนอนหัวใจ
เคล็ด (ไม่) ลับ หมดกังวลกับพยาธิหนอนหัวใจเจ้าของน้องหมายุคใหม่ ใคร ๆ ก็กังวลกับพยาธิหนอนหัวใจ เพราะพยาธิหนอนหัวใจ ติดต่อกันได้ง่าย ๆ เพียงแค่การโดนยุงกัดแค่ครั้งเดียว แถมยังก่อโรครุนแรงในน้องหมา ส่งผลให้น้องหมาต้องทนทุกข์ทรมานจากการอักเสบที่บริเวณปอด และภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งอาจทวีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยล่ะ ! แล้วแบบนี้เจ้าของอย่างเราควรทำอย่างไรดี ?ไม่ต้องกลัว ! วันนี้เรามีเคล็ด (ไม่) ลับ หมดกังวลกับพยาธิหนอนหัวใจมาฝาก รับรองว่าทำตามนี้บอกลาพยาธิหนอนหัวใจไปได้เลย จะมีอะไรบ้างไปดูกัน ! 1. หลีกเลี่ยง “ยุง” พาหะร้ายของพยาธิหนอนหัวใจ : ยุง พาหะของพยาธิหนอนหัวใจที่สามารถพบได้ทั่วไปในทุก ๆ ที่ แค่การโดนกัดเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้น้องหมาติดพยาธิหนอนหัวใจได้ นอกจากนี้ “ยุง” ยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้น้องหมาที่ถึงแม้จะเลี้ยงอยู่แค่ตัวเดียวภายในบ้านก็สามารถติดพยาธิหนอนหัวใจได้ เนื่องจากยุงเหล่านี้มักชอบดูดกินเลือดจากน้องหมาจรจัดที่ขาดการป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ เมื่อยุงเหล่านี้บินมาดูดเลือดน้องหมาของเรา น้องจึงได้รับพยาธิหนอนหัวใจตามมาโดยไม่รู้ตัว วิธีการหลีกเลี่ยงยุงง่าย ๆ เพียงเลี้ยงน้องหมาในพื้นที่ปิด ติดมุ้งลวดให้ ณ บริเวณที่นอนของน้องหมา และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงรอบบ้าน เพียงเท่านี้ก็ลดโอกาสการสัมผัสกับยุงไปได้มากแล้วล่ะ 2. พาน้องหมาไปตรวจคัดกรองการติดพยาธิหนอนหัวใจ : ถึงจะดูแลดีแค่ไหน แต่การตรวจสุขภาพน้องหมาก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น…
-

รู้หรือไม่ ยุงกัดครั้งเดียวก็เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต
รู้หรือไม่ ยุงกัดครั้งเดียวก็เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต “ยุงกัดไม่ใช่แค่คัน แต่อันตรายได้ถึงชีวิต !”เพราะนอกจากอาการคัน และตุ่มนูนที่เกิดขึ้นภายหลังการโดนยุงกัดแล้ว รู้หรือไม่ ? ยุงยังเป็นพาหะของพยาธิหนอนหัวใจ การโดนยุงกัดจึงเป็นสาเหตุให้น้องหมาติดพยาธิหนอนหัวใจ ปรสิตร้ายที่อัตรายถึงชีวิตได้อีกด้วย ! พยาธิหนอนหัวใจคืออะไร ?พยาธิหนอนหัวใจ คือปรสิตร้ายที่มียุงเป็นพาหะ เมื่อใดที่พยาธิหนอนหัวใจเข้าสู่ร่างกายน้องหมา พวกมันจะอาศัย และแอบซ่อนตัวอยู่ภายในระบบหมุนเวียนเลือด ถึงแม้ว่าขนาดตัวของมันจะเล็กจิ๋วในระดับที่สามารถอาศัยอยู่ภายในร่างกายของยุงได้ แต่เมื่ออยู่ในร่างกายน้องหมา พวกมันจะเจริญเติบโต และเกิดการสืบพันธุ์เพิ่มจำนวนจนอัดแน่นเต็มหัวใจ และปอด ส่งผลให้น้องหมาเกิดอาการป่วย และอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย ! พยาธิหนอนหัวใจติดต่อกันได้อย่างไร ?การติดต่อของพยาธิหัวใจในน้องหมาต้องขอบอกว่าเกิดขึ้นได้ง่ายมาก ! เพียงแค่การโดนยุงกัดเพียงครั้งเดียวน้องหมาก็สามารถติดพยาธิหนอนหัวใจได้แล้ว โดยพยาธิหนอนหัวใจที่เข้าสู่ร่างกายจะขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนต่อไปเรื่อย ๆ เมื่อยุงตัวใหม่มากัดน้องหมา ตัวอ่อนของพยาธิหนอนหัวใจเหล่านี้จะเคลื่อนย้ายไปอาศัยในร่างกายของยุง ส่งผลให้ยุงตัวนั้น ๆ กลายเป็นพาหะของพยาธิหนอนหัวใจต่อไป ก่อให้เกิดการระบาดของพยาธิหนอนหัวใจจากน้องหมาตัวหนึ่ง ไปสู่น้องหมาอีกตัวหนึ่งได้อย่างง่ายดาย ! พยาธิหนอนหัวใจก่อโรคได้รุนแรงแค่ไหนกันนะ ?การติดพยาธิหนอนหัวใจในช่วงต้นอาจไม่ก่อให้เกิดอาการรุนแรงมากในน้องหมา แต่เมื่อไรที่เจ้าของปล่อยไว้ให้พยาธิหนอนหัวใจเหล่านี้เติบโตขึ้นภายในร่างกาย พยาธิหนอนหัวใจจะก่อให้เกิดความผิดปกติหลัก ๆ 2 ระบบ คือ1. ระบบหายใจ โดยเฉพาะบริเวณปอด : พยาธิหนอนหัวใจจะอุดตันหลอดเลือดปอด และก่อให้เกิดการอักเสบ น้องหมาจะแสดงอาการไอมาก หายใจลำบาก2.…
-

อย่าปล่อยให้น้องโดนหมัด !
3 เทคนิคพิชิตหมัด ร้ายแค่ไหนก็เอาอยู่ ! เพราะการโดนหมัดกัดอาจเป็นที่มาของภาวะโลหิตจาง และภาวะภูมิแพ้น้ำลายหมัดมาปกป้องน้องหมาให้ปลอดภัยไร้หมัดไปกับ 3 เทคนิคพิชิตหมัด ร้ายแค่ไหนก็เอาอยู่กันเถอะ ! เทคนิคที่ 1 ปกป้องจากภายในใช้โปรแกรมปกป้องเป็นประจำทุกเดือนการปกป้องน้องหมาจากหมัดที่ดีที่สุดที่สัตวแพทย์แนะนำ คือการเสริมเกราะป้องกันโดยใช้โปรแกรมปกป้องที่มีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐาน และต้องใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกเดือน โปรแกรมปกป้องนี้จะช่วยกำจัดหมัดตั้งแต่ครั้งแรกที่หมัดกัดน้องหมา ส่งผลให้หมัดลดน้อยลง แถมโปรแกรมปกป้องในปัจจุบันยังสามารถป้องกันได้ปรสิตภายนอกนอกจากหมัด เช่น เห็บ และปรสิตภายใน เช่น พยาธิหนอนหัวใจที่มียุงเป็นพาหะ และพยาธิในระบบทางเดินอาหารได้อีกด้วย เรียกได้ว่าปกป้องครั้งเดียว แต่ครอบคลุม สบายใจ หายห่วงได้เลย ! เทคนิคที่ 2 ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอเสริมเกราะป้องกันปรสิตให้น้องหมาแล้ว อย่าลืมทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมเป็นประจำสม่ำเสมอ เพราะไข่หมัดมักหลบซ่อนอยู่ตามพื้นบ้าน ซอกพื้น แฝงรวมไปกับเศษฝุ่น หรือแม้กระทั่งผ้าม่าน โซฟา ที่นอน หมอน และมุ้งของน้องหมา ไข่เหล่านี้สามารถคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานหลายปี เมื่อถึงระยะเวลาที่เหมาะสม พวกมันจะฟักออกจากไข่ และกระโดดขึ้นไปบนตัวน้องหมาเพื่อดูดเลือดน้องหมาเป็นอาหาร ดังนั้นอย่าลืมกวาดบ้าน และดูดฝุ่นภายในบ้านอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ตลอดจนทำความสะอาดที่นอนน้องหมาด้วยการนำที่นอนไปซักอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ต่อครั้ง เพียงเท่านี้ก็ลดโอกาสการสะสมของหมัดในสิ่งแวดล้อมไปได้มากแล้วล่ะ เทคนิคที่…
